กรณีมีกระแสข่าว ครม.อนุมัติงบฯ 1,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นโจทย์ร้อนที่สังคมตั้งคำถามความคุ้มค่าการนำภาษีประชาชนมาใช้อย่างไม่เหมาะสม ในช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ควรนำงบฯ ไปเพิ่มเติมสวัสดิการ แก้ปมปากท้องประชาชนที่จำเป็นมากกว่านำมาใช้เพื่อความบันเทิงแม้รัฐบาลยืนยันไม่ได้อนุมัติงบประมาณระดับพันล้าน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แต่เป็นเพียงรับทราบแนวทางดำเนินงาน ให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปหาทางออกให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกฟรีแต่ยังไม่สามารถลดความหวาด ระแวงจากสังคมได้ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนถึงรูปแบบการหาเงินมาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โดยคาดว่าจะใช้วิธีระดมทุนจากภาคเอกชนมาสนับสนุน แต่ขณะนี้ยังไม่มีเอกชนรายใดประกาศตัวร่วมลงขัน เพราะมูลค่าลิขสิทธิ์ 1,300 ล้านบาทถือว่าสูงมาก อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามที่ซื้อลิขสิทธิ์ได้ในราคา 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 500 ล้านบาท ขณะที่เวลาการแข่งขันตรงกับช่วงเวลาเช้ามืดของไทย เรื่องเรตติ้งผู้ชมและการขายโฆษณาอาจทำได้ยาก ความคุ้มค่าทางธุรกิจต่ำมาก ภาคเอกชนจึงลังเลใจ ไม่อยากร่วมลงทุน เพราะไม่สร้างผลกำไรคุ้มทุนได้น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กังวลว่า ความคลุมเครือใครจะเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก อาจเกิดเหตุซ้ำรอยการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 600 ล้านบาทมาใช้น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การใช้เงินกองทุน กทปส.มาซื้อลิขสิทธิ์สุ่มเสี่ยงขัดวัตถุประสงค์กองทุนที่นำไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้มีโอกาสเข้าถึงสื่อต่างๆ ไม่ใช่มาถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกฟรี ความไม่ชัดเจนเรื่องแหล่งเงิน ทำให้กังวลหากไม่มีเอกชนมาลงขัน อาจเดินตามรอยรูปแบบเดิมๆเพื่อหาเงินมาอุดหนุนซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความชัดเจน ในการหาแหล่งเงินทุนมาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ไม่เลี่ยงบาลี ไปเบียดบังเงินของกองทุน กทปส.แทนการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อหวังผลนำเงินสาธารณะมารักษาหน้ารัฐบาล สนองตอบคะแนนนิยมทางการเมือง มากกว่าการใช้งบประมาณอย่างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม