เผชิญภาวะพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก เสี่ยงเสียหน้า รัฐบาล “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อยู่ในดงกระสุนตก โดนฝ่ายค้านรุกไล่ตรวจสอบการทำงานอย่างหนัก ล่าสุดพรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์ จ่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้นสัปดาห์หน้า ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ชิงส่งข้อสงสัยไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนให้ตีความ ตัดหน้ารัฐบาลที่เตรียมนำ พ.ร.ก.กู้เงินเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ วันที่ 14 พ.ค.นี้เงินกู้ 4 แสนล้าน เสี่ยงถูกแช่แข็งยาว 60 วัน ระงับการบังคับใช้ชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอาจกระทบไทม์ไลน์โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐบาลตั้งเป้าคิกออฟเงินเยียวยาเดือน มิ.ย. เบิกจ่ายไม่ได้ตามกำหนด ต้องหยุดชะงัก ถูกเลื่อนออกไปฝ่ายค้านแท็กทีมขวางเงินกู้ก้อนมโหฬาร ตั้งข้อสังเกตยัดไส้โครงการไม่จำเป็นเร่งด่วน การปรับโครงสร้างการปรับเปลี่ยนพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ไปมัดรวมอยู่ในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทตีเนียนผูกการใช้จ่ายไปกับงบเยียวยาประชาชน 1.72 แสนล้านบาท ที่จะนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีกลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกร่วม 13 ล้านคนผุดวาทกรรมนำเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน แจกแจงข้อพิรุธนำงบประมาณ 2 ส่วน ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่เร่งด่วน มาผูกรวมกันหากงบฯปรับโครงสร้างพลังงานมีอันเป็นไป คนไทยร่วม 43 ล้านคน ก็เสี่ยงชวดเงินเยียวยาตามไปด้วย เหมือนบีบสภาฯต้องให้ความเห็นชอบการกู้เงิน 4 แสนล้าน ทั้งก้อนฝ่ายค้านและศาลรัฐธรรมนูญถูกโยนให้เป็นผู้รับผิดชอบความคาดหวังของประชาชน เสี่ยงตกเป็นจำเลยสังคม จะเลือกความเดือดร้อนคนไทย หรือความถูกต้องตามกฎหมายแบกความกดดัน อย่างที่ทั้ง “นายกฯหนู” และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานเสียงตอกย้ำ เงินทุกบาททุกสตางค์ ตกถึงมือประชาชน ไม่มีหมกเม็ด รั่วไหลแก้เกมฝ่ายค้านสร้างอุปาทานหมู่ รัฐบาลตีเช็คเปล่า ขาดรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน อาจกู้เงินแค่สร้างคะแนนนิยมทางการเมืองมากกว่าการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างแท้จริงเส้นทาง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ส่อแววไม่ราบรื่น ในภาวะถังแตกที่ต้องใช้เงินเร่งด่วนอุตส่าห์ใช้ทางลัดกู้เงิน เลี่ยงการตรวจสอบในสภาฯ แต่อาจเจอกับดักนิติสงคราม ลามไปกระทบความเชื่อมั่นประชาชน หากการเบิกจ่ายเงินเยียวยาประชาชนทำไม่ได้ตามเป้าหมายการเดินหน้าโปรเจกต์ยักษ์หลายเรื่องทุลักทุเล ถูกเตะสกัดต่อเนื่องอย่างโครงการแลนด์บริดจ์ก็ต้องพักยก ถอยไปดูเชิง ตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการ ซื้อเวลาลดแรงต้านออกไปอีก 90 วันหลังเสียงคัดค้านกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน การเปิดช่องให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้นานถึง 99 ปี ผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ ทะเล ถูกทำลาย ตลอดจนการสูญเสียวิถีการดำรงชีวิตคนในพื้นที่หนำซ้ำเริ่มส่งกลิ่น “อาม่า” นอมินีรัฐมนตรีกว้านซื้อที่ดิน จ.ระนอง ดักรอล่วงหน้า 2—3 เดือน กว่า 500 ไร่ เตรียมฟันกำไรจากการพัฒนาที่ดินทำโครงการยังไม่ทันเริ่มตอกเสาเข็ม ก็แฝงร่องรอยเข้ามาหาผลประโยชน์มากมายมหาศาลตามแนวโน้มม็อบแลนด์บริดจ์เริ่มยกระดับ ชาวบ้านเตรียมเคลื่อนไหวปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ ทั้งการล่าชื่อคัดค้านโครงการ จ่อเคลื่อนพลมาปักหลักประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล เดือน มิ.ย.นี้แรงเหวี่ยงแลนด์บริดจ์ และเงินกู้ 4 แสนล้าน ส่อทุบความเชื่อมั่นรัฐบาล จากสิ่งที่คาดหวังจะใช้สร้าง “โอกาส” เสี่ยงกลายเป็น “วิกฤติ”ภูมิคุ้มกันรัฐบาลลดฮวบ มีแต่คิวระแวง ต้องไล่เคลียร์ข้อสงสัยความโปร่งใสปากเปียกปากแฉะ เร่งคลายความเสี่ยงข้อกฎหมาย ลดแรงกระเพื่อมมวลชนต้นทุนความเชื่อมั่นถดถอย ต้องถอยตั้งหลัก ไม่เสี่ยงพังทั้งกระดาน!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม