ชุดสืบสวน กก.3 บก.ป.บุกรวบครูหื่น หลังหนีฟังคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตของศาลจังหวัดมุกดาหาร คดีร่วมกับเพื่อนครูรวม 5 คน รุมโทรมนักเรียนหญิงชั้น ม.4 จำนวน 2 คน มาราธอนนานกว่า 1 ปี เหยื่อแฉพฤติกรรมหื่นบังคับขืนใจตามที่ต่างๆ ลักษณะเวียนเทียน ความแตกเพราะยายพบความผิดปกติพาเข้าแจ้งความ สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นยังปากดี อ้างรับไม่ได้กับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตของศาล หวังหนียาวจนกว่าคดีจะหมดอายุความ 20 ปีจับครูหื่นรายสุดท้ายส่งศาลรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 เม.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3บก.ป. นำกำลังจับกุมนายชิงชาญ หรือยุทธนา ภู่ถนนนอก อายุ 42 ปี บริเวณหน้าห้องแถวในพื้นที่ ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 297/2568 คดีหมายเลขดำที่ อ 974/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ 665/2566 ลงวันที่ 9 ก.ค.2568 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ข้อหาความผิดเกี่ยวกับเพศ และข้อหาตามความผิดต่อเสรีภาพมาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 ยายพาหลานสาวอายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ถูกนายวิพจน์ แสนสุข ครูในโรงเรียนที่หลานสาวศึกษาอยู่ในอำเภอเมืองมุกดาหารเป็นหัวโจก ร่วมกับครูอีก 4 คน รวมทั้งนายชิงชาญที่เพิ่งถูกจับกุมรวมอยู่ด้วย และศิษย์เก่าอีก 2 คน ล่อลวงหลานสาวกับเพื่อนห้องเดียวกันอีกคนรวมเป็น 2 คนพาไปข่มขืนกระทำชำเราลักษณะโทรมหญิงหลายครั้งกลุ่มครูผู้ต้องหาจะใช้อำนาจหน้าที่หลอกเด็กนักเรียนเหยื่อกามไปหาที่บ้านพักครูด้านหลังโรงเรียน อ้างว่าจะสอนการบ้าน เมื่อเด็กผู้เสียหายหลงเชื่อไปหาที่บ้าน กลับถูกนายวิพจน์ แสนสุข ข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนแรก ต่อมาเห็นเด็กหญิงไม่โวยวายแจ้งความเอาผิด จึงชักชวนเพื่อนครูอีก 4 คน และศิษย์เก่าอีก 2 คน มาร่วมขบวนการรุมโทรมเหยื่ออีกหลายครั้งหลายสถานที่ พร้อมทั้งยังสั่งให้พาเพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.4 อีกคนมาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดรุมโทรมด้วยแล้วข่มขู่ห้ามไม่ให้เด็กนักเรียนหญิงทั้ง 2 คนนำเรื่องไปบอกใคร ไม่อย่างนั้นจะให้สอบตก และทุกครั้งที่ลงมือข่มขืนจะถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์เด็กด้วย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องนานนับปี เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้งต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนผู้ต้องหาชิงเข้ามอบตัวพร้อมให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งหมดขอประกันตัวในชั้นศาล ใช้หลักทรัพย์เงินสดคนละ 3 แสนบาทกระทั่งเมื่อปี 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหาร พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนความเสียหายทางแพ่งโดยรวมของจำเลยทุกคน ต้องชดใช้สูงเกือบ 3,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ในวันนัดฟังคำพิพากษา ผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมาศาล ยกเว้นนายชิงชาญที่หลบหนี ศาลจึงออกหมายจับไว้ ระหว่างนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 4พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหาทั้งหมดล่าสุด พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป.สืบทราบว่า นายชิงชาญหลบหนีคดีจาก จ.มุกดาหาร มาอยู่ที่ห้องแถวไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่ 6 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นำกำลังติดตามมาจับกุมตัวไว้ได้ สอบสวนเบื้องต้นนายชิงชาญให้การปฏิเสธอ้างว่ารับไม่ได้กับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เลยตั้งใจหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ รับจ้างทำสวนทำไร่ใช้ชีวิตในห้องแถวเงียบๆไม่ได้ติดต่อใคร รวมทั้งตั้งใจว่าจะหนีไปตลอด 20 ปีจนกว่าจะหมดอายุความ หลังจากนั้นชุดสืบสวนนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดมุกดาหารตามหมายจับต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่