หลังจากที่หมอเริ่มเล่าประสบการณ์ที่เจอวิญญาณในรูปแบบต่างๆ ก็มีคนไข้หลาย รายที่รู้จักค่อยๆเล่าเรื่องที่ตนเองประสบ ทั้งนี้ ไม่กล้าเล่าให้คนอื่นฟังเพราะกลัวว่าจะถูกหาว่างมงายเป็นโรคประสาทเรื่องนี้มาจากคนไข้ของหมอรายหนึ่งที่เป็นโรคทางกายไม่มีความผิดปกติของอาการทางจิตอารมณ์ที่จะแต่งเรื่องขึ้นมาเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้ จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอมากับตัวเอง สมัยที่เราเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีตอน ป.3 ที่จังหวัดกาญจนบุรี ค่ายนี้จะแบ่งโซนชายและหญิงโดยมีน้ำกั้นกลางระหว่างที่พัก ห้องที่เราพักอยู่ติดกับโรงอาหารที่มีการเปิดสปอตไลต์ให้สว่างทั่ว โดยที่พักเราจะมี 2 ชั้น ชั้นล่างให้เด็กๆนอน ชั้นบนจะเป็นที่พักของครู ในห้องที่พักชั้นล่าง กำแพงห้องคือปูนครึ่ง แล้วมีเหล็กตาข่ายคล้ายที่เห็นใต้ทางด่วนอีกครึ่งหนึ่ง ฉะนั้นไฟสปอตไลต์จะเข้ามาที่พักสว่างมาก คืนแรกผ่านไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น คืนที่สองทุกคนนอนหลับกันหมดแล้ว เรานอนไม่หลับ เราก็เลยนอนมองดูภูเขาที่มีการเปิดสปอตไลต์สว่างมากเช่นกัน อารมณ์นั้นเหมือนจิตเรานิ่งไม่ได้คิดอะไร เรานอนใกล้กับบันไดทางขึ้น ห่างจากบันไดประมาณเป็น “คนที่ 5 ”สายตาของเราได้เห็นเงาดำปี๋นั่งตรงบันได “ขั้นที่ 5” เงาดำมากๆ จนแสงไม่ทะลุเงานั้น เรามองเห็นเขานั่งที่บันไดขั้นนั้น แล้วเขาค่อยๆ หันคอ หันหน้ามาช้าๆมาจ้องเรา ครั้งแรกเราขยี้ตา เงาดำนั้นหายไป แล้วเป็นแบบนั้นหลายครั้ง จนครั้งสุดท้าย เขาค่อยๆหันหน้าช้าๆมาจ้องเราอีก ครั้งนี้เราขยี้ตาเท่าไหร่เงาดำนั้นก็ไม่หายไปไหนเรามองไปหน้าประตูห้อง มันล็อกอยู่ เราพยายามปลุกเพื่อนทั้งซ้ายและขวามือ เขย่าตัวเพื่อนเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตื่น แต่เงานั้นก็ยังจ้องเราไม่เลิก เราตัดสินใจคลุมโปงนอน กลัวจนเหนื่อย จนหลับไป ตอนตื่นเช้ามาเราแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนเราเจออะไร ครูที่พัก บนชั้น 2 ใช้เราขึ้นไปพับผ้าห่ม มีเพื่อนเดินบันไดขึ้นไปก่อน ก็ปกติไม่มีอะไร ส่วนเราก็วิ่งขึ้นบันได โชคดีในความโชคร้าย มือขวาเราได้จับราวบันไดนั้นไว้ แล้วเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นดันเกิดกับเรา บันไดขั้นที่ 5 เหมือนมันหัก เราเกือบตกหัวฟาดพื้นหงายหลัง แต่มือเราจับราวไว้แน่น ถ้าเราตกลงมา บันได 5 ขั้นนั้นสูงพอสมควร แล้วถ้าหงายหลังอาจจะคอหักได้ เราขึ้นไปที่ชั้นสอง หลังจากนั้นเมื่อเสร็จแล้ว เรารีบลงมาจากชั้น 2 อย่างระมัดระวัง ระวังตัวสูงสุด แต่บันไดคราวนี้ก็ดูเหมือนปกติเมื่อลงมาถึงพื้น คว้ากระเป๋าได้ นั่งกอดเข่าตัวเองโยกไปมา เราถามเพื่อนว่าตอนขึ้นลงบันไดมีอะไรผิดปกติไหม หรือมีคล้าย บันไดจะหักไหม เพื่อนบอกไม่เห็นมีอะไรเราช็อก ปกติเราพูดมาก พูดไม่หยุด กลายเป็นตลอดทางกลับบ้านเราไม่พูดกับใคร เรากลัวมาก ถึงบ้านบอกแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่รีบพาไปทำบุญ ผมเราร่วงหนักมากจนเกือบหัวล้าน เหตุการณ์ครั้งนั้นเรียกได้ว่าเราแทบจะจับไข้หัวโกร๋น เป็นอะไรที่ฝังใจ เราคิดว่าเงาดำนั้นต้องการตัวตายตัวแทนเอาเราไปอยู่แทน.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม