“ไวรัสฮันตา (Hantavirus)” แพร่ระบาดบนเรือสำราญที่กำลังล่องอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพและมีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาแล้ว 1 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 5 รายข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ยืนยันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติและน่ากังวลอย่างมาก โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ เรือ MVHondius เป็นเรือสำราญสำหรับการสำรวจขั้วโลก สัญชาติเนเธอร์แลนด์เส้นทาง...เรือเดินทางออกจากเมืองอูซัวยา (Ushuaia) ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน โดยมีแผนการเดินทางผ่านแอนตาร์กติกา, เกาะฟอล์กแลนด์, เซาท์จอร์เจีย, เกาะเซนต์เฮเลนา และกำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะคะเนรี ประเทศสเปนสถานะปัจจุบันพบว่า เรือเข้าจอดที่ท่าเรือในเมืองไปรยา ประเทศกาบูเวร์ดี นอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก ข้อมูลยืนยันโดย WHO มีผู้เสียชีวิต 3 ราย...ในจำนวนนี้เป็นคู่สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ อายุ 70 และ 69 ปี และผู้เสียชีวิตรายที่สามยังไม่ระบุสัญชาติ ผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัย...มีผู้ป่วยยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการแล้ว 1 ราย และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 5 ราย (รวมกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 6 ราย)...และมีผู้ป่วย 1 ราย (สัญชาติอังกฤษ) รักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ในแอฟริกาใต้ประเด็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือการแพร่เชื้อจาก “คนสู่คน” ...ปกติไวรัสฮันตาจะแพร่จากสัตว์ฟันแทะ (หนู) สู่คนผ่านการสูดดมละอองจากสิ่งขับถ่ายแต่ในเคสนี้ WHO และผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่เกิดขึ้นพร้อมกันบนเรือ...เป็นเรื่องที่พบได้ยากมาก สำหรับไวรัสชนิดนี้สำหรับความรุนแรงของโรค “ผู้ป่วย” มีอาการทางระบบ ทางเดินหายใจอย่างรุนแรง (Hantavirus Pulmonary Syndrome-HPS) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-40% และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสโดยเฉพาะ...ตอกย้ำ...“การสอบสวนโรค” ทีมระบาดวิทยากำลังตรวจสอบแหล่งที่มาของไวรัสว่าเกิดจากหนูบนเรือ หรือการได้รับเชื้อระหว่างการแวะจอดที่ท่าเรือในอเมริกาใต้หรือเกาะห่างไกลในแอตแลนติกข้อแนะนำ...สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่บนเรือดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกเนื่องจากยังไม่มีการแพร่ระบาดในวงกว้างบนบก แต่เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับการเฝ้าระวัง “โรคอุบัติใหม่” ในอุตสาหกรรมการเดินเรือ“ฮันตาไวรัส”...ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” บอกว่า ปกติเป็นโรคหายาก แต่บรรจุอยู่ในตัวเชื้อที่ต้องตรวจ ถ้าผู้ป่วยมาด้วยกลุ่มอาการไข้เลือดออก จะมีหรือไม่มีอาการทางไตร่วมด้วย และที่มาด้วยอาการทางปอดอักเสบดังนั้น “ผู้ป่วย” ที่ตกอยู่ในกลุ่มอาการแต่ละอย่าง นอกจากต้องตรวจตัวเชื้อที่เป็น “ดาราแถวหน้า” ยังคงต้องตรวจกลุ่ม “ดาราน้อยใหญ่” ไปด้วยเรียกว่า...เป็นการวินิจฉัยตามกลุ่มอาการที่เป็น (syndromic approach) และค่อยตีวงว่าจะตรวจอะไร ทั้งนี้...ต้องซักประวัติ ภูมิลำเนา การเดินทาง...การสัมผัสกับยุง เห็บ ไร ริ้น แมลง หรือหนู สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม และคนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ใกล้เคียงกัน มีใครที่ล้มป่วยในเวลาใกล้เคียงกันด้วย แม้ว่าอาการจะไม่รุนแรงก็ตามเนื่องจากโรคติดเชื้อก่อให้เกิดความรุนแรงมากน้อย แตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับต้นทุนสุขภาพ ปริมาณเชื้อที่ได้รับ การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคน“ถ้าน้อยไปหรือไม่ทันเวลา...เชื้อก็ชนะ แต่ถ้าตอบสนองรุนแรงมากจนมากเกินไป กลับเกิดการอักเสบ เกินสมควร กลายเป็นแย่ไปอีก”หมอดื้อ บอกว่า ไวรัสตัวนี้มาจาก สัตว์ฟันแทะ รวมทั้งหนู ติดต่อจากการที่ไวรัสถูกแพร่ออกมาทางมูลอุจจาระ เยี่ยว น้ำลาย ซึ่งอาจคงค้างอยู่ในพื้นผิว และคนไปสัมผัสได้ทั้งนี้ ตัวเชื้อยังคงมีความสามารถในการแพร่ ติดต่อได้ ถ้าอยู่ในอุณหภูมิธรรมดา อาจจะถึง 10 วัน และอยู่ได้นานกว่านั้นถ้าอากาศเย็น “การกินอาหารที่ปนเปื้อนจากสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ที่มีไวรัสก็เป็นช่องทางติดต่อได้เช่นกัน การถูกกัด ข่วน เป็นการสัมผัสโดยตรง” การติดต่อจาก “คนสู่คน” โดยปกติจะเป็นไปได้ยากมาก แต่อาจมีข้อยกเว้นในกรณีที่มีการสัมผัสใกล้ชิด กอดจูบหรือในกรณีผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีความเสี่ยงต่อบุคลากรหรือในบางสายพันธุ์ ซึ่งข้อมูลดูยังไม่ชัดเจนนักคาถาประจำตัวใช้ได้ตลอด คือ กินร้อน ช้อนกลางของตัวเอง รวมตะเกียบ ล้างมือบ่อยๆ ใครรู้สึกไม่สบาย อย่าออกไปท่องเที่ยวแพร่เชื้อให้คนอื่น (ถ้าอาการมากรีบไปหาหมอ)อย่า...อยู่ใกล้กับคนที่ไม่สบาย ดูแลที่พักอาศัย อย่าทิ้งเศษอาหารล่อหนูมากิน เป็นต้นสรุป...อย่าตื่นเต้นมากเกินไปครับ ข่าวเรือสำราญ อีกไม่ช้าคงสามารถระบุสายพันธุ์ของไวรัสได้ซึ่งอาจช่วยบอกต้นตอ รวมทั้งความสามารถในการแพร่คนสู่คนได้หรือไม่.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม