นับหนึ่งใหม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะผ่านประชามติมาแล้ว แต่กระบวนการขับเคลื่อนจะไม่ขานรับ ครม.รัฐบาลชุดใหม่ไม่พิจารณาเรื่องนี้ทำให้ตกไป “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี บอกว่าเป็นเรื่องของสภาไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล พูดแค่นี้ก็พอจะเข้าใจได้ว่า “คิดอะไร”รัฐธรรมนูญปี 60 นั้น ได้บัญญัติไว้ว่าการแก้ไขทั้งฉบับจะต้องผ่านประชามติของประชาชน การเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงพ่วงเรื่องนี้ไปด้วยประชาชนเห็นชอบให้แก้ไขแต่พอหลังเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่กลับไม่เดินหน้าต่อ จึงตกไป หากจะเดินหน้าต่อก็ต้องเสนอร่างแก้ไขใหม่“ประชาชน” กำลังเตรียมที่จะเสนอร่างแก้ไขใหม่ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาก็คือการแก้ไขทั้งฉบับนั้นมีบางพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะไปแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันแต่ถ้าแก้ไขเป็นรายมาตราก็พอรับกันได้ลึกไปกว่านั้น “ภูมิใจไทย” ที่เป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบันนั้นไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพอใจกับสภาพที่เป็นในปัจจุบันอีกทั้งเห็นว่าอำนาจขององค์กรอิสระ ที่มาและการดำเนินการต่างๆเหมาะสมดีแล้ว โดยเฉพาะการให้อำนาจ สว.แต่งตั้งองค์กรอิสระปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีกว่า สว.ชุดนี้ส่วนใหญ่สังกัดค่าย “สีน้ำเงิน” ทำให้คุมทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระถือว่าครอบคลุมทั้งระบบเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นๆทุกด้านดังนั้น จึงไม่ต้องการเข้าไปแตะต้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเกรงว่าจะมีการแก้ไขในหมวดต่างๆที่เป็นขุมกำลังของ “ภูมิใจไทย”การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สว.มีอำนาจในการแก้ไขด้วยแม้จะถูกตัดเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ถือว่ามีความสำคัญพูดง่ายๆว่าถ้า สว.ไม่เห็นด้วยก็แก้ไขไม่ได้เรียกว่าผูกกันไว้หลายชั้นนอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมนักการเมืองด้วยนักการเมืองบางส่วนต้องการให้มีการแก้ไข แต่บางส่วนต้องการให้คงไว้ดูจากรูปการณ์แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงทำได้ยาก แม้ “เพื่อไทย” ที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขแต่ก็ต้องฟังเสียงให้รอบด้านจึงไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนักพรรคการเมืองอื่นๆอย่างประชาธิปัตย์ แม้ต้องการแก้ไขแต่ก็มีข้อจำกัดจึงไม่ได้อะไรมากนัก จะมีก็พรรคประชาชนเท่านั้นที่ต้องการแก้ไขมากที่สุดที่สำคัญก็คือพรรคนี้มีจุดอ่อนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันดังนั้นการแก้ไขจึงไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคอื่นสุดท้ายการแก้ไขคงเป็นไปได้ยาก!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม