นักหาปลาสะดุ้ง “ปลาหมอคางดำ” บุกทะเลพัทยาหวั่นทำลายระบบนิเวศ ไทยรัฐออนไลน์พาดหัวข่าว (14 พ.ค.2569) บันทึกไว้อีกครั้งว่ามีการพบปลาหมอคางดำบุกทะเลพัทยาจำนวนมาก หวั่นส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำท้องถิ่น ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลกรณีนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ตาร์ท ชาแนล” ซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 2 หมื่นคน ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอ หลังพบ “ปลาหมอคางดำ” จำนวนมากบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สร้างความแตกตื่นให้กับนักตกปลา นักตกหมึก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มายืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมากอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและหาแนวทางป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากเกรงว่าปลาหมอคางดำอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำท้องถิ่น ทั้งลูกปลาและลูกหมึก หากปล่อยให้แพร่พันธุ์จำนวนมาก อาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและอาชีพประมงชายฝั่งในอนาคตปลาหมอคางดำอยู่ในทะเลได้ไหม? “Thon Thamrongna wasawat” โพสต์ไว้ว่า ผมนำข้อมูลเรียลไทม์ของสถานีกรมทะเลที่พัทยา/นาเกลือมาให้ดู ความเค็ม 31.6-31.7 ถือว่าเป็นปกติของความเค็มน้ำทะเลชายฝั่ง ไม่ได้เป็นน้ำกร่อย สรุปแล้วก็คืออยู่ได้ แต่ในที่นี้อาจหมายถึงตัวเต็มวัยและอยู่ติดชายฝั่งเท่านั้นยังไม่คิดว่าจะออกลูกออกหลานในทะเลโดยตรง หรือว่ายออกไปอยู่กลางทะเล“สะพานนาเกลือ” ที่เป็นข่าวว่าจับ “ปลาหมอคางดำ” ได้ มีสถานีชลมาตรเรียลไทม์ของกรมทะเลที่คณะประมงสนับสนุนการดำเนินการ เราจึงมีข้อมูลทั้งความเค็มและคลอโรฟีลล์ตรงนั้นเป๊ะๆดูจากข้อมูลคร่าวๆจะเห็นว่าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนความเค็มลดลง เพราะฝนเริ่มตกน้ำจืดลงทะเล แต่ก็ไม่ได้ลดมากจนกลายเป็นน้ำกร่อย (น้ำกร่อย : ความเค็ม 0-30 ในภาพความเค็มต่ำสุดคือ 30.5)ในขณะเดียวกัน คลอโรฟีลล์เพิ่มขึ้น หมายถึงธาตุอาหารลงมาเยอะขึ้น ตามน้ำที่ไหลลงทะเลข้อมูลนี้เป็นแค่เบื้องต้น หากนำไปทำงานวิจัยโดยหาความสัมพันธ์กับปริมาณปลาหมอคางดำจะทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น เช่น การแพร่กระจายของปลาหมอในเขตทะเลชายฝั่ง...ปัจจัยเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจช่วยให้เราหาทางควบคุมและกำจัดการรุกรานของเอเลี่ยนสปีชีส์สายพันธุ์นี้ในระบบนิเวศได้ดีขึ้นซึ่งเรื่องนั้นสำคัญมาก งานวิจัยแบบนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาล ระหว่างนี้ก็ช่วยกันกำจัดไปก่อน ตัวใหญ่เอามาทอดกินได้ แม้หนังเหนียวก้างใหญ่ แต่ก็ถือเป็นการช่วยทะเลครับเปิดไทม์ไลน์ “หมอคางดำ”...ปลา 3 น้ำ จืด–กร่อย–เค็ม แต่น้ำที่ชอบสุด ออกลูกออกหลานคือ “น้ำกร่อย” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดประเด็น“ปลาหมอไม่มีศัตรูธรรมชาติ ออกลูกกันเพียบ จนกลายเป็นภาพปลาเต็มคลอง ผลกระทบรุนแรงแน่นอน เพราะพื้นที่แคบ ปลาเยอะ กินแหลก..เมื่อกินแหลก อาหารเหลือน้อย ปลาเต็มวัยก็เริ่มย้ายหาแหล่งใหม่ ในคลองไปไม่ได้ก็ออกทะเล”เข้าสู่ช่วงสอง ปลาเริ่มลงไปในชายฝั่ง เช่น อ่าวเกือบปิดที่ติดกับแหล่งน้ำกร่อย “คุ้งกระเบน”...คือตัวอย่างที่ดี เราจะเห็นตั้งแต่เริ่มมีจนมีมากขึ้น คุ้งกระเบนเป็นแหล่งหญ้าทะเลและป่าชายเลน สัตว์น้ำเพียบ เมื่อปลาหมอเข้าไป ผลกระทบต่อระบบนิเวศจะแรง...แต่ก็ยังไม่เหมาะกับออกลูกออกหลานมากนักปลาจะไปออกลูกตามคลองติดกับอ่าว พอเริ่มโตก็เข้าไปในอ่าว ประเด็นสำคัญมีว่า...อ่าวแบบคุ้งกระเบนยังมีอีกมากในไทย แต่เราก็ไม่รู้สถานการณ์แน่ชัดไทม์ไลน์สุดท้ายคือชายฝั่ง ไม่ต้องเป็นอ่าวปิดก็ได้แต่อยู่ไม่ไกลจากปากคลอง/ป่าชายเลน มีข่าวแถวหาดต่างๆที่เพชรบุรีตั้งแต่ปีสองปีก่อน ชาวประมงจับได้...หนนี้มาที่พัทยา อ่าวกึ่งปิดแต่มีแหล่งน้ำกร่อยไม่ไกล“ปลาหมอคางดำตัวโต” หนีออกมาจากคลองจากแหล่งน้ำกร่อยใกล้ๆ เข้ามาอยู่ชายฝั่งรบกวนระบบนิเวศแน่นอน แม้ทะเลจะใหญ่โดนแรงไม่เท่าในคลอง แต่ก็เกิดผลกระทบ...เดาอนาคตคือชายฝั่งแบบพัทยาที่มีอยู่เยอะในไทยก็จะโดนแบบนี้ จริงๆก็โดนแล้ว แต่ไม่เป็นข่าว...ไม่ใช่แค่ที่พัทยาเท่านั้นผศ.ดร.ธรณ์ ประเมินว่า ปลาจะขยายเขตไปเรื่อยๆ จากคลองหนึ่ง ปลาแน่น ตัวใหญ่ออกทะเลเข้าคลองสอง ออกลูกใหม่ หนีออกทะเลใหม่ เขยิบพื้นที่ไปเรื่อยๆ...การกำจัดทำยากมากมาย ขนาดในคลองพื้นที่นิดเดียวยังจับไม่หมด ในทะเลชายฝั่งยาวเหยียด เราคงทำได้แค่ชะลอผลกระทบจับแบบเจาะจงอย่างที่พี่ๆชาวประมงแถวพัทยาทำ ทอดแหจับฝูงปลาหมอ เอาไปตากแดดกินบ้าง ขายทำ OTOP บ้าง แม้ราคาไม่ดีแต่ก็ถือเป็นการกำจัด...ได้ตัวเล็กมาก็อย่าปล่อย ทำลายให้หมด เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศชายฝั่ง อันเป็นแหล่งทำมาหากินขณะที่เราต้องพยายามรักษาพื้นที่สุดท้ายคือเกาะห่างฝั่ง ปลาหมอแม้อยู่ในทะเลได้ แต่โอกาสว่ายข้ามไปเกาะกูด เกาะเต่า เกาะพะงันคงยาก...เราต้องป้องกันไม่ให้คนเอาไปปล่อย เห็นปุ๊บต้องรีบลุย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นเหมือนชายฝั่งที่โดนอยู่ตอนนี้ บทสรุปคือปลาหมอคางดำคงขยายตัวเลียบไปตามชายฝั่งจากคลองหนึ่งไปหาดหนึ่ง ว่ายออกทะเลต่อไปคลองสองหาดสอง ขยายตัวเลียบฝั่งไปเรื่อยๆ“เอเลี่ยนสปีชีส์” น่ากลัวเพราะเหตุนี้แหละ เมื่อเกิดขึ้นถึงขั้นระบาด มันหมดปัญญากำจัดทำได้แค่ประคองสถานการณ์ รักษาพื้นที่ตามเกาะไว้ครับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กล่าวทิ้งท้ายมัจจุราชคางดำ...คนไทยจำนวนไม่น้อยคงอยากจะส่งกระแสจิตไปที่ “ใครคนนั้น”...คนหรือกลุ่มที่ริเริ่มนำเข้าพวกมันมาเมื่อหลายปีก่อน เผื่อบาปกรรมและจิตสำนึกจะทำหน้าที่ทำงานบ้าง...ก่อนที่คำว่า “อ่าวไทย” จะเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า “อ่าวปลาหมอคางดำแห่งประเทศไทย”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม