เอกสารข้อมูลทางการเงินได้รายงานธุรกรรมทางการเงินหลายพันรายการ มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นต่อ สำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงธุรกรรม กว่า 3,700 รายการ ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ มีมูลค่าระหว่าง 220-750 ล้านดอลลาร์ การซื้อ ขายหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ของทรัมป์ ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อาทิ Microsoft, Amazon, Meta, Nvidia เป็นต้นการเดินทางไปเยือนจีนของทรัมป์ถูกมองในหลายมิติหลายมุมมอง ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า ทรัมป์สั่งซื้อขายหุ้นเหล่านี้เองหรือไม่ ต่อมาโฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาระบุว่า ทรัพย์สินของทรัมป์ถูกเก็บไว้ในทรัสต์ที่บริหารโดยคนในครอบครัวและยืินยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ โดยอ้างว่า ทรัมป์ดำเนินการทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาวอเมริกัน โดยยืนยันได้จากทุกคะแนนเสียงที่เลือกทรัมป์เข้ามาตามกฎหมายของสหรัฐฯ แล้ว ไม่ได้ห้ามประธานาธิบดี ถือครอง หรือซื้อขายหุ้น ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง แต่จะต้อง เปิดเผยธุรกรรมทุกอย่างต่อสาธารณะ ซึ่งกรณีนี้กำหนดให้ต้องเปิดเผยธุรกรรมหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ดอลลาร์เท่านั้น นอกจากนี้ทรัพย์สินบางประเภท เช่น กองทุนรวม กองทุนลงทุน พันธบัตรรัฐบาลและอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยระบอบการเมืองการปกครองของสหรัฐฯต่างจากของไทย การกำหนดอำนาจและหน้าที่ก็ต่างกัน สหรัฐฯค่อนข้างจะให้อำนาจ ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อย่างอิสระเสรีเพราะถือว่าเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนโดยตรง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องของเสถียรภาพรัฐบาล ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันจนครบวาระจริงๆแล้วการร้องถอดถอนประธานาธิบดี ตามรัฐธรรมนูญก็ทำได้ นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง แต่ส่วนใหญ่อำนาจการบริหารจะแยกกัน เด็ดขาด นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อย่างไรก็ตาม การเมืองก็คือการเมือง อำนาจสูงสุดจะอยู่ที่ผู้นำประเทศ ดังนั้น ฝ่ายบริหาร ไม่ว่าประเทศไหนในโลกนี้ก็ ใหญ่ ที่สุดบ้านเรามีความแตกต่างที่ว่าอำนาจอยู่ที่ฝ่ายบริหารก็จริงแต่ อำนาจสูงสุดไม่ได้อยู่ที่ผู้นำ มีอำนาจที่เหนือกว่านั้น จึงเห็นปรากฏการณ์แปลกๆที่แตกต่าง เช่น การทำงานในสภาใช้เสียงส่วนใหญ่ตัดสินที่ไม่จำกัดว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลมีทั้งฝ่ายค้านในรัฐบาลและฝ่ายรัฐบาลในฝ่ายค้าน หรือที่เรียกว่า งูเห่าการบริหารส่วนท้องถิ่นก็มีความประหลาดไปอีกแบบ ยกตัวอย่าง ผู้ว่าฯ กทม.ที่เลือกโดยตรง พร้อมกับการเลือก สก. ผู้ว่าฯ กทม.ที่เป็นอิสระ ไม่มี สก.สังกัดเดียวกันคอยสนับสนุนการทำงานกลับมีเสถียรภาพกว่า ผู้ว่าฯที่มีสังกัดมี สก.คอยสนับสนุนเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ผู้ว่าฯก็ลอยตัว รถติดผู้ว่าฯก็ลอยตัว น้ำท่วมผู้ว่าฯก็ลอยตัวรถไฟชนรถเมล์ รมว.คมนาคม รมช.คมนาคม ผู้ว่าการการรถไฟ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ตำรวจจราจร รัฐบาลนายกฯ ลอยตัวกันหมด สรุปว่า ความผิดอยู่ที่ คนขับรถไฟ กับ คนโบกธง รับกรรมไปตามระเบียบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม