ผมตั้งเข็มทิศไปงานพระราชทานเพลิงศพคุณสำเริง ปิติพร คุณแม่ หมอต้อม สุภาภรณ์ ปิติพร ที่วัดแก้วพิจิตร ปราจีนบุรี 16.00 น. 20 พ.ค.นี้ครับ ด้วยเหตุผลของความศรัทธาผูกพันนานปี...แต่เมื่อมีเหตุกะทันหันให้เปลี่ยนเข็มทิศไปอีกทาง จึงบอก “เปิล” น้องที่นัดแนะกันไว้...หา “เรื่องแม่หมอต้อม” ให้พี่เขียนถึงท่าน...น่าจะแทนช่อไม้จันทน์ชดเชยความเสียน้ำใจประการนี้ได้บ้างเปิลเริ่มต้นว่า...แม่มีคำสั่งเสีย...ลูกๆ แขกที่มางานศพแม่ ต้องมีข้าวกิน ลูกๆจึงต้องจัดข้าวหม้อแกงหม้อ แบบบุฟเฟต์ ให้แขกได้กิน พร้อมของหวาน เป็นผลไม้ที่ญาติพี่น้องขนมากองใหญ่นี่เป็นธรรมเนียมเลี้ยงแขกแบบโบราณ ที่ห่างหายกันไปนานจากสังคมไทยเมื่อเปิลเริ่มต้นเรื่องมาอย่างนี้ ผมต้องเพ่งตาอ่านต่อ เรื่องของแม่หมอต้อม...คนที่ห่วงหาอาทรล่วงหน้าถึงแขกที่มางานตายตัวเอง ...คงไม่ใช่แม่แบบธรรมดาขอออกตัว...เรื่องราวนี้ไม่ได้ออกจากปากหมอต้อม แต่เลียบเคียงถามจากลูกน้องหมอต้อมในมูลนิธิอภัยภูเบศร พอรวมความได้ว่า แม่สำเริงเหมือนแม่ทั่วๆไป เรียนมาน้อย แต่ก็เป็นนักอ่าน มีความรู้แบบกว้างตามประสาแม่ผู้ถือตัวว่าผ่านโลกมามากกว่าลูกด้วยเหตุนี้ แม่สำเริงจึงเป็นคู่ปรับฝีปากกับลูกสาวแบบหมอต้อม เป็นปกติวิสัยในบ้านแม่เป็นผู้จัดการทุกเรื่อง พ่อเป็นผู้รับคำสั่งแม่ หมอต้อมเคยเล่าให้ลูกน้องฟัง ตัวหมอเองถูกแม่สั่งให้ดูแลน้องชายมาตั้งแต่เด็ก “เราเลยเหมือนถูกฝังชิปให้ดูแลน้อง” จนน้องโตเป็น “หมอตุ้ม” แล้ว ก็ยังตามดูแลกันอยู่ตอนแม่ป่วยอยู่บ้าน “หมอตุ้ม” มีญาติช่วยดูแลอีกคน ทุกวันเลิกงาน “หมอต้อม” ก็ต้องแวะไปเยี่ยมแม่แล้วจึงกลับบ้านเห็นภาพความผูกพันมั่นคงของสองหมอสองพี่น้องแล้ว ก็ย้อนไปมองแม่สำเริง...แม่ใช้วิสัยทัศน์ผู้นำครอบครัว ย้ายจากบ้านเกิดนครนายก เข้าไปเปิดร้านอาหารในกรุงเทพฯแม่มีฝีมือด้านอาหาร ทำกับข้าวเก่งทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกลาบ น้ำตก ไม่เพียงส่งลูกเรียนสูงจนเป็นหมอสองคน เรื่องนิสัยใจคอก็กว้างขวาง เผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นรู้กันหากแม่รับปากช่วยเหลือใคร แม่เอาจริงเอาจัง จนบางครั้ง ลูกก็ทักว่า นี่เป็นเรื่องของเขา...หนา ไม่ใช่เรื่องของแม่... นิสัยอย่างนี้จึงรู้กันชัดเจนว่า เผื่อแผ่มาถึง “หมอต้อม” เต็มที่ถึงฤดูมะม่วง แม่สำเริงจะทำมะม่วงกวนรสชาติพิเศษแจกจ่ายไปในหมู่ญาติพี่น้อง หมอต้อมเองก็ไม่ลืมที่จะจดสูตรลาบ น้ำตกของแม่เอาไว้เอ้อ! ผมเพิ่งนึกได้ หลายเดือนมาแล้ว หมอทำหนังสือ “แกงส้ม” เล่มสวย เนื้อหาสารพัดสูตรแกงส้มที่หมอหามาได้จากทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่สูตรอาหารที่เน้นเรื่องรสชาติเท่านั้น หมอใส่งานวิชาการทางผักหญ้าให้ไว้ด้วยสารภาพ หนังสือแกงส้มของหมอ ชนใจผมโครมใหญ่ ตั้งแต่จำความได้จนแก่เฒ่า ยังตามกินแกงส้มหัวไชเท้า (ใส่กุ้งที่แม่ใช้สวิงช้อนเองจากคลองหน้าบ้าน)...ทุกครั้งเมื่อไปบ้านแม่กลอง แล้วก็ใส่ถุงกลับมากินที่บ้านในกรุงเทพฯกลับมาเรื่องแม่สำเริง สมัยที่มีกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ แม่สำเริงก็นำคณะแม่ครัวไปทำอาหารดูแลเด็กๆที่ไปร่วมกิจกรรม...มีเสียงกระซิบ เด็กๆกินอาหารอร่อยแม่ๆก็ดีใจ ติดยาดองไปด้วยก็แอบกรึ๊บกัน บรรยากาศก็ยิ่งสนุกสนานบันเทิงผมอ่านเรื่องที่น้องเขียนมาถึงตรงนี้ ก็ถึงบางอ้อแทนแขกเหรื่อที่ไปงานศพแม่สำเริง “หิวก็มีข้าวหม้อให้กินอิ่มหนำ” เพราะแม่สำเริง แม่ที่ทั้งชีวิต “มีแต่ให้” คนนี้นี่เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม