อุบัติเหตุสยองกรุง รถไฟบรรทุกสินค้าจากแหลมฉบังชนรถเมล์ปรับอากาศสาย 206 จนไฟลุกท่วมบริเวณทางข้ามรถไฟแยกอโศก-เพชร สลดคนบนรถเมล์ถูกย่างสดไหม้เกรียม 8 ศพ ส่วนคนเจ็บมีร่วม 40คน มีทั้งคนบนรถเมล์คนในรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ถูกรถเมล์กวาดเกลื่อนถนนจนไฟลุกไหม้เสียหายหลายคัน “ชัชชาติ” ยันรถโดยสารจอดคร่อมรางเหตุจากรถติด แฉคลิปกล้องหน้ารถ “เมล์มรณะ” จอดคร่อมรางรถไฟเกือบครึ่งคัน ด้านนายกรัฐมนตรีรับรายงานแล้ว กำชับดูแลคนเจ็บคนตายและตรวจสอบสาเหตุ ขสมก.ลั่นเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 ล้านบาท พร้อมดูแลค่ารักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมดสยองรถไฟชนรถเมล์ย่างสด 8 ศพอุบัติเหตุสยองกรุง รถไฟสินค้าชนรถเมล์ปรับอากาศที่จอดติดไฟแดงคร่อมรางจนไฟลุกท่วมทั้งคันย่างสด 8 ศพ บาดเจ็บเกือบครึ่งร้อย เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 16 พ.ค. ร.ต.อ.จารุพัฒน์บัวแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถประจำทาง และรถยนต์หลายคันจนไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางข้ามรถไฟสายแปดริ้ว แยกอโศก—เพชร ถนนกำแพงเพชร7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รถน้ำ 5 คัน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูควันโขมงคลุมแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่เกิดเหตุบริเวณริมทางรถไฟ ใกล้เคียงสถานี รถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน พบรถไฟสินค้า ขบวนรถสินค้าที่ 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนลากรถโดยสารสาธารณะปรับอากาศสีส้ม สาย 206 เลขข้างรถ 3-44197 ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างเมกาบางนา-ม.เกษตรฯ อัดกับตอม่อแอร์พอร์ตเรลลิงก์จนรถเมล์เกิดไฟไหม้ลุกท่วมรุนแรง มีผู้ที่ติดอยู่ในรถเมล์หลายราย ควันไฟดำโขมงลอยขึ้นเหนือสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ไม่เท่านั้นไฟยังได้ลุกลามไปติดรถยนต์และรถ จยย.ที่อยู่ใกล้เคียงเสียหายอีกหลายคัน มีเสียงระเบิดเป็นระยะจากถังน้ำมันของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ถูกชนเป็นระยะ ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้โดยสารบนรถเมล์ คนขับรถยนต์และจักรยานยนต์หนีตายกันอลหม่านสลด 8 ศพเกรียมในรถเมล์ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไทได้เดินทางถึงที่เกิดเหตุ เข้าสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้ประมาณ 5 นาทีเพลิงสงบ เข้าตรวจสอบบนรถเมล์มรณะพบผู้เสียชีวิต 8 ราย สภาพถูกย่างสดร่างไหม้เกรียม ขณะที่ผู้บาดเจ็บพบว่ามีมากกว่า 25 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน แชร์ว่อนภาพรถเมล์จอดคร่อมรางมีรายงานว่า หลังเกิดเหตุไม่นาน ในโซเชียลมีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถหลายคัน โดยมีอยู่ 1 คลิป จับภาพได้อย่างชัดเจน โดยรถเมล์ที่ถูกชนหันหัวมุ่งหน้าแยกอโศก-เพชร จอดล้ำอยู่บนรางรถไฟเกินมาเกือบครึ่งคัน โดยไม้กั้นไม่ได้ทำงาน ทำให้รถไฟสินค้าที่วิ่งเข้ากรุงเทพฯ แม้ชะลอความเร็วแต่แรงเฉื่อยทำให้รถไฟหยุดไม่อยู่พุ่งชนรถเมล์คันดังกล่าวกลางคันกระเด็นไปกระแทกกับตอม่อกวาดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้ๆก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นดังกล่าวหนุ่มออดี้เฉียดตายเผยนาทีระทึกด้านนายอั๋น อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังตกใจอยู่ว่า ขณะขับรถยนต์ยี่ห้อออดี้มาจอดรอก่อนถึงทางรถไฟ ได้ยินเสียงชนดังขึ้น 2 ครั้ง ก่อนรถของตนจะถูกแรงกระแทกเข้าที่ด้านซ้ายของตัวรถ เมื่อหันไปมอง เห็นรถไฟกำลังกวาดรถเมล์ไปอีกด้านและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นทันที หากรถตนไม่กระเด็นออกมา อาจถูกกวาดไปพร้อมกับรถเมล์ด้วยมีคนเจ็บติดใต้รถ–วิน จยย.ช่วยนายอั๋นกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บติดอยู่ใต้ท้องรถของตน 1 ราย บาดเจ็บขาหัก รีบถอยรถเพื่อช่วยนำตัวผู้บาดเจ็บออกมา ต้องขอบคุณกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ที่เข้ามาช่วยเคลียร์เส้นทาง และช่วยเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากขณะนั้นเพลิงลุกไหม้ และกังวลว่าอาจเกิดระเบิดขึ้นได้ ส่วนความเสียหายของรถตนพบว่าถูกชนบริเวณด้านซ้ายจนรถกระเด็นออกนอกเลน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาสอบถามรายละเอียด มีเพียงการติดต่อบริษัทประกันภัยให้เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้น โดยนายอั๋นระบุว่า พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรหลังเกิดเหตุสน.มักกะสันรายงานเหตุด่วนทั้งนี้ มีรายงานเหตุของ สน.มักกะสันส่งไปยังผู้บังคับบัญชาระบุว่า เหตุรถไฟชนรถประจำทางสาธารณะ สถานที่เกิดเหตุทางข้ามรถไฟสายแปดริ้ว บริเวณแยกอโศก—เพชร ถนนกำแพงเพชร 7 แขวง บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างตรวจสอบและตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่นิติเวชรามาธิบดี พฤติการณ์วันนี้ วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมักกะสัน เวลา 15.36 น. แจ้งอุบัติเหตุจราจร รถไฟขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ชนกับรถประจำทางปรับอากาศและรถส่วนบุคคลหลายคันแจงรายละเอียดความเสียหายเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบพบทรัพย์สินเสียหายได้แก่ 1.รถไฟขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ รหัสหัวลาก 4531 รฟท. มีนายสมยพร สวนกูลอายุ 46 ปี ที่อยู่ 247 ถนนรถไฟ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นพนักงานขับรถไฟ 2.รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน บพ 4648 ยโสธร 3.รถยนต์ยี่ห้อเลกซัล รุ่น rx 300 ทะเบียน 7 กต4723 กรุงเทพมหานคร 4.รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์รุ่น อี 200 ทะเบียน ก 15-0098 5.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไอ ทะเบียน 1 ขฉ 2161 กรุงเทพมหานคร 6.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น pcx ทะเบียน 1 กพ 3170 ปัตตานี 7.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแดช ทะเบียน ธลท 673 กรุงเทพมหานคร 8.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน 7 ขย9478 กรุงเทพมหานคร 9.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน 5 ขจ 8711 กรุงเทพมหานคร 10.รถเมล์ปรับอากาศประจำทาง ขสมก. ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร การดำเนินการเบื้องต้น รอผลตรวจพิสูจน์ทราบรายงานเหตุผู้เสียชีวิตจากแพทย์นิติเวช ผบ.ตร.กำชับให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลกับนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทราบถึงสาเหตุเบื้องต้นว่าเกิดจากกรณีรถเมล์จอดติดไฟแดงในลักษณะคร่อมทางรถไฟ เนื่องจากมีสภาพการจราจรติดขัดต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่รถเมล์ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ทัน ในขณะที่รถไฟได้ผ่านเข้ามาพุ่งชนจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จัดเตรียมกำลังสายตรวจและตำรวจจราจรลงพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรตามจุดทางร่วมทางแยกต่างๆโดยรอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ กำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุและพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงตามหลักกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด“ชัชชาติ” ยันเมล์มรณะจอดคร่อมรางนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ ได้หารือกับผู้อำนวยการเขตราชเทวี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีรถไฟขบวนที่วิ่งจากฉะเชิงเทราจะเข้ามายังบางซื่อ แต่ระหว่างนั้นมีรถเมล์ปรับอากาศจอดคร่อมรางรถไฟอยู่ ระหว่างนั้นมีการจราจรติดขัด ทำให้ไม้กั้นรถไฟไม่ทำงาน ส่งผลให้รถไฟวิ่งเข้าชนรถเมล์ลากมาประมาณ 50 เมตร ไปอัดกับตอม่อจนเกิดไฟลุกท่วมไหม้รถเมล์จนมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 8 ราย และบาดเจ็บ 25 ราย ได้นำผู้บาดเจ็บลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้ พื้นที่เกิดเหตุ รายละเอียดทั้งหมดต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสรุปเหตุการณ์ครั้งหนึ่งสธ.สั่ง รพ.ในสังกัดรับสถานการณ์นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดเตรียมความพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ทั้งนี้ การสั่งการในพื้นที่เกิดเหตุหลักอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมและกระจายผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ได้เปิดห้องฉุกเฉิน (ER) เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ห้องผ่าตัด รวมถึงหอผู้ป่วยรองรับสถานการณ์ไว้ทั้งหมดแล้วคาดยอดคนเจ็บสูงถึง 40 รายนพ.ณัฐพงศ์กล่าวว่า ตอนนี้ รพ.ราชวิถีรับผู้ป่วยสีแดง 2 ราย สีเหลือง 5 ราย ขณะที่ รพ.รามาธิบดีรับผู้ป่วยสีแดง 3 ราย สีเหลือง 2 ราย ส่วน รพ.พระมงกุฎเกล้า รับผู้ป่วยสีแดง 1 ราย และสีเหลือง 1 ราย โดยผู้ป่วยสีแดงถือเป็นกลุ่มอาการหนัก มีความเสี่ยงต่อชีวิต หรืออาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ขณะนี้ รพ.รัฐเป็น หน่วยหลัก รองรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บาดเจ็บสีแดง ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงหรือกลุ่มสีเขียวและสีเหลือง เช่น โรงพยาบาลพระราม 9 และโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นต้น สำหรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด เบื้องต้นได้รับรายงานประมาณ 8 ราย ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมดคาดว่าอาจสูงถึงประมาณ 40 ราย เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุมีทั้งผู้โดยสารบนรถเมล์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ส่วนบุคคลอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก รพ.ราชวิถีได้เตรียมความพร้อมทั้งหอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก ห้องผ่าตัด รวมถึงสำรองโลหิตและพื้นที่ฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามาเพิ่ม ขณะนี้ทุกหน่วยงานยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่ชัดเจน“อนุทิน” กำชับเร่งช่วยเหลือเหยื่อเย็นวันเดียวกัน ที่เขาคลังนอก จ.เพชรบูรณ์ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย รับรายงานเหตุรถไฟบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ชนกับรถโดยสารประจำทางจนเกิด เพลิงลุกไหม้ บริเวณมักกะสัน ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล และตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด พร้อมติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นโรงพยาบาลราชวิถีรับผู้บาดเจ็บอาการสีแดง 2 ราย และสีเหลือง 5 ราย ส่วนกรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือประชาชน งดเผยแพร่หรือแชร์ภาพผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์“พิพัฒน์” สั่ง “ขนส่ง” ดูแลคนเจ็บใกล้ชิดต่อมาเวลา 17.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งหมด 8 ราย ทั้งหมดอยู่ในรถโดยสาร ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกคน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล เพื่อยืนยันตัวผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บมีรายงานประมาณ 32 คนถูกนำส่งกระจายรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่เหลือเป็นผู้บาดเจ็บ ระดับปานกลางและเล็กน้อย สั่งการให้กรมการขนส่ง ทางบกประสานติดตามข้อมูลผู้บาดเจ็บแต่ละรายอย่างใกล้ชิดคนขับรถเมล์–กระเป๋าตายทั้งคู่รมว.คมนาคม ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดบนรถเมล์ เนื่องจากพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถบาดเจ็บและเสียชีวิต ต้องรอข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับประเด็นระบบไม้กั้นทางรถไฟ ตามหลักการทำงานปกติ ระบบไม้กั้นจะต้องทำงานสัมพันธ์กับสัญญาณรถไฟ กล่าวคือ ไม้กั้นต้องปิดลงก่อน จึงจะสามารถส่งสัญญาณให้ขบวนรถไฟผ่านได้ แต่กรณีนี้พบว่าไม้กั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า เหตุใดขบวนรถไฟยังเคลื่อนตัวเข้าสู่จุดตัด และเหตุใดจึงไม่สามารถหยุดได้ทันรฟท.ส่งหลักฐานให้ตำรวจหมดแล้วนายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยนำข้อมูลจาก “กล่องดำ” ของขบวนรถไฟไปตรวจสอบ ทั้งในส่วนความเร็ว พฤติกรรมการขับขี่ และระบบสัญญาณต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปเชิงวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่ตั้งสมมติฐานล่วงหน้า จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และกล้องภายในจุดควบคุมระบบไม้กั้น เพื่อใช้ประกอบการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ลั่น “ต้องมีคนรับผิดชอบ”นายพิพัฒน์ย้ำว่า ระบบความปลอดภัยของทางตัดรถไฟถูกออกแบบให้มีหลายชั้น ทั้งไม้กั้น สัญญาณไฟ สัญญาณธง และระบบแจ้งเตือนต่างๆ ทั้งหมดต้องทำงานสอดคล้องกัน หากไม้กั้นยังไม่ปิด ระบบจะไม่อนุญาตให้ขบวนรถไฟผ่านได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า จุดบกพร่องเกิดขึ้นในขั้นตอนใด พร้อมยอมรับว่า “ต้องมีผู้รับผิดชอบ” ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างต้องพิสูจน์ตามหลักฐานและข้อเท็จจริง ในส่วนของการเยียวยา เรื่องชีวิตมนุษย์ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ แต่เบื้องต้นผู้โดยสารรถเมล์อยู่ภายใต้ระบบประกันภัย คาดว่าจะได้รับการชดเชยมากกว่า 1 ล้านบาทต่อราย อย่างไรก็ตาม ภาครัฐจะพิจารณาทุกแนวทางในการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้มากที่สุด เร่งเคลียร์พื้นที่เปิดการเดินรถไฟส่วนผลกระทบด้านการเดินรถ ขณะนี้เส้นทางรถไฟบริเวณจุดเกิดเหตุยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อน ส่งผลให้มีขบวนรถตกค้างอย่างน้อย 4 เที่ยว และจำเป็นต้องประกาศยกเลิกการเดินรถบางส่วนชั่วคราว พร้อมพิจารณามาตรการรองรับผู้โดยสาร ทั้งการคืนตั๋วและจัดรถโดยสารทดแทน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งเคลียร์พื้นที่ เพื่อกลับมาเปิดการเดินรถและคืนสภาพการจราจรให้ได้เร็วที่สุด ขณะที่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคตขสมก.พร้อมเยียวยา “ตาย–เจ็บ”ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าว ว่า ขสมก.พร้อมรับผิดชอบและเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเต็มที่ ในส่วนของผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินชดเชยเบื้องต้นประมาณ 1,500,000 บาทต่อราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะพิจารณาตามอาการและระดับความรุนแรง หากเป็นผู้บาดเจ็บทั่วไปจะได้รับการช่วยเหลือประมาณ 80,000 บาท แต่หากเป็นกรณีทุพพลภาพจะได้รับการชดเชยสูงสุดประมาณ 500,000 บาท สำหรับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ พ.ร.บ.ประกันภัย ขสมก. จะรับผิดชอบดูแลทั้งหมด ยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง“ร่วม” เผยคนตายส่วนใหญ่อยู่ในรถเมล์นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งโรงพยาบาลภาครัฐ เอกชน หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงประมาณ 25 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ มีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ร่วมดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและเก็บหลักฐานในพื้นที่ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุรุนแรง และต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้การระบุตัวตนผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรถโดยสารประจำทาง ขณะที่สาเหตุและลักษณะการเกิดเหตุโดยละเอียดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอธิบดี ขร.เร่งหาสาเหตุเพื่อวางแนวแก้ไขด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวภายหลังนำทีมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง สั่งการอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมกำชับสั่งการให้ รฟท.อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยให้ รฟท. ร่วมกับ ขร. เร่งสอบสวนอุบัติเหตุ (Accident Investigation) และตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางผ่านเสมอระดับ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างเร่งด่วนที่สุดรฟท.แจงกระทบการเดินรถ 6 ขบวนขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่งเอกสารในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และหน่วยกู้ภัยในการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างสุดความสามารถ ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเดินรถ ดังนี้ 1.ขบวนรถธรรมดาที่ 277 กรุงเทพฯ (หัวลำโพง)—กบินทร์บุรี ถึงสถานีมักกะสัน เวลา 15.44 น.ตามเวลา รอเปิดทาง 2.ขบวนรถชานเมืองที่ 379 กรุงเทพฯ (หัวลำโพง)—ชุมทางฉะเชิงเทรา กำหนดออกจากกรุงเทพฯ เวลา 16.35 น. รอเปิดทาง 3.ขบวนรถพิเศษชานเมืองที่ 391 กรุงเทพฯ (หัวลำโพง)—ชุมทางฉะเชิงเทรา กำหนดออกจากกรุงเทพฯ เวลา 16.55 น. รอเปิดทาง 4.ขบวนรถธรรมดาที่ 282 กบินทร์บุรี—กรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ถึงสถานีหัวหมาก เวลา 16.38 น. ช้า 6 นาที รอเปิดทาง 5.ขบวนรถธรรมดาที่ 284 จุกเสม็ด—กรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ถึงสถานีหัวหมาก เวลา 17.36 น. ตามเวลา รอเปิดทาง 6.ขบวนรถชานเมืองที่ 371 กรุงเทพฯ (หัวลำโพง)—ปราจีนบุรี กำหนดออกจากกรุงเทพฯ 17.40 น. รอเปิดทาง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบางขบวน และอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการ ผู้โดยสารสามารถ ตรวจสอบเวลาเดินรถและติดตามตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ที่ https://ttsview.railway. co.th/v3อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่