เหนือยังวิกฤติ พบฮอตสปอต 722 จุด ทำฝุ่นพิษ PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน 17 จังหวัด เชียงใหม่พุ่งพรวดทุกอำเภอ เชียงดาวสาหัสสุด 345.30 มคก./ลบ.ม. ด้านปลัด มท.นำทีมขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินดับไฟป่าจุดที่กำลังพลภาคพื้นดินเข้าถึงยาก สั่งนายอำเภอดูแล ย้ำจุดความร้อนต้องไม่เพิ่ม ที่เชียงรายเจอควันไฟฝั่งพม่าลอยปกคลุมเต็มท้องฟ้าชายแดนแม่สาย ส่วนที่ลำปางเกิดเหตุสลดแม่เฒ่าออกไปดับไฟลามใกล้ถึงบ้านโดนคลอกเสียชีวิตสถานการณ์ฝุ่นพิษภาคเหนือ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า (ศปก.ปกป.ภาค 3 สน.) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รายงานถึงการเกิดไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองใน 17 จังหวัดภาคเหนือว่า ช่วงเช้านี้พบจุดความร้อนทั้งหมด 722 จุด สูงสุดใน จ.เชียงใหม่ 163 จุด รองลงมา จ.แม่ฮ่องสอน 162 จุด และ จ.ตาก 79 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 465 จุด รองลงมาคือป่าสงวนฯ 224 จุด และเขต ส.ป.ก. 16 จุด และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 17 จังหวัด สูงสุด ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 345.30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) รองลงมา ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 317.80 มคก./ลบ.ม. และ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 216.90 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับสภาพอากาศใน จ.เชียงใหม่ ยังคงจมอยู่ใต้หมอกควันเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน ข้อมูลของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ 6 สถานีของกรมควบคุมมลพิษ พบค่ามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 สูงขึ้นทุกสถานี ที่สถานี ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ วัดได้ 259 AQI ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 133.7 มคก./ลบ.ม. อ.แม่แจ่ม วัดได้ 341 AQI ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 215.1 มคก./ลบ.ม. และ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 471 AQI ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 345.30 มคก./ลบ.ม. ผลพวงจากอากาศที่เลวร้าย ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ดูเงียบเหงาอย่างมาก นักท่องเที่ยวออกมาเดินเที่ยวชมเมืองบางตา ส่วนใหญ่เลือกพักผ่อนอยู่ในโรงแรมที่พักขณะที่หลายหน่วยงานยังคงระดมสรรพกำลังและเครื่องมือแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ล่าสุดกองทัพบกส่ง ฮ.ท.17 สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานและถุงบรรจุน้ำแบบพับได้ประจำสนาม ฮ. พล.ร.7 อ.แม่ริม ตามแผนการใช้อากาศยานของกองทัพบก ส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อร่วมหาแนวทางปฏิบัติกับทีมนักบิน ขณะที่ภาคพื้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแต่ละจังหวัดไปประสานให้หน่วยทหารจัดรถฉีดละอองลดปัญหาฝุ่นอย่างต่อเนื่องนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจจุดความร้อนใน อ.ฮอด อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และ อ.ลี้ จ.ลำพูน พื้นที่เกิดจุดความร้อนสะสมมาก นายอรรษิษฐ์เผยว่า วันนี้สิ่งเดียวที่ต้องรักษาไว้คือจุดความร้อนต้องไม่เพิ่ม ด้วยการใช้กลไกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สอดส่องดูแลผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ป่า ถ้าหากเข้าไปแล้วเกิดจุดความร้อนเพิ่มก็ต้องรับผิดชอบ เวลานี้ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้การนำของนายอำเภอ ทุกคนมีหน้าที่คู่กับความรับผิดชอบด้านนายกฤติชัย ธรรมสอน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ นำอากาศยานขึ้นบินปฏิบัติการดับไฟป่าตั้งแต่ วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังตรวจพบค่าความชื้นในอากาศมีปริมาณสูงขึ้นจนเอื้อต่อการสร้างเมฆฝน ฝูงบินที่ใช้ในภารกิจช่วงเริ่มต้นประกอบด้วยเครื่องบินขนาดกลาง 4 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบิน Kasa 2 ลำและเครื่องบิน L410 อีก 2 ลำ เน้นภารกิจสำคัญในเมืองเชียงใหม่และพื้นที่รอยต่อทิศตะวันตกติด จ.แม่ฮ่องสอน หัวใจหลักของภารกิจครั้งนี้จะใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ 3 รูปแบบคือการก่อเมฆ การเลี้ยงเมฆ และที่สำคัญคือการเจาะชั้นบรรยากาศร้อน เพื่อเพิ่มอัตราการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากชั้นบรรยากาศปกคลุมเมือง นอกจากนี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนมีแผนจะเพิ่มเครื่องบินประเภทซีเอ็นอีก 1 ลำเข้ามาเสริมทัพสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจ.แม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน เรียกประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จากนั้น ผวจ.แม่ฮ่องสอนพร้อมผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจประเมินสถานการณ์ไฟป่าบริเวณดอยสันฟ้า ต.ห้วยปูลิง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน สภาพเป็นภูเขาสูงชัน กำลังพลเข้าถึงทางพื้นดินไม่ได้ ต้องอาศัยอากาศยานในการโปรยน้ำเพื่อดับไฟป่า รวมทั้งดับไฟป่าบริเวณห้วยฝายคอ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เน้นจุดไฟลุกลามที่กำลังภาคพื้นดินเข้าถึงลำบาก ทำให้ไม่สามารถเข้าไปควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมดจ.ลำปาง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบระดับสีแดง โดยในพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง วัดค่า PM2.5 ได้ 114.5 มคก./ ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 110 มคก./ ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ วัดได้ 109.9 มคก./ลบ.ม. และ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ อยู่ที่ 110.1 มคก./ลบ.ม. ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางรายงานว่า ช่วงเช้ามีหมอกควันปกคลุมหนาทึบจนท้องฟ้าขาวโพลนมองเห็นได้ในระยะจำกัด และเกิดจุดความร้อนเพิ่มสูงถึง 76 จุด กระจายอยู่ในหลายอำเภอ ขณะเดียวกันเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ บ้านหนองห้าหมู่ 4 ต.นาโป่ง อ.เถิน หลังเกิดเหตุนางดวงดี เทพาชมภู อายุ 83 ปี ออกไปดับไฟที่ลุกลามไหม้หญ้าใกล้จะถึงบ้านและเกิดสำลักควันหมดสติ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิงเช่นเดียวกับที่ จ.เชียงราย ยังคงมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นมากขึ้น ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันควันพิษ PM2.5 ที่ยังลอยเต็มท้องฟ้ากระทบต่อทัศนวิสัยในการมองไม่ดี หนักสุดในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่สาย ติดชายแดนประเทศเมียนมาพบควันไฟ จากการเผาลอยเข้ามาจนบดบังแสงอาทิตย์ ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนควรงดหรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคารอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่