“อนุทิน” รับข้อเสนอแนวคิดเจ้าสัว-บิ๊กซีอีโอเป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง ย้ำรัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน ประกาศ Missing Link ต้องเกิดก่อน “แลนด์บริดจ์” ปั้นไทยศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาค ทำขึงขังปราบโกงจริงจังไม่มีปากว่าตาขยิบ แซะ กกร.กล้าเปิดข้อมูลโกงต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ “เอกนิติ” เผยข้อเสนอภาคเอกชน 6 ประเด็น ดันนโยบายเชิงรุก “เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด-ลงทุนในคน-อัปสกิลแรงงานให้ทันโลก AI-สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่-ศูนย์กลางการเงิน-ปลดล็อกอุปสรรค-ปราบคอร์รัปชัน” ปลุก กรอ.ร่วมขับเคลื่อน “ลิซ่า” จี้เปิดทำเนียบฟังชาวบ้านบ้างรับรู้ปัญหาคงไม่แค่ “หูชา” อาจ “หูดับ” ไปเลยก็ได้ นายกฯบินทัวร์เมืองศรีเทพ ร่วมงาน “ฮักบั้งไฟพุเตย” ปชป.เปิดตัว “อนุชา” ชิงผู้ว่าฯ กทม. ขอสู้แม้ตกเป็นรอง “ชัชชาติ”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ย้ำการพูดคุยกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน เพื่อรับฟังความเห็นข้อเสนอแนะ นำมาประมวลกำหนดเป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศ ชี้ประเทศของเราต้องพึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมสงบสุข ย้ำรัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน“อนุทิน” ยกคณะชม “เมืองศรีเทพ”เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เดินทางลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โบราณสถานเขาคลังนอก และเป็นประธานเปิดงานประเพณี “ฮักบั้งไฟพุเตย” ประจำปี 2569 อ.วิเชียรบุรี รวมถึงติดตามการพัฒนาแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พร้อมร่วมประเพณีสำคัญของท้องถิ่น ที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความร่วมมือของประชาชนในชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ย้ำนำข้อเสนอซีอีโอไปขับเคลื่อนนายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่องว่า การพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เรารับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะ นำมาประมวลกำหนดเป็นแนวทางที่จะทำให้สิ่งที่คาดหวังของผู้ประกอบการได้รับผลสำเร็จมากที่สุด เพราะประเทศของเราต้องพึ่งท่านเหล่านี้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมสงบสุข รัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน กลุ่มเอกชนด้านนำเข้า-ส่งออก อยากให้ปรับปรุงเส้นทางขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ กำแพงภาษี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่าเราต้องยกระดับเกษตรกร ท่านพูดคำหนึ่งว่าของเราน้ำมันบนดินนะ คืออาหาร เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สอดคล้องกับที่ตนไปพูดในเวทีผู้นำอาเซียนทำแน่ Missing Link ระนอง–ชุมพรเมื่อถามว่าในวงผู้ประกอบการมีพูดคุยเรื่อง การพัฒนาท่าเรือระนอง และเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนองหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว แลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ตัว Missing Link ส่วนที่ขาดไป ทุกวันนี้ทางรถไฟที่ไปทางซีกตะวันตกยังไม่มี เราจะต่อเติมในช่วงที่ขาดหายไป ทำให้วงจรเครือข่ายทางรางเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหนือ-ใต้-ออก-ตก สมบูรณ์ขึ้น สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มของแลนด์บริดจ์ ส่วนแลนด์บริดจ์ตัวใหญ่นั้นเราให้ศึกษาอยู่ มีแล้วจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยในส่วนของ Missing Link ควรต้องเกิดขึ้นปราบโกงจริงจังไม่มีปากว่าตาขยิบนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องทุจริตคอร์รัปชันว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดเด็ดขาด ยืนยันได้เลยต้องไม่มีเรื่องพวกนี้ มิเช่นนั้นรัฐบาลคงไม่กล้าแสดงตัวเข้าร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องไปแก้ตราบาป ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป เมื่อถามถึงการจัดอันดับ 10 หน่วยงานที่เรียกรับสินบนมากที่สุด นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลเราปราบปรามจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึกหรือการทำโพล ทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย เคลียร์ไม่ได้ เมื่อถามว่าบางหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมฟ้องกลับ นายอนุทินตอบว่า ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ฟ้อง เมื่อกล้าบอกว่าคุณทำผิดคุณโกง ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ“เอกนิติ” เผยเอกชนหนุนพลิกวิกฤติผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. ของคืนวันที่ 15 พ.ค. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์หลังงานเลี้ยงอาหารค่ำในกิจกรรม “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ภาคเอกชนมองเห็นตรงกันว่าวิกฤติพลังงานโลกในปัจจุบัน เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและไทย ซึ่งไทยต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ผ่านการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยรัฐบาลได้รับข้อเสนอของเอกชน 6 ประเด็น ได้แก่ 1.เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานสะอาด เรื่องนี้ถือเป็นข้อเสนอหลักของภาคเอกชนที่เน้นไปที่การเร่งลงทุนในทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับภาคการเกษตร และวิกฤติเอลนีโญในช่วงปลายปี รวมถึงการเร่งลงทุนในพลังงานสะอาด เพื่อตอบโจทย์วิถีพลังงานโลกสมัยใหม่ลงทุนกับ “คน” ไปพร้อมเทคโนโลยี AIนายเอกนิติกล่าวว่า 2.การลงทุนใน “คน” ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะแรงงานไทย รับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 3.การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และศูนย์กลางการเงิน ภาคเอกชนมีข้อเสนอว่าการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ รัฐบาลควรมุ่งเป้าไปที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่ โดยมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ที่เป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค ผ่านการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเข้มแข็ง และมีการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้โอกาสจากวิกฤติในตะวันออกกลาง 4.การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้วปลุก กรอ.เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนนายเอกนิติกล่าวต่อว่า 5.เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และ 6.ดูแลปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป นายกฯมีแนวคิดให้ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) เพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณ ต้องเน้นรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่กับการใช้ยุทธศาสตร์ 4T ประกอบด้วย 1.Target มุ่งเป้าหมายให้ชัดเจน 2.Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 3.Transform การปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์ และ 4.Together การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน รัฐบาลไม่ละเลยปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อและค่าครองชีพประชาชนระดับฐานราก รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs พร้อมทั้งรับข้อเสนอจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการพัฒนาท่าเรือระนอง และเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนอง เพื่อยกระดับไทยให้เป็นจุดแข็งสำคัญของอาเซียนอย่างยั่งยืน“ลิซ่า” จี้เปิดทำเนียบฟังชาวบ้านบ้างขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ในวันที่รัฐบาลพยายามหาทางออกให้ประเทศพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยการรับฟังพูดคุยกับกลุ่มทุนเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่อยากให้รัฐบาลพูดคุยแบบไม่เลือกข้าง เพราะสุดท้ายไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบแรกคือประชาชนคนรากหญ้า การที่รัฐบาลเลือกพูดคุยกับกลุ่มทุนเฉพาะเหล่านี้อาจยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้พยายามทลายกลุ่มทุนผูกขาดหรือไม่ ไม่เคยเห็นรัฐบาลเปิดทำเนียบคุยกับกลุ่มพี่น้องประมง พี่น้องเกษตรกร ไรเดอร์ และประชาชนที่คัดค้านแลนด์บริดจ์ ดูนายกฯสีหน้ายิ้มแย้มมากกับการที่มีนายทุนมานั่งพูดคุย อาจเป็นชนชั้นเดียวกันที่ท่านสบายใจที่จะคุย ไม่ว่ากัน แต่อยากให้นายกฯบาลานซ์ความรู้สึกประชาชน อย่าให้เขารู้สึกว่าสู้เพียงลำพัง รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนรู้สึกให้ได้ว่ากำลังแก้ปัญหาให้และอยู่เคียงข้างเขา ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจกระจุกอยู่กับนายทุนไม่กี่กลุ่มรับรู้ปัญหาอาจหูดับไปเลยก็ได้ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลกำลังให้น้ำหนักนายทุน มากกว่าประชาชนหรือไม่ในการแก้ไขปัญหาประเทศ น.ส.ภคมนตอบว่า แน่นอนอยู่แล้วว่า ใช่ ชาวประมงพื้นบ้าน คนที่ยังประสบปัญหากับน้ำมันช่วงการกักตุนที่ผ่านมา เขาฟื้นหรือยัง ได้ฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มไรเดอร์หรือไม่ พอเป็นกลุ่มทุนรัฐบาลเปิดให้เข้าไปคุยในทำเนียบฟังแล้วบอกหูชา เป็นการสื่อสารที่ดูเป็นลูกน้องนายทุนมาก หากได้ฟังปัญหาจากประชาชนจริงๆ นายกฯอาจหูดับไปเลยก็ได้ อย่าเลือกรับฟัง อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าเลือกเชื่อ เพราะเป็นนายกฯของคนทุกกลุ่มทุกชนชั้นพท.จ่อถกแนวทางแก้รัฐธรรมนูญนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางพรรคเพื่อไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เตรียมยกมาพูดคุยในคณะทำงานของพรรคเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอยู่ด้วยในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อใน 2 ประเด็นใหญ่ คือ ตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้ร่างเดิมของพรรค ที่ให้แต่ละจังหวัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มา แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกรอบหรือไม่ วิธีการนี้ไม่ได้เลือกโดยตรง ไม่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และยึดหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกบุคคลมาเป็น ส.ส.ร.หรือจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อีกประเด็นคือเรามี สส. 74 เสียง ต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองอื่นให้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถึง 1 ใน 5 เชิงหลักการเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวมต้องร่วมมือร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรคิดว่าฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ใครที่คิดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่หลักการไปได้ เป็นผลดีกับการปฏิรูปการเมือง จะขอความร่วมมือเข้าลงชื่อ เท่าที่ตรวจสอบจากคณะผู้บริหารพรรคเข้าใจว่าจะให้เดินหน้าต่อ“เด็จพี่” ย้ำบทเรียนพฤษภาทมิฬนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 17 พ.ค.นี้ เป็นวันครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ บทเรียนสำคัญที่สังคมไทยต้องไม่มีวันลืมว่า เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองเดินไปถึงทางตัน คนที่ต้องรับผลกระทบและสูญเสียมากที่สุดคือประชาชน ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองใดคุ้มค่ากับชีวิตของประชาชน และเป็นเครื่องเตือนทุกฝ่ายว่าการเมืองต้องมีทางออกบนหลักประชาธิปไตย การรับฟัง และความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ความเห็นต่างนำไปสู่ความสูญเสียอีก การเมืองอาจมีผู้ชนะหรือผู้แพ้ได้ แต่ถ้าประชาชนต้องสูญเสีย ประเทศก็ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง วันนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาพลังงาน กดทับชีวิตประจำวัน สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ แต่คือทางออกให้ประเทศ ความหวังทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอเรียกร้องว่ารัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างจริงจัง การเมืองจะขัดแย้งกันอย่างไร แต่ปากท้องประชาชนรอไม่ได้“มานะ” ฟันธงแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนนายมานะ มหาสุวีระชัย สว.ศรีสะเกษ กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันว่า ปัญหาคือไม่คุ้มที่จะลงทุน โครงการนี้เริ่มครั้งแรกสมัยปี 2532 มี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคลองคอคอดกระ เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ศึกษาปัญหาทั้งด้านวิศวกรรม ด้าน การเงิน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคงทางทหารและด้านต่างประเทศ ตนถูกดึงเข้ามาเป็นผู้ช่วยเลขานุการอนุ กมธ.ด้านวิศวกรรม พบว่าการขุดคอคอดกระพูดกันมากว่า 300 ปี จนถึงผลการศึกษาครั้งนี้สรุปไม่คุ้มค่าการลงทุน ยกเว้นจะใส่ตัวเลขผลตอบแทนที่เป็นนามธรรมที่ไม่มีเหตุผลเข้าไปในผลการศึกษา เช่นเดียวกับแลนด์บริดจ์ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างในการ Operate และ Maintenance มันคุ้มค่าหรือไม่ ขอให้รองนายกฯ และ รมว.คลังดูดีๆว่าข้อมูลที่มีถูกต้อง น่าเชื่อถือแค่ไหนเปรียบเหมือนขี่ตั๊กแตนจับช้างนายมานะกล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่อีกข้อคือปัญหาทางกายภาพในการบริหารจัดการ การยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงจากเรือไปขึ้น-ลงรถไฟทั้งสองฝั่งทะเล ถามว่าทำได้อย่างที่ว่าจริงหรือไม่ สุดท้ายเกรงว่าแลนด์บริดจ์จะซ้ำรอยโฮปเวลล์เป็นมหากาพย์ที่ยืดยาว เป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศจนถึงวันนี้ยังไม่จบ ประเทศไทยมีเรื่องแปลกๆแบบนี้เยอะ ปกติชอบขี่ช้างจับตั๊กแตน มันอาจทำได้แม้ไร้ประสิทธิ ภาพ แต่แลนด์บริดจ์จะเป็นการขี่ตั๊กแตนจับช้าง โดยไม่ต้องถามหาถึงประสิทธิภาพ เพียงขอให้คณะศึกษาของรัฐบาลตอบคำถามง่ายๆก่อนว่า การทำ Double handling ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ฝั่งทะเล ทำได้อย่างที่พูดจริงหรือปชป.เปิดตัว “อนุชา” ชิงผู้ว่าฯ กทม.ช่วงบ่ายที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดตัวทีมผู้สมัคร สก. 50 เขต ในนามพรรคอย่างเป็นทางการ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคทำงานร่วมกับคน กทม.มายาวนาน เรามีบุคลากรจำนวนมากที่เชี่ยวชาญและผูกพันกับคน กทม. เคยได้โอกาสทำงานต่อเนื่อง 4 สมัย เราทำงานเป็นทีม แม้ระยะหลังประชาชนไม่ให้โอกาสทั้งการเลือกตั้ง สส. หรือผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องห่างเหิน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรอง การสำรวจความเห็นประชาชนยืนยันเลือกผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน แต่หากผู้สมัครของพรรคที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ได้รับโอกาส จะทำหน้าที่อย่างใส่ใจ ทำงานใหญ่เพื่อผลักดัน กทม.ให้เป็นได้มากกว่านี้ขอสู้แม้รู้ตัวว่าเป็นรอง “ชัชชาติ”ต่อมานายอนุชากล่าวแสดงวิสัยทัศน์การบริหาร กทม.ว่า แม้ยังเป็นรองนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ที่แสดงตัวจะลงอีกสมัย แต่ไม่ย่อท้อ เคยบอกกับครอบครัวและคนใกล้ชิดจะวางมือทางการเมือง แต่ผู้บริหารพรรคจุดไฟให้ว่ามีอะไรที่ไม่ได้ทำให้กับ กทม. จึงเป็นที่มาของวันนี้ นอกจากผู้บริหารพรรคให้โอกาส แนวทางการทำงานฐานะสส. ตั้งแต่ปี 2550 เป็นแนวทางเดียวกันกับหัวหน้าพรรคคือการเมืองสุจริต เป็นอีกจุดที่คิดว่าเจออุดมการณ์เดิม ตอนนี้ได้กรอกใบสมัครแล้ว สิ่งที่อยากทำคือ ให้ กทม.เป็นเมืองฟ้าอมร And More ยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ ด้วยนโยบายพัฒนา กทม.ให้สะดวก สะอาด สบาย และ and more พร้อมรับฟังทุกความเห็น มั่นใจว่าจะทำได้ดีกว่า และ กทม.เป็นได้มากกว่านี้บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่มี QR Codeที่ จ.ชลบุรี ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.การเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า มีการตั้งงบประมาณจัดเลือกตั้งไว้ที่ 294 ล้านบาท เปิดรับสมัครที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และรูปแบบบัตรเลือกตั้งรอบนี้ไม่มี QR Code แน่นอน เพราะระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นกำหนดให้ใช้การประทับตราแบบตีตรายาง ทั้งนี้ กกต.จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อของตนเอง ผู้ที่ย้ายข้ามเขตและอยู่ในทะเบียนบ้านไม่ครบ 1 ปี ยังไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามเงื่อนไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น และประชาชนสามารถยื่นคำร้องเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ก่อนวันเลือกตั้งตามขั้นตอนที่กำหนดกกต.กทม.เตือนต้องแจ้งงบหาเสียงว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ยังกล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ว่า แม้จะไม่มีข้อกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงไว้ แต่ไม่ว่าผู้ช่วยหาเสียงจะเป็นสามี ภรรยา หรือบุตรของผู้สมัคร ต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงต่อ กกต.ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถือเป็นผู้ช่วยหาเสียงตามกฎหมายเช่นกัน ที่สำคัญผู้สมัครต้องระมัดระวังไม่ให้การช่วยเหลือนั้นเข้าข่ายการซื้อเสียง หรือให้ประโยชน์ตอบแทนในลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์ หรือยูทูบเบอร์ ที่ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยหาเสียง หากมีการว่าจ้างหรือมีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง แม้ไม่มีการจ่ายเงินจริง เป็นการช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ยังต้องถือเป็น “การรับให้” ที่ต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต. สำหรับการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Facebook, LINE, Instagram และ TikTok ต้องแจ้งบัญชีที่จะใช้ต่อ กกต.ก่อนดำเนินการ“แสวง” บอก กกต.สู้ด้วยความจริงด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดว่า อยู่ระหว่างทำคำชี้แจงของพยานที่ กกต.กล่าวอ้างรวมจำนวน 5 คน กลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ขณะนี้ยังอยู่ในระยะเวลา เป็นนักกฎหมาย หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 4 คน อีกหนึ่งคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เราเอาความจริงมาสู้เราอยู่ในสายตาประชาชน และทำตามกฎหมาย ต้องรอดูว่าผลของคดีจะเป็นอย่างไร เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณี กกต.แจ้งดำเนินคดีกับประชาชน 6 ราย นายแสวงตอบว่า อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เรื่องคดีไม่น่าเปลี่ยน เป็นความพยายามปกป้องในสิ่งที่เราทำ คือกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ใช่ปกป้องตัวเอง เมื่อมีอะไรมากระทบต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องดำเนินการเมิน “สมชัย” แจ้งฟ้องหมิ่นประมาทผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และคณะ เตรียมแจ้งความดำเนินคดี กกต. ในสัปดาห์หน้าฐานหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง นายแสวงตอบว่า กกต.ถูกฟ้องเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนที่กลุ่ม we watch เรียกร้องขอให้ถอนฟ้องประชาชนที่ประท้วงการเลือกตั้งในเขต 1 ชลบุรีนั้น ตามที่ชี้แจงไป เป็นเรื่องของการปกป้องกระบวนการจัดเลือกตั้ง กกต.มีหน้าที่ต้องทำให้เรียบร้อย และประชาชนทุกคนควรอยู่ภายใต้กฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่