ในวันที่โลกยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ชื่อของ “หงษ์ฉี” หรือ HONGQI แบรนด์รถยนต์ระดับผู้นำจากจีน กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของสมรภูมิรถหรูโลก และปี 2569 นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ เมื่อแบรนด์ที่เคยสงวนไว้สำหรับผู้นำประเทศจีน กำลังเดินหน้าปักธงในประเทศไทยอย่างจริงจังหงษ์ฉีถือกำเนิดขึ้นภายใต้ FAW Group ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของจีนที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1953 ก่อนที่ชื่อ “ธงแดง” จะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิของชาติ รถซีดานหงษ์ฉีเคยปรากฏในขบวนสวนสนามระดับชาติและใช้รับรองผู้นำโลกมายาวนาน จนกลายเป็นภาพจำของความสง่างามแบบจีนร่วมสมัย จากแบรนด์แห่งพิธีการ วันนี้หงษ์ฉีได้พลิกบทบาทสู่แบรนด์หรูระดับสากลที่กำลังขยายตลาดไปมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเวทีที่สะท้อนความทะเยอทะยานครั้งใหม่ได้ชัดที่สุดคือมหกรรมยานยนต์ระดับโลก Auto China 2026 ณ กรุงปักกิ่ง งานแสดงรถยนต์ขนาดมหึมาที่กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ บูธของหงษ์ฉีโดดเด่นด้วยบรรยากาศหรูหราสงบนิ่ง พร้อมเผยแนวคิด “ความหรูหราอัจฉริยะ” ผ่านไลน์อัปรถรุ่นใหม่ สะท้อนทิศทาง การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความหรู แต่ก้าวสู่ความล้ำสมัยเต็มรูปแบบขณะเดียวกัน ข่าวสำคัญที่ทำให้สายตาของคนไทยหันมามองแบรนด์นี้มากขึ้น คือการประกาศแผนบุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านพันธมิตรในไทยอย่าง “เมโทร กรุ๊ป” (Metro Group) ที่มี “บดินทร์ บุญวิสุทธิ์” เป็นซีอีโอ ซึ่งได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว พร้อมวางยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์ระยะยาว ไม่ใช่เพียงการนำรถเข้ามาขาย แต่รวมถึงการสร้างประสบการณ์ระดับอัลตราลักชัวรีอย่างครบวงจร ตั้งแต่โชว์รูม ศูนย์บริการ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้พิเศษ โดยมีแผนเปิดโชว์รูมในกรุงเทพฯ 4-6 แห่งภายในปี 2569 ก่อนขยายสู่หัวเมืองใหญ่ รถรุ่นแรกที่ใช้เปิดฉากคือ Hongqi E–HS9 เอสยูวีไฟฟ้าขนาดใหญ่ระดับแฟลกชิป ที่สะท้อนตัวตนใหม่ของหงษ์ฉีได้ชัดเจนที่สุด ตัวรถยาวกว่า 5 เมตร มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์คู่กำลังสูงสุด 551 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.9 วินาที และแบตเตอรี่ขนาด 120 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa ไม้แท้ และระบบช่วงล่างถุงลมที่มอบความนุ่มนวลระดับลิมูซีน ราคาคาดการณ์ในไทยอยู่ราว 3-4 ล้านบาท วางตำแหน่งเป็นรถไฟฟ้าหรู Full-size SUV สำหรับผู้บริหารยุคใหม่เพื่อสร้างการรับรู้ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมโทร กรุ๊ปยังจัดโรดทริปภูมิภาค ขับ E-HS9 จากกำแพงเมืองจีนสู่กรุงเทพมหานคร ระยะทางกว่า 6,000 กม. ผ่านจีน ลาว และไทย ตลอด 17 วัน การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงพิสูจน์สมรรถนะของรถไฟฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่อย่างไรก็ตาม ไพ่ใบสำคัญของการบุกตลาดไทยไม่ได้มีเพียงรถไฟฟ้า เพราะหงษ์ฉีกำลังนำเสนออีกด้านหนึ่งของความหรูหราระดับสูงสุด ผ่านลิมูซีนอัลตราลักชัวรี Hongqi Golden Sunflower Guoli รถเรือธงเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ความยาวเกือบ 6 เมตร ซึ่งในจีนถูกจำกัดสิทธิ์การครอบครองเฉพาะบุคคลที่ได้รับเชิญเท่านั้น และเมื่อเข้ามาอวดโฉมในไทยปลายปี 2569 คาดว่าราคาจะทะลุ 50 ล้านบาทการวางหมากของหงษ์ฉีจึงน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแบรนด์ไม่ได้เลือกแข่งขันด้วยราคาหรือปริมาณยอดขาย แต่ใช้แนวคิด Quiet Luxury สร้างภาพลักษณ์แห่งความพิเศษ เน้นคุณภาพเครือข่ายดีลเลอร์ หลีกเลี่ยงสงครามราคา และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า กลยุทธ์นี้สะท้อนว่าหงษ์ฉีไม่ได้ต้องการเป็น “รถจีนอีกแบรนด์หนึ่ง” หากต้องการยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับแบรนด์หรูยุโรประดับโลก!!!เกสตาโปคลิกอ่านคอลัมน์ “สังเวียนยานยนต์” เพิ่มเติม