ตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดรนพิฆาตโจมตีท่าเรือมินา อัล ฟาฮาล ชายฝั่งอ่าวโอมาน ทำการขนส่งน้ำมันหยุดชะงัก ขณะที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ไม่รับดีลหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่มีสหรัฐฯเป็นตัวกลาง ระดมยิงจรวดและใช้โดรนพิฆาตถล่มอิสราเอลในหลายเมือง ส่วนกองทัพอิสราเอลโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนทั้งทางบกและอากาศ และยิงถล่มที่พักพิงผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ด้าน “ทรัมป์” ยังคุยลั่น ศักยภาพกองทัพสหรัฐฯ พร้อมลุยยึดยูเรเนียมอิหร่าน แต่เลือกไม่ทำเพราะการขนย้ายใช้เวลานานหวั่นถูกอิหร่านถล่มต่อเนื่องการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก หลังจากความพยายามในการเจรจาสันติภาพและการหยุดยิงเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางล้มเหลว ทำให้สถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียด เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือมินา อัล ฟาฮาล ชายฝั่ง อ่าวโอมาน ทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้ต้องระงับกระบวนการขนส่งน้ำมันเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทางการโอมานยืนยันว่าท่าเรือได้กลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว รอยเตอร์ยังระบุข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าเหตุระเบิดมาจากโดรนพิฆาต แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นของฝ่ายใด โดยท่าเรือมินา อัล ฟาฮาล มีความสำคัญทางอุตสาหกรรมพลังงานของโอมาน มีการส่งออกน้ำมันในอัตรา 800,000- 900,000 บาร์เรลต่อวันขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ว่า กองทัพสหรัฐฯ มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ายึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านโดยไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับทางการอิหร่าน และอิหร่านไม่มีขีดความสามารถมากพอที่จะขัดขวางได้ แต่ที่เลือกไม่ดำเนินปฏิบัติการดังกล่าวเนื่องจากกระบวนการขนย้ายยูเรเนียมออกจากอิหร่านต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ จะทำให้กองทัพสหรัฐฯ ตกเป็นอันตรายจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิหร่าน นอกจากนี้นายทรัมป์ยังระบุว่ายูเรเนียมได้ถูกฝังอยู่ใต้ดินเนื่องจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้สำหรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิหร่านกำหนดเป็นเงื่อนไขในการกลับสู่กระบวนการเจรจา นายนาอิม กัสเซม เลขาธิการกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ประกาศไม่ยอมรับข้อตกลงขยายมาตรการหยุดยิงที่ผู้แทนอิสราเอลกับเลบานอนบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างการเจรจาที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. การเจรจาดังกล่าวเป็นเรื่องน่าอับอายและถือเป็นการดูถูก พร้อมวิจารณ์เงื่อนไขในข้อตกลงที่กำหนดให้กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ยุติการโจมตีทั้งหมดและถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวท่ามกลางภาวะ สงครามไม่ต่างจากการยอมจำนน การประกาศความพ่ายแพ้และเปิดทางให้ศัตรูบรรลุเป้าหมายของตนนายกัสเซมยังระบุว่า เป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์คือการยุติการรุกรานของอิสราเอลและผลักดันให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่ยึดครองอยู่ นอกจากนี้นายกัสเซมยังยืนยันว่ากลุ่มเฮซบอลเลาะห์จะยังไม่ยุติการต่อสู้ตราบใดที่ชุมชนและประชาชนชาวเลบานอนยังคงถูกโจมตี พื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลก็ไม่อาจมีความปลอดภัยได้เช่นกันภายหลังการแถลงการณ์ กลุ่มเฮซบอลเลาะห์เปิดเผยว่า ได้เปิดฉากโจมตีกองทัพอิสราเอลในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ปฏิบัติการดังกล่าวประกอบด้วยการระดมยิงจรวดและใช้โดรนพิฆาตถล่มเป้าหมายทางทหารและยานพาหนะของอิสราเอลในหลายเมือง ได้แก่ โยห์มอร์ อัล-ชากิฟ ราชัฟ อัล-กันตารา และคิอาม นอกจากนี้ บริเวณปราสาทโบฟอร์ตที่กองทัพอิสราเอลยึดไปก่อนหน้านั้น กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ได้ทำการถล่มอย่างหนักทั้งการใช้ปืนใหญ่ โดรนพิฆาต และระดมยิงจรวดขนาดใหญ่ สามารถทำลายรถถังเมอร์คาวาของอิสราเอลได้หลายคันขณะที่กองทัพอิสราเอลเองยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง มีการโจมตีเมืองไทร์ของเลบานอนทั้งทางบกและอากาศ สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอนรายงานว่า เครื่องบินรบอิสราเอลยิงจรวดถล่มบริเวณใกล้โรงพยาบาล จาบัล อาเมล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 12 คน และสร้างความเสียหายแก่สิ่งปลูกสร้างโดยรอบรวมถึงธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ นักข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานจากในพื้นที่ว่ากองทัพอิสราเอลกำลังเล็งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานรอบโรงพยาบาลเพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนจนไม่กล้าเข้าใกล้พื้นที่ นอกจากปฏิบัติการในเลบานอน ยังมีรายงานการโจมตีในฉนวนกาซา โดยสำนักข่าว อัลจาซีราเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลได้ถล่มที่พักพิงผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์และอาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 รายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่