บุกรวบหมอดูตำราเขมรโบราณ ขยี้กามสาวใหญ่วัย 51 ปี แถมล่อลวงเงินกว่า 1.7 ล้านบาท หลังผู้เสียหายมีปัญหาความรักกับแฟนหนุ่มต้องหันไปพึ่งไสยศาสตร์เข้าไปแก้กรรม ต่อดวง ถอนคุณไสยกับผู้ต้องหา ช่วง 3 เดือนโดนเก็บเงินค่าครู ค่าพิธี ค่าเครื่องบูชาหลายต่อหลายครั้ง ยังพูดจาหว่านล้อมทำพิธีล้างอาถรรพณ์ทางกายเปิดดวงความรักฉวยจังหวะล่วงละเมิดทางเพศ ภายหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกต้องสูญทั้งเงินและถูกย่ำยีร่างกายจิตใจโร่เข้าแจ้งความ ตำรวจรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลบุกจับ เจ้าตัวยังปฏิเสธอ้างฝ่ายหญิงสมยอมมีสัมพันธ์และสมัครใจให้เงินเองพฤติกรรมหมอดูโฉดออกอุบายล่อลวงข่มขืนสาวใหญ่รายนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส. นำกำลังชุดสืบสวนบุกเข้าจับกุมนายบุญญฤทธิ์ ทองใบ อายุ 65 ปี ภายในตำหนักบ้านหมอดูตำราเขมรโบราณ เลขที่ 19/14 หมู่ 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ 260/2569 ลงวันที่ 22 พ.ค.69 ในความ ผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหญิงอายุ 51 ปี เข้าแจ้งความว่าถูกนายบุญญฤทธิ์หลอกลวงเอาเงินทองและยังล่วงละเมิดทางเพศ โดยให้รายละเอียดว่า ก่อนหน้านี้ตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนักจากปัญหาความรักมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่ฝ่ายชายจะหายตัวไปจากบ้านติดต่อไม่ได้ ทำให้เกิดความเครียดจนต้องหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังให้ชีวิตรักกลับมาดีเหมือนเดิม ต่อมามีผู้แนะนำให้รู้จักกับนายบุญญฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ตั้งตัวเป็นหมอดูตำราเขมรโบราณ มีวิชาแก่กล้าสามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ ใช้วิธีพูดจาหว่านล้อมสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าตนกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธีชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิตสาวใหญ่เหยื่อกามหมอดูโฉดเผยต่อไปว่า หลังจากนั้นนายบุญญฤทธิ์เริ่มจัดพิธีกรรมต่างๆทั้งเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา รวมถึงอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วยเหลือ ตนหลงเชื่อทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงปลายเดือน มี.ค. รวมมูลค่ากว่า 1,700,000 บาท ระหว่างทำพิธีนายบุญญฤทธิ์อ้างว่าจำเป็นต้องทำพิธีล้างอาถรรพณ์ทางกายเพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่าง อาศัยจังหวะก่อเหตุลวนลามข่มขืนกระทำชำเราโดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ทำให้ตนตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวสับสนไม่กล้าขัดขืน กระทั่งเวลาผ่านไปเริ่มเอะใจว่าถูกหลอกทั้งสูญเงินจำนวนมหาศาลและยังถูกกระทำย่ำยีทางร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีภายหลังรับแจ้งชุดสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อความสนทนา และพยานแวดล้อม จนพบพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศ รวบรวมพยานหลักฐานไปขออำนาจศาลออกหมายจับก่อนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด เบื้องต้นนายบุญญฤทธิ์ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าเงินทั้งหมดผู้เสียหายเป็นผู้สมัครใจมอบให้เอง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพยานหลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่