โลกกำลังล้อมมิจฉาชีพทางออนไลน์ เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านชนิดยับเยิน! ชนิดที่ว่าตำรวจสารพัดหน่วยทั้งที่ดูแลพิษภัยทางเทคโนโลยีโดยตรงและโดยอ้อมไล่จับกันไม่หวาดไม่ไหว เหยื่อยังผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ด้วยหลายครั้งมิจฉาชีพเหล่านี้ถึงขนาดลงทุนจ่ายเงินยิงแอด (โฆษณา) ในสื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายแหล่ ชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย?หน่วยงานรัฐก็พยายามแก้กฎ ระเบียบ ไปจนถึงกฎหมายให้เท่าทันมิจฉาชีพเหล่านี้ล่าสุด คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ออกมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ยกระดับการควบคุมโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสกัดกั้นโฆษณาหลอกลวงและบัญชีมิจฉาชีพที่ใช้ระบบยิงโฆษณาถึงผู้บริโภคในไทยโดยตรง!สาระสำคัญกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้ลงโฆษณาแบบมีค่าใช้จ่าย ต้องดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (KYC) ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง เว้นแต่ผู้ใช้งานเคยผ่านการยืนยันตัวตนมาแล้วไม่เกิน 1 ปีนอกจากนี้แพลตฟอร์มยังต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณา รวมถึงบุคคลที่ชำระเงินค่าโฆษณาแทนไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน หลังสิ้นสุดการเผยแพร่ เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้รวมไปถึงการยิงแอดข้ามชาติที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลอกลวงคนไทยในช่วงที่ผ่านมา มาตรการใหม่นี้กำหนดให้ยึดพื้นที่เป้าหมายโฆษณาเป็นหลัก แม้ผู้ลงโฆษณาจะอยู่ต่างประเทศ แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณาให้แสดงผลกับผู้ใช้งานในประเทศไทย ต้องเข้าสู่กระบวนการยืนยันตัวตนตามกฎหมายนี้ด้วยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน หรือราวต้นเดือน พ.ย.69งานนี้ภาระความรับผิดชอบจะถูกผลักไปยังแพลตฟอร์มโดยตรงบ้าง หากปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงเผยแพร่ในไทย แพลตฟอร์มอาจถูกดำเนินการทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วมาดูกันว่า จะกำจัดโฆษณาของโจรในโลกออนไลน์ไปได้แค่ไหน?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม