รัฐบาลประสานเสียงโต้ฝ่ายค้าน “อนุทิน” ตอก ปชป.ไม่ใช่ไม่เคยกู้ “เอกนิติ” ปัดตีเช็คเปล่า 4 แสนล้าน ขุดอดีต “กรณ์” ก็เคยกู้มาทำ “ไทยเข้มแข็ง” ทวงบุญคุณเคยช่วยอธิบายข้อมูลให้ ย้ำจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์เงื่อนไขโลกเปลี่ยน “สิริพงศ์” อ้ำอึ้งสื่อถามเงินหมดต้องกู้ใหม่ ยกแต่ข้อดีแลนด์บริดจ์คุ้มค่าสุดๆ โฆษกรัฐบาลเมิน ปชป.ส่งตีความ “จำเป็นเร่งด่วน” “เท้ง” กังขาใช้งบหว่านแห เตือนแลนด์บริดจ์ระวังซ้ำรอย EEC “ไหม” เหน็บกู้ 4 แสนล. หวังกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำ รอคุย ปชป.ก่อนยื่นคำร้องศาล รธน. “ลิซ่า” แฉยับ “อาม่า” กว้านซื้อที่ระนอง 500 ไร่ รอรับเมกะโปรเจกต์“โสภณ” แจ้งส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้านแล้ว สภาไฟเขียว “นพดล” เลขาฯกฤษฎีกานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ประสานเสียงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ตอบโต้ฝ่ายค้านที่เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมยกสมัยนายกรณ์ จาติกวณิช เป็น รมว.คลัง ก็เคยออก พ.ร.ก.กู้เงิน มาทำโครงการไทยเข้มแข็งเช่นกัน“อนุทิน” ตอก ปชป.ไม่ใช่ไม่เคยกู้เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์คัดค้านและเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจขัดวินัยการเงินการคลังว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่ ตนทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำ เมื่อถามว่ารัฐบาลยินดีให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ชี้แจงไปแล้ว ยืนยันมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน รวมถึงการตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เรื่องนี้เป็นหน้าที่กระทรวงการคลัง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมยังมีหน่วยงานที่รับผิดชอบคอยชี้แจงเผยลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินเรียบร้อยต่อมาเวลา 18.10 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ได้ลงนามร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะมีประกาศในราชกิจจา นุเบกษา มีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เรื่องที่เข้ามาต้องผ่านการกลั่นกรอง ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์การออก พ.ร.ก.กู้เงิน และถือว่าเงินกู้จำนวนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของนายกฯ ฉะนั้นเงินกู้นี้ทุกบาททุกสตางค์ต้องกำกับดูแลไม่ให้ใช้ผิดประเภท ไม่ให้รั่วไหลเลย ขอให้คำมั่นสัญญาว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ให้หลุดไปแม้แต่สตางค์แดงเดียว ไม่ให้กระเด็นแม้แต่เก๊เดียว ทุกอย่างต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ ต้องไม่มีเกี้ยเซียะและเพื่อประชาชนเท่านั้น และเราได้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำมาก ความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยนไม่มี เพดานเงินกู้ก็ไม่ต้องขยาย แต่ช่วยให้เกิดสภาพคล่อง เรื่องดอกเบี้ยเมื่อเทียบโอกาสของพี่น้องประชาชนแทบเทียบกันไม่ได้ ลงไปประชาชนสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย เป็นการช่วยเหลือให้เขามีต้นทุนดำรงชีวิตที่ลดลง แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น“เอกนิติ” โต้ตีเช็คเปล่า 4 แสนล้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเตรียมกระสุนไว้รองรับวิกฤติโลก ทั้งวิกฤติพลังงานและสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่รู้จะจบลงเมื่อใด อาจลุกลามเป็นวิกฤติต้นทุนราคาสินค้าและปัญหาการตกงานในอนาคต ผู้นำหลายประเทศ เช่น นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ก็ยอมรับว่าวิกฤติครั้งนี้อาจแรงมาก เมื่อถูกถามว่า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เหมือนตีเช็คเปล่า ไม่มีรายละเอียดของโครงการ นายเอกนิติตอบว่า กฎหมายให้อำนาจกู้เงินทุกฉบับต้องแยกส่วนกัน ระหว่างการให้อำนาจกู้เงิน และรายละเอียดโครงการที่จะตามมาภายหลัง ยืนยันไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เงินก้อนนี้มีวัตถุประสงค์ชัดเจนบรรเทาผลกระทบปากท้องประชาชน และปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าขุด “กรณ์” เคยกู้ทำ “ไทยเข้มแข็ง”นายเอกนิติกล่าวว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้เป้าหมาย 5 ด้าน ได้แก่ 1.มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้เดือดร้อน 2.เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 3.การปฏิรูปประเทศ 4.ความโปร่งใส เปิดให้ประชาชนตรวจสอบผ่านเทคโนโลยีได้ และ 5.ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ส่วนความเห็นของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มองว่าไม่จำเป็นต้องขออำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.กู้เงิน สามารถใช้วิธีโยกงบประมาณปี 2569 หรือรองบประมาณปี 2570 แทนได้ นายเอกนิติตอบว่า รัฐบาลพิจารณาและทำทุกวิถีทางแล้ว โอนงบปี 2569 สามารถดึงเงินกลับมาได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา ส่วนงบประมาณปี 2570 จะเริ่มใช้ได้วันที่ 1 ต.ค. ต้องรออีกหลายเดือน ขณะที่ประชาชนและผู้ประกอบการเดือดร้อนแทบไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว การออก พ.ร.ก.จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน ไม่กังวลหากส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมัยนายกรณ์เป็น รมว.คลัง ก็เคยออก พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง เคยถูกฟ้องร้องเหมือนกัน วันนั้นยังไปช่วยอธิบายข้อมูล ครั้งนี้เข้าเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 172 ชัดเจน และดูทางเลือกอื่นหมดแล้ว จนพบว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่ทำได้ทันท่วงทีปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์เงื่อนไขเปลี่ยนนายเอกนิติ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) กล่าวว่า จะนำผลการศึกษาโครงการในอดีตมาเป็นแนวทางดูในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่า ที่ผ่านมามีการศึกษาและมีผลการศึกษาถึง 3 ฉบับแล้ว ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้น การศึกษาโครงการนี้ต้องดูบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วย เช่น ผลการศึกษาในอดีต ยังไม่มีปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ไม่มีปัญหาช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด คณะกรรมการชุดนี้จะดูให้รอบคอบ และต้องโปร่งใส“สิริพงศ์” อ้ำอึ้งเงินหมดต้องกู้ใหม่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต แต่อาจเป็นแบบที่เขาไม่คุ้นเคย รัฐบาลบางยุคกู้เงินมาทำโครงการ แต่ครั้งนี้เงินจะลงไปถึงประชาชนทั้งหมด นายกฯพูดชัดเจนว่า 2 แสนล้านบาทจะไปช่วยประชาชน เงินจะอุดหนุนไปที่ประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท ช่วยลดภาระสำหรับการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน รัฐอาจช่วยในรูปแบบดอกเบี้ยคนละครึ่ง หรือช่วยติดโซลาร์รูฟท็อป เงินทั้งหมดที่กู้มาจะไปถึงประชาชน เมื่อถามว่าฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน นายสิริพงศ์ตอบว่า สถานการณ์วันนี้คำถามคือประชาชนได้รับผลกระทบเดือดร้อนแล้วหรือยัง สมควรทำหรือยัง เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 4 แสนล้านบาทที่กู้มาหมดไป ต้องกู้เพิ่มหรือไม่ นายสิริพงศ์ตอบว่า เดี๋ยวมาว่ากันอีกครั้ง วันนี้เราบริหารสถานการณ์ขณะนี้ เมื่อถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว นายสิริพงศ์ตอบว่า เป็นสิทธิของเขา แต่คิดว่าสิ่งที่นายกฯนำเสนอและฝ่ายกฎหมายรัฐบาลพิจารณาเข้าเงื่อนไขในการออก พ.ร.ก.ทุกข้อยกแต่ข้อดีแลนด์บริดจ์คุ้มค่าสุดนายสิริพงศ์ยังกล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ที่ผ่านมาโครงการนี้อาจพูดถึงเพียงระบบราง ไม่ได้พูดถึงระบบท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซที่ช่วยลดระยะเวลาขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ เดิมเรามีการขนส่งน้ำมันและก๊าซเฉพาะฝั่งตะวันออก ถ้ามีโครงการนี้จะมีในฝั่งตะวันตกด้วย ทำให้เห็นประโยชน์ของท่าเรือน้ำลึก รูปแบบการลงทุนเป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) ไม่ได้กำหนดว่าเฉพาะนักลงทุนต่างชาติหรือนักลงทุนไทย รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจโดยลำพัง ต้องมีบริษัทที่ปรึกษา ผู้ที่สนใจลงทุนมาดำเนินการศึกษาร่วมกัน ฟังข้อเสนอของทุกฝ่าย เมื่อถามว่าข้อกังวลโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน จะไปขุดคลองไทยเพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเล เหมือนโครงการคลองปานามาหรือไม่ นายสิริพงศ์ตอบว่า คงไม่มีการดำเนินการในรูปแบบนั้น เนื่องจากผลการศึกษาใช้งบประมาณมากกว่าโครงการแลนด์บริดจ์หนึ่งเท่าตัว และโครงการแลนด์บริดจ์มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (FIRR) ดีกว่าเมิน ปชป.ยื่นตีความ “จำเป็นเร่งด่วน”น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลยืนยันว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จะแก้ไขยากกว่าหลายเท่า ที่มองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบให้ใช้กระบวนการงบประมาณปกติ อยากให้เข้าใจว่างบประมาณปกติถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า ที่สำคัญคือไม่เพียงพอที่จะสู้กับวิกฤติ กว่างบปี 70 จะเริ่มในเดือน ต.ค. ไม่ทันให้รับมือกับวิกฤติตอนนี้ จึงจำเป็นต้องใช้กลไก พ.ร.ก. เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที ยืนยันการดำเนินการยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ทุกโครงการอยู่ภายใต้ระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสเตือนแลนด์บริดจ์จะซ้ำรอย EECที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังนำ สส.พรรค ปชน. จัดประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 1 ว่า ที่ประชุมมีข้อสรุป 1.เรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาภาคขนส่งและประมงที่แบกต้นทุนพลังงานสูงสุด แต่กลับถูกทอดทิ้ง 2.เตือนโครงการแลนด์บริดจ์เสี่ยงซ้ำรอย EEC และอาจพาไทยอยู่ใต้เงามหาอำนาจ หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่เหตุผลทางการเงินไม่มีความคุ้มค่า เรายิ่งต้องระมัดระวังไม่ทิ้งไพ่ใบสำคัญ หรือฝากอนาคตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไว้กับมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง 3.ข้อห่วงใยต่อการเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความเสี่ยงเป็นการใช้เงินโดยไร้หลักการ กู้มาแจกระยะสั้นหวังคะแนนนิยม แต่ไม่เตรียมพร้อมรับมือกรณีสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ครม.เงาเสนอว่ารัฐบาลต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส รัดกุม ไม่ใช้งบประมาณหว่านแห และต้องแสดงแผน การใช้คืนหนี้ที่ชัดเจนต่อสาธารณะ“ไหม” ซัดกู้ 4 แสน ล. กู้คะแนนนิยมน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. และหัวหน้าทีม ครม.เงาด้านปฏิรูปรัฐ กล่าวถึงร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า มาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่ผ่านมายังคงตกหล่น ไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม และน้อยเกินไป ไม่ได้พุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่ควรได้รับ หากสงครามและวิกฤติพลังงานยืดเยื้อ รัฐบาลจะทำอย่างไร ต้องกู้เงินก้อนใหม่อีกหรือไม่ จึงมองได้ว่า การใช้เงินกู้ไปกับโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้ตั้งใจเยียวยาประชาชน แต่กำลังใช้เงินกู้ เพื่อกู้คะแนนนิยมของรัฐบาลที่กำลังตกต่ำหรือไม่ ครม.เงาจึงเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงการออกแบบมาตรการเยียวยาให้เน้นมุ่งเป้ามากขึ้น และไม่ใช้งบแบบหว่านแห ต้องไม่มีการสอดไส้โครงการระยะยาวรอคุย ปชป.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า อยู่ระหว่างปรึกษากันภายใน ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขอเสียงยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย คงพูดคุยกันระหว่างพรรคว่าเห็นตรงกันหรือไม่ก่อนยื่น การที่นายกฯระบุร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะเข้าสภาฯวันที่ 14 พ.ค.นี้ พรรคประชาชนเตรียมพร้อมอภิปรายร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าว แต่หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน อาจชะลอนำ พ.ร.ก.ดังกล่าวมาให้ความเห็นชอบในสภาฯ กำลังดูจังหวะเวลาอยู่ เมื่อถามว่าต้องเร่งพิจารณาก่อนวันที่ 14 พ.ค.หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ตามกฎหมายต้องทำก่อนพิจารณาในสภาฯ“ลิซ่า” แฉ “อาม่า” เอี่ยวแลนด์บริดจ์น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวว่า การเอาแลนด์บริดจ์มาโฆษณาโดยไม่พูดถึงว่าแลนด์บริดจ์มีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป ถ้าจะใช้โมเดลอีอีซี มีใครการันตีได้ว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นกับอีอีซีจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้อีก น่าเสียดายที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้ อยากให้ลงไปรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง หากไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนขอแนะนำให้ไปที่อ่าวเคย จ.ระนอง ประชาชนพร้อมให้ข้อมูล และทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักดีในนาม “อาม่า” ท่านเป็นรัฐมนตรีที่เชี่ยวชาญพื้นที่ภาคใต้ ต้องรู้แน่นอนถ้าจะไปจริงๆ เรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจริงใจ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทุกอย่างดูเร่งรีบเร่งรัดไปหมด ที่นายกฯตอบสื่อว่าให้ดูหน้าท่าน 7-8 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้ใคร คิดว่าตอบแบบนี้มักง่ายไปหน่อยต้องมีการยืนยันด้วยข้อเท็จจริงมากกว่าการบอกว่าตนเป็นคนดีกล้าธรรมบี้สอบจริยธรรม สส.ส้มช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม หารือเสนอให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ในฐานะประธานกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมการสอบจริยธรรม สส.ที่อภิปรายพาดพิงและกล่าวหาเหมารวมยกเข่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเสพยาและเป็นผู้ค้ายาเสพติด มีกำนันผู้ใหญ่บ้านฝากถามว่า สส.คนนั้นทำไมปากแบบนี้ ไร้วุฒิภาวะทางความคิด ทำให้เสียหายแล้วมาอัดคลิปขอโทษกำนัน–ผู้ใหญ่บ้านรับคำขอโทษขณะที่ตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำโดยนายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรม ยื่นหนังสือต่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย แสดงจุดยืนชมรมหลังถูกนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิง นายยงยศกล่าวว่า นายภัณฑิลแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษสมาชิกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ และพรรคประชาชนออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ เรารับคำขอโทษด้วยความยินดีและขอบคุณ สส. ตระหนักถึงความผิดและกล้าแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของ สส.ในสภา ควรทำหน้าที่อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง ให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่“โสภณ” แจ้งส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้านต่อมาในที่ประชุมสภาฯ นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.กทม. พรรคประชาชน ทวงถามความคืบหน้าการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านมีความล่าช้า ส่งผลต่อการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระที่ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านร่วมเป็นกรรมการสรรหา ทำให้สัดส่วนกรรมการสรรหาไม่สมดุล การพิจารณาไม่รอบคอบ นายโสภณชี้แจงว่า พรรคประชาชนเพิ่งประกาศตัวหัวหน้าพรรคชัดเจน เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ไม่นิ่งนอนใจ ให้ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทำตามกระบวนการ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ได้ลงชื่อเสนอแต่งตั้งไปแล้ว ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตอบโต้ว่าพรรคประชาชนไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เปลี่ยนแค่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคไฟเขียว “นพดล” เลขาฯกฤษฎีกาจากนั้นที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่ ครม.เสนอชื่อ นายนพดล เภรีฤกษ์ แทนตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ว่างลง ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน อภิปรายว่า ไม่ติดใจนายนพดลเพราะทำงานดีมาก แต่ขอตั้งคำถามสถานะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาสามารถดำรงตำแหน่งประธานหน่วยต่างๆในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชนได้หรือไม่ ถ้าทำได้เป็นการสมควรหรือไม่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ขอให้แยกระหว่างการดำรงตำแหน่ง และการปฏิบัติหน้าที่ เลขาฯกฤษฎีกาต้องทำงานร่วมกับสภาฯตลอด กฤษฎีกาต่างประเทศทำหน้าที่แค่ร่างกฎหมาย และให้ความเห็นให้ฝ่ายบริหารเท่านั้น แต่ของไทยทำทุกอย่าง การปฏิบัติหน้าที่เราตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการ จากนั้นที่ลงคะแนนลับเห็นชอบให้นายนพดลเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยคะแนน 436 ต่อ 8 เสียง งดออกเสียง 5นายกฯช่วยเหยื่อ “แพะ–ยุติธรรม”วันเดียวกัน ที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” มี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ องค์กรระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศจะดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและสมานฉันท์ ประเทศนั้นต้องตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความยุติธรรม และหลักนิติธรรม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม คุ้มครองช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ต้องตกเป็นจำเลยหรือ “แพะ” ถือเป็นภารกิจสำคัญ มีการให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้บริสุทธิ์กว่า 145,000 ราย กว่า 8,000 ล้านบาท ไม่ได้ถือเป็นผลงาน แต่เป็นความน่าอัปยศอดสูที่ไม่สามารถนำคนที่กระทำผิดจริงเข้าไปรับโทษได้ รัฐบาลจะยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ไร้ MOU44 ไทย–กัมพูชากฎเดียวกัน นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กประกาศดำเนินตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ถือเป็นทิศทางที่ดีหรือไม่ว่าอย่างน้อย 2 ประเทศจะไปอยู่บนพื้นฐานกฎเกณฑ์เดียวกัน สมัยก่อนเหมือนใช้กันคนละกฎเกณฑ์ ตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มี MOU 44 แล้ว หากหลังจากนี้จะพูดคุยอะไรกันต้องมากำหนดกฎเกณฑ์กันใหม่ ยังมีเวลาต้องมาหารือกัน มีกระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่“ดร.โจ” ไขก๊อก สส.ลงชน “ชัชชาติ”ที่รัฐสภา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นหนังสือลาออก จาก สส.บัญชีรายชื่อ ต่อกลุ่มงานสารบรรณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปที่จะขึ้นมาแทนคือนายกรุณพล เทียนสุวรรณ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า แม้จะมีความรู้สึกเสียดาย แต่รู้สึกว่าประตูบานใหม่กำลังเปิดสําหรับโอกาสคนกรุงเทพฯ พูดตรงๆว่าหากไม่มีปัญหาหรือความซับซ้อนจากคดี 44 สส. คนที่อยู่ตรงนี้อาจไม่ใช่ตน แต่เป็นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. เมื่อถามถึงคู่แข่งอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายชัยวัฒน์ตอบว่าการแข่งขันสนามนี้ไม่ง่าย เราทราบดีว่าความพึงพอใจต่อนายชัชชาติยังมีมาก แต่เราก็คาดหวังจะชนะ ไม่ใช่เช่นนั้นคงไม่ส่งตนลงสมัคร เรามีเจตจำนงจะทําให้กรุงเทพฯเป็นมากกว่ากรุงเทพฯ เพื่อนําเสนอวาระทางเลือก เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้รับทางเลือกใหม่จ่อบินฟิลิปปินส์ร่วมวงอาเซียนอีกเรื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค.ว่า เราต้องพูดถึงความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน การที่เราต้องปรับเปลี่ยนสถานะและสร้างรากฐานที่มั่นคงในภูมิภาคอาเซียนที่ตอนนี้เป็นภูมิภาคที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าเราร่วมมือกันก็สามารถสร้างช่องทางและโอกาสที่ทำให้เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโต อย่างน้อยวันนี้ประเทศไทยยังอยู่ในระดับของความน่าเชื่อถือ เพราะเรามีความเข้มแข็งในตัวเอง เมื่อไปผนวกกับความเข้มแข็งของประเทศในภูมิภาค ต่างคนต่างเติมเต็มซึ่งกัน ทำให้การเป็นศูนย์กลางการค้าขาย คมนาคมขนส่ง การลงทุนต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ เราจะใช้โอกาสที่มีวิกฤติในภูมิภาคอื่นทั่วโลก มาสร้างโอกาสในภูมิภาคของเราอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่