“กรมราชทัณฑ์” เผยผลดำเนินการลงโทษและกวาดล้างการทุจริตภายในองค์กร สั่งฟัน “มานพ ชมชื่น” อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เลขานุการส่วนตัว และผู้คุม อีกคดี นอกจากปล่อยให้เปิดคุกวีไอพีจนถูกสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว ยังมีกรณีอำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังจีนเทาใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำ และปล่อยให้ทนายเข้าเยี่ยมผิดระเบียบเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ จนถูกให้ออกจากราชการยกก๊วนอีกคดี ส่วนคดีอาญากรณีคุกวีไอพีพนักงานสอบสวนดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อไปแล้วก๊วนอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯถูกให้ออกจากราชการออกซ้ำอีกคดี หลังคณะกรรมการตรวจสอบพบข้อกล่าวหามีมูล เปิดเผยขึ้นที่กรมราชทัณฑ์ (รท.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์แจกเอกสารชี้แจงตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียน กรณีการให้บริการผู้ต้องขังชาวจีนในลักษณะพิเศษที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นกรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ความคืบหน้าการดำเนินการลงโทษและกวาดล้างการทุจริตภายในองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนโดยการดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งที่ 240/2568 ลงวันที่ 24 พ.ย.2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงผู้บัญชาการเรือนจำฯและเลขานุการส่วนตัว พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ “ออกจากราชการไว้ก่อน” ทันที เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด และขยายผลตรวจพบการเรียกรับผลประโยชน์จากการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์จากการละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัยและทางอาญาแก่ผู้ต้องขัง ที่กระทำผิดฐานครอบครองโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรงกรมราชทัณฑ์รายงานกระทรวงยุติธรรมและมีคำสั่งที่ 1562/2568 ลงวันที่ 28 พ.ย.2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง สำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ กรณีการครอบครองโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องขัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทนายความให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังโดยมิชอบ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ตอบแทน โดยสั่งสอบวินัยร้ายแรงและให้ออกจากราชการไว้ก่อนเช่นกัน ส่วนคดีอาญากรมราชทัณฑ์ประสานส่งข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการ ขณะนี้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น ส่งสำนวนให้อยู่ในความพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไปกรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปตามพยานหลักฐานและระเบียบวินัยข้าราชการอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด เพื่อรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้เป็นไปตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการควบคุมดูแลผู้ต้องขังทุกคนเป็นไปอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งกำชับให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 รวมถึงระเบียบและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดตลอดจนยึดถือมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) เพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นไปโดยเสมอภาค โปร่งใส และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นรายชื่อที่ได้รับการยืนยันว่ามีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญาคือ นายมานพ ชมชื่น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และนายไตรพล สีเขียวแก่ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงานเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีตำแหน่งเป็นเลขานุการ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่