“กินลำบาก กินได้แต่ข้าวต้ม แต่ตอนนี้กินข้าวสวยได้แล้ว...” เสียงสะท้อนซื่อๆแต่เปี่ยมด้วยพลังของ ลุงทองหล่ม มิหาร วัย 80 ปี แห่งอำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่า “ฟัน” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือ “ลมหายใจ”ที่สำคัญเป็นลมหายใจของความสุขในบั้นปลายชีวิตเสียด้วย เมื่อนวัตกรรมรากฟันเทียมฝีมือคนไทยก้าวข้ามขีดจำกัดจาก “ของแพงเอื้อมไม่ถึง” สู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เปลี่ยนชีวิตผู้สูงอายุในถิ่นห่างไกลให้กลับมาเคี้ยวอร่อย พูดชัด และยิ้มกว้างได้อีกครั้ง“ก่อนหน้านี้มักจะมีอาการเจ็บและฟันไม่ค่อยมั่นคง ทำให้ทานลำบาก แต่พอใส่รากฟันเทียมแล้วรู้สึกว่าฟันแน่น มีความมั่นคง ไม่โยกคลอน มั่นใจเวลาใช้งานมากขึ้น หลังการรักษาช่วยให้ทานอาหารได้ดีขึ้นและพูดได้ชัดเจนขึ้นด้วย” ลุงทองหล่ม ว่า “เคยมีครั้งหนึ่งที่รากฟันเทียมแตก ตอนนั้นเผลอไปกัดกระดูกไก่แรงๆเลยทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ก็ได้กลับมาซ่อมที่โรงพยาบาล”ตอกย้ำ “นวัตกรรมรากฟันเทียมไทย” ถูกนำมาใช้จริงในโรงพยาบาลชุมชน ทันตแพทย์ปรีดา ประทุมมา หัวหน้าแผนกทันตกรรม รพ.แม่วงก์ บอกว่า การเลือกใช้นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่มีมาตรฐานสากล ไม่เพียงแต่ช่วยผู้ป่วยให้กลับมาสมบูรณ์ทางร่างกาย แต่ยังเป็นเวทีทองให้ทันตแพทย์จบใหม่ได้ฝึกปรือฝีมือในงานระดับสูงที่ปกติต้องควักกระเป๋าเรียนหลักแสนบาท แต่ที่นี่...ได้ลงมือช่วยคนจริง พัฒนาทักษะจริงเพื่อส่งต่อ “รอยยิ้ม” ให้ “ชาวบ้าน” ในมุมของผู้ป่วย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยสามารถเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น ลดอาการเจ็บหรือความไม่สบายจากฟันที่ใช้งานไม่ได้ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกและมีความสุขมากขึ้นป้าพิมพา อินทศร วัย 66 ปี อีกหนึ่งผู้รับบริการ เปิดใจถึงความอัดอั้นในอดีตว่า เคยถอนฟันทั้งปากจนใช้ชีวิตยากลำบาก ไปปรึกษาคลินิกเจอค่าใช้จ่ายมหาศาลจนท้อ จนกระทั่งได้รับคำแนะนำให้มาที่ รพ.แม่วงก์ โดยใช้ “สิทธิผู้สูงอายุ” ของบัตรทอง...“ถ้าต้องจ่ายเองคงไม่มีโอกาสทำ ต้องขอบคุณโครงการนี้ ที่ทำให้คนไม่มีกำลังทรัพย์ได้เข้าถึงการรักษาที่เป็นมาตรฐานจริงๆ”ปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมคือ “ความหลวม” โดยเฉพาะฟันล่างที่มักโยกคลอนตามลิ้น เทคโนโลยีรากฟันเทียมจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ตอม่อ” หรือ “กระดุมล็อก” ให้ฟันปลอมติดแน่นสนิทประเด็นสำคัญมีว่า...ในอดีตเทคโนโลยีรากฟันเทียมนั้นต้นทุนสูงลิบลิ่ว แต่ด้วยพระราชดำริและการพัฒนาของนักวิจัยไทย วันนี้เราผลิตเองได้คุณภาพเทียบเท่าสากลในราคาที่รัฐแบกรับไหว เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้คนไทยได้เคี้ยวอาหารอย่างมีโภชนาการที่ดีก่อนจะพูดถึงรากฟันเทียม อยากชวนให้มองเรื่องฟันปลอมก่อนเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. อธิบายว่า ลองนึกง่ายๆเหมือนการใส่รองเท้า เวลาที่เราใส่รองเท้าเราสามารถเดินบนพื้นร้อน พื้นแข็ง หรือพื้นขรุขระได้อย่างสบายแต่ถ้าถอดรองเท้าออก เราจะเริ่มเดินลำบาก รู้สึกเจ็บ และไม่มั่นใจในการก้าวเดิน ฟันก็เช่นเดียวกัน สำหรับคนที่สูญเสียฟันไปเวลาทานอาหารจะลำบากมาก การเคี้ยวไม่ใช่แค่การทำให้อาหารละเอียดเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของการกิน ไม่ว่าจะเป็นความกรอบ ความเหนียว หรือเนื้อสัมผัส ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิต ในกรณีที่ไม่มีฟันเลยวิธีพื้นฐานคือการใส่ฟันปลอมทั้งปาก ซึ่งอาจใช้งานได้ดีในคนที่มีสันเหงือกสูงและมีน้ำลายเพียงพอ แต่ในความเป็นจริง โดยเฉพาะฟันปลอมล่างมักมีปัญหาเรื่องความหลวมเนื่องจากพื้นที่ยึดเกาะน้อยและมีการเคลื่อนไหวของลิ้นมารบกวนทันตแพทย์อรรถพร ย้ำว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันได้เข้ามาแก้ปัญหานี้ ช่วยให้ผู้ป่วยเคี้ยวอาหาร พูดคุย และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ เมื่อถูกบรรจุเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ยิ่งช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้อย่างทั่วถึง“เมื่อผู้ป่วยกลับมาเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อภาวะโภชนาการ สุขภาพร่างกาย และคุณภาพชีวิตโดยรวม ทำให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ และลดภาระการรักษาที่ซับซ้อนในระยะยาว รากฟันเทียมจึงไม่ใช่เพียงการรักษาทางทันตกรรมเท่านั้น แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน”ในวงการทันตกรรมปัจจุบัน นวัตกรรมรากฟันเทียมส่วนใหญ่ที่ใช้งานอยู่ผลิตโดยฝีมือคนไทยเกือบ 100% ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญจากในอดีตที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก จากประสบการณ์การติดตามผู้ป่วยมานานกว่า 10 ปี พบว่ารากฟันเทียมไทยมีประสิทธิภาพดีในระยะยาว ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านการบดเคี้ยว การใช้ชีวิตประจำวัน และความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัดที่สำคัญก่อนที่นวัตกรรมใดจะถูกบรรจุเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการหลายชุดอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ประชาชนจึงมั่นใจได้ในมาตรฐานระดับสากลอีกประเด็นสำคัญคือกำลังศึกษาต่อยอดการฝังรากฟันแบบ “ซี่เดี่ยว” ในตำแหน่งสำคัญเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด รวมถึงการเตรียมนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวินิจฉัยและรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้นเรื่องราวจากชายขอบจังหวัดนครสวรรค์วันนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การรักษาทางทันตกรรม แต่คือภาพสะท้อนของ “นวัตกรรมเพื่อคนตัวเล็ก” ที่ทำให้เห็นว่าเมื่อเทคโนโลยีบวกสวัสดิการที่ทั่วถึง ความเหลื่อมล้ำจะถูกเบียดให้แคบลงและแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่มั่นคงของผู้สูงวัยไทยอย่างยั่งยืน.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม