ดีเดย์เส้นตาย “ทรัมป์” ขู่คำรามเสียงก้อง หากอิหร่านขัดขืนไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เตรียมบุกทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งถือเป็นเป้าหมายทางทหาร ยกระดับถล่มยับให้กลับเข้าสู่ยุคหิน ส่วนสื่อต่างวิเคราะห์การช่วยเหลือนักบินมีนัยแอบแฝงยึดครองแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน และสรุปยุทโธปกรณ์เสียหายมูลค่ามหาศาลทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะดำเนินการตามคำขู่เรื่องการยกระดับการทิ้งระเบิดถล่มประเทศอิหร่านให้กลับสู่ “ยุคหิน” ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานของอิหร่านให้ราบคาบ ตามกำหนดการ 20.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. หรือประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 8 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทยหรือไม่ หลังผู้นำสหรัฐฯ กำหนดเส้นตายการโจมตีไว้ที่เวลาดังกล่าว หากรัฐบาลอิหร่านยังคงแข็งขืนไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมโวยวายผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เปิดช่องแคบห่านี้ได้แล้ว ไอ้พวกบ้าเอ๊ย”ทั้งนี้ สำนักข่าวแอกซิออสรายงานอ้างแหล่งใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ผู้นำสหรัฐฯยังคงเปิดช่องเจรจาไว้ให้รัฐบาลอิหร่านเปลี่ยนใจจนถึงช่วงเวลาโค้งสุดท้าย คำสั่งเลื่อนการโจมตีจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อนายทรัมป์เห็นว่าข้อเสนอจากอิหร่านเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนทีมงานฝ่ายความมั่นคงใกล้ชิดของนายทรัมป์กลับมองตรงกันข้าม ระบุว่าเป็นไปได้ยากมากที่ผู้นำสหรัฐฯจะเลื่อนเส้นตายการโจมตีออกไปอีก เหมือนที่เคยเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้งขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวเช่นกันว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา อิหร่านส่งข้อเสนอ 10 ประการกลับไปยังรัฐบาลสหรัฐฯผ่านประเทศคนกลาง มีรายละเอียดว่า 1.อิหร่านจะต้องได้รับหลักประกันทางความมั่นคงว่าจะไม่ถูกรุกรานอีกในอนาคต 2.อิหร่านต้องการให้สงครามจบลงอย่างถาวร ไม่ยอมรับการหยุดยิงชั่วคราว 3.กองทัพอิสราเอลต้องยุติการโจมตีต่อประเทศเลบานอน 4.รัฐบาลสหรัฐฯต้องยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด 5.ยุติการสู้รบกับพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค 6.สิ่งที่อิหร่านจะแลกเปลี่ยนคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามปกติ 7.อิหร่านจะดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบลำละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 60 ล้านบาท 8. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอิหร่านจะแบ่งครึ่งกับประเทศโอมาน 9.อิหร่านจะเป็นผู้ออกกฎระเบียบในการผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย และ 10.เงินค่าธรรมเนียมส่วนของอิหร่านจะถูกใช้เป็นค่าฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากสงคราม ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องค่าปฏิกรรม สงครามจากชาติคู่ขัดแย้งสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีซีของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯมองข้อเสนอดังกล่าวว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เยอะเกินไป และไม่แน่ใจว่ากระบวนการทางการทูตจะไปต่อได้หรือไม่ พร้อมเห็นชัดว่าไม่ใช่ข้อเสนอหยุดยิง แต่เป็นข้อเสนอที่แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวชี้แจงสื่อมวลชนในเรื่องเส้นตายการยกระดับการโจมตีต่อประเทศอิหร่าน ระบุถึงข้อเสนอของอิหร่านว่าถือเป็นข้อเสนอที่สำคัญ เป็นก้าวต่อไปที่สำคัญ แต่ส่วนตัวมองว่ายังดีไม่พอ กรณีนี้เห็นหรือไม่ว่าอิหร่านยอมแล้ว กลับมาเจรจาแล้ว เรามาดูกันต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้น อิหร่านอยากเจรจา แต่ผมพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ และแน่นอนรัฐบาลสหรัฐฯมีแผนการเตรียมไว้ หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยกองทัพสหรัฐฯมีพละกำลังคอยดูกันว่าหลังเส้นตาย 20.00 น. และนับเวลาไปอีก 4 ชั่วโมง ช่วงเวลานั้นจะทำลายสะพานทุกแห่งในอิหร่าน จะทำลายโรงไฟฟ้าทั้งหมดของอิหร่านในระดับที่ไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อีก สามารถทำได้แต่ก็ไม่อยากทำนายทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า ถามผมสิว่าอยากทำไหม ไม่อยากเลย เพราะแค่นี้อิหร่านก็ต้องใช้เวลา 100 ปีฟื้นฟูประเทศ ถึงฟื้นฟูไปนาน 20 ปีก็ไม่ดีเหมือนเก่า หนทางเดียวที่อิหร่านจะฟื้นฟูชาติบ้านเมืองคือการพึ่งพาความเป็นอัจฉริยะของสหรัฐอเมริกา และก็เป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูอิหร่าน ถึงบอกไงว่าหากสหรัฐฯต้องเข้าไปช่วยฟื้นฟูอิหร่าน ต้องทำลายโรงไฟฟ้าเป็นอย่างสุดท้ายเพราะมันแพงนายทรัมป์ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะเอายังไงกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ระบุว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเรื่องหลัก ก่อนหน้านี้เคยพูดไปแล้วว่าชอบมากกว่าที่จะบุกเข้าไปเอาน้ำมันอิหร่าน แต่ดูเหมือนว่าชาวอเมริกันจะไม่เห็นด้วย ตรงกันข้ามกับประชาชนชาวอิหร่านที่อยากให้สหรัฐฯทิ้งระเบิดต่อไป พวกเขายอมเจ็บปวดเพื่อได้มาซึ่งเสรีภาพ ตอนยุติการทิ้งระเบิดในบางพื้นที่ มีแต่คนพูดว่ากลับมาเถอะ กลับมาทิ้งระเบิดต่อวันเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงในรัฐบาลสหรัฐฯว่า กองทัพสหรัฐฯเตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อยในเรื่องความเป็นไปได้ที่จะต้องทำภารกิจโจมตีโครงสร้างพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าเป้าหมายด้านพลังงานของอิหร่านแห่งใด มีความชอบธรรมที่จะตีตราว่าเป็นเป้าหมายทางการทหาร กล่าวคือหากโรงไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานมีการส่งน้ำมัน หรือป้อนไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบต่อต้านอากาศยานเคลื่อนที่ ย่อมถือว่าเข้าข่ายเป็นเป้าหมายทางการทหาร นอกจากนี้สื่อสหรัฐฯยังระบุว่ากองทัพสหรัฐฯยังระดมทหารส่งไปภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ไม่นานมานี้ดึงทหารปืนใหญ่จากรัฐอาร์คันซอไปประจำการเพิ่มเติมขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรวมสื่อใหญ่ของสหรัฐฯตามที่กล่าวมา ยังมีการรายงานในเชิงตั้งคำถามว่าปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือนักบิน F-15E ที่เครื่องถูกระบบต่อต้านอากาศยานยิงตกในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ทุ่มหน่วยรบพิเศษหลายร้อยนาย พร้อมกับใช้อากาศยานจำนวนมากนั้น เป็นปฏิบัติการหน้าฉากหรือไม่ และจุดประสงค์ที่แท้จริงของการทุ่มกำลังครั้งนี้ คือต้องการส่งหน่วยรบเข้าไปยึดครองแร่ยูเรเนียมของอิหร่านในเมืองอิสฟาฮาน โดยลานจอดเครื่องบินชั่วคราวที่สหรัฐฯนำเครื่องลำเลียงพล C-130 จำนวน 2 ลำไปลงจอด อ้างว่าไปรับนักบินอเมริกันนั้น อยู่ไม่ไกลจากศูนย์นิวเคลียร์เมืองอิสฟาฮาน ที่เชื่อกันว่าเป็นแหล่งกักเก็บแร่ยูเรเรียมความเข้มข้นสูง แต่ค่อนข้างไกลจากจุดที่นักบินหลบซ่อนตัวอยู่ ขณะที่การสอบถามไปยังนายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ได้รับคำตอบว่า ไม่ตัดความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ ลองสังเกตดูได้ว่าหน่วยรบพิเศษและยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ถูกส่งเข้ามาในอิหร่าน มีปริมาณเกินพอดีสำหรับการช่วยนักบินคนเดียว อีกทั้งจุดจอดเครื่องลำเลียงพลก็ไกลจากจุดที่ช่วยเหลือนักบินด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯก่อนหน้านี้ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯจัดทำแผนปฏิบัติการเข้าไปยึดครองแร่ยูเรเนียมในประเทศอิหร่าน แผนดังกล่าวมีรายละเอียดรวมถึงการเตรียมเครื่องลำเลียงพลสำหรับขนแร่ยูเรเนียม การจัดทำรันเวย์ชั่วคราว การส่งหน่วยรบพิเศษรวมถึงหน่วยพลร่มที่ 82 เข้าไปตรึงพื้นที่และทำการรบภาคพื้นดินกับกองทัพอิหร่าน การใช้เครื่องบินสนับสนุนการโจมตีภาคพื้นดินทำลายระบบต่อต้านต่างๆนอกจากนี้ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์สยังสรุปความเสียหายของกองทัพสหรัฐฯในปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินที่ติดอยู่หลังแนวรบ ระบุว่ายุทโธปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียงพล C-130 จำนวน 2 ลำที่กองทัพสหรัฐฯทำการระเบิดทิ้งเพื่อไม่ให้อิหร่านครอบครอง เครื่องบินสนับสนุนการรบภาคพื้นดินรุ่น A-10 เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กจำนวน 4 ลำ เฮลิคอปเตอร์ลิตเติลเบิร์ด 4 ลำ ไม่รวมถึงเครื่องบินรบอเนกประสงค์ F-15E ลำที่ถูกยิงตกเป็นอันดับแรก ยุทโธปกรณ์ทั้งหมดมีมูลค่าลำละมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงค่ำวันเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดเกาะคาร์ก แหล่งเก็บน้ำมันดิบสำหรับการส่งออกของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ก่อนกำหนดเส้นตาย 12 ชั่วโมง เบื้องต้นมีรายงานเป้าหมายทางทหารของกองทัพอิหร่านบนเกาะถูกโจมตีกว่า 50 จุด รวมถึงบังเกอร์ ฐานเรดาร์ และคลังเก็บกระสุน ยังไม่มีรายงานคลังน้ำมันเสียหาย หรือรายงานความเสียหายจากกองทัพอิหร่าน ขณะที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เตือนว่าหากสหรัฐฯล้ำเส้นเรื่องพลังงาน ทางอิหร่านจะทำให้สหรัฐฯและ พันธมิตรขาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากภูมิภาคตะวันออกกลางไปอีกหลายปีขณะที่สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟอิสราเอล ออกคำเตือนระวังภัยขั้นสูง (HIGH-ALERT WARNING) ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน ทวีความรุนแรง อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะกระทบโดยตรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนมากขึ้นอย่างชัดเจน สถานทูตขอย้ำเตือนพี่น้องชาวไทยในอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสาธารณะของกองบัญชาการส่วนหน้าของกองทัพอิสราเอลอย่างเคร่งครัดที่สุด และติดตามข่าวสารและข้อแนะนำของสถานทูตจากช่องทางโซเชียลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่