ความตรงย่อมไม่เบี้ยว และความเบี้ยวย่อมไม่ตรง แต่ใครจะเบี้ยว?หรือใครจะตรง?ผู้ตัดสินชี้ขาดคือ...ศาลฎีกา ล่าสุดนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน.พรรคประ ชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาได้นำรายชื่อ สส.พรรคฝ่ายค้านและ สว.กลุ่มอิสระ 140 คน ไปยื่นคำร้องต่อ “นายโสภณ ซารัมย์” ประ ธานรัฐสภา ให้ส่งเรื่องไปถึงประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ ตรวจสอบประธาน ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช.ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่กรณีมีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมในคดีซุกหุ้น สวนทางคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญคำร้องระบุข้อกล่าวหา ป.ป.ช.ไว้ 4 ประเด็นดังนี้คือ...1.ป.ป.ช.ไม่มีการไต่สวนหรือตรวจสอบเชิงลึกประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่นายศักดิ์สยามอ้างว่าได้ขายหุ้น ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญ 119 ล้านบาทให้แก่บุคคลอื่นเป็น “นิติกรรมอำพราง”เพราะผลตรวจสอบเส้นเงินพบว่าเงินทั้งหมดเป็นของนายศักดิ์สยามเองเข้าตำราอัฐยายซื้อขนมยาย2.ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องอ้างว่า “นายศักดิ์สยาม” ไม่มีเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ไม่สอดคล้องกับผลการตรวจสอบเชิงลึกของศาลรัฐธรรมนูญและละเว้นไม่ตรวจสอบว่านายศักดิ์สยามยังคงเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วน จำกัดบุรีเจริญหรือไม่ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยาม พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี3. ป.ป.ช.มีพฤติการณ์ปกปิดกระบวน การตรวจสอบคดีซุกหุ้นนายศักดิ์สยาม โดยมีมติยกคำร้องตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้วแต่เพิ่งมาเปิดเผยมติดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ หลังผ่านไปแล้วถึง 227 วัน4. ป.ป.ช.ยังละเว้นการตรวจสอบนายศักดิ์สยามในฐานความผิดอื่นๆ ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.ทำให้นายศักดิ์สยาม หลุดข้อหาความผิดอีกหลายคดี“แม่ลูกจันทร์” ขอฉายหนังตัวอย่างสัก 3 คดีดังนี้คือ...1.คดีความผิดฐานใช้อำนาจ หน้าที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญ (ซึ่งนายศักดิ์สยามเป็นเจ้าของตัวจริง) เข้าไปประมูลรับงานของกระทรวงคมนาคม ที่นายศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลเรียกว่ารับงานกันฉ่ำเกือบร้อยโครงการ2.คดีความผิดฐานจงใจปกปิดปัญหาทรัพย์สิน หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.3.คดีความผิดฐานมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นนายศักดิ์สยาม ของ ป.ป.ช. ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จึงกลายเป็น “วิบากกรรมย้อนรอย” ให้ ป.ป.ช. ต้องเจอข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่สุจริตเสียเองด้วยประการฉะนี้แล“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า เมื่อ นายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯพร้อมชื่อ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่ม สว.อิสระ ร่วมลงชื่อยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญเผือกร้อนๆก็หล่นใส่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาฯจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นกากี่นั้งกับนายศักดิ์สยามเต็มเปาถ้าประธานสภาฯดื้อแพ่ง ไม่ยอมส่งคำร้องไปถึงประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระมาตรวจสอบ ป.ป.ช.นายโสภณจะคิดหาเหตุผลมาอ้างอย่างไร??หรือ หาก นายโสภณ ยอมส่งคำร้องไปถึงประธานศาลฎีกานายศักดิ์สยาม ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ของนายโสภณ ก็ต้องอยู่ไม่เป็นสุขนั่งลุกไม่สบายนายโสภณจะแก้ปัญหาชีวิตอย่างไร? ต้องตามไปดูซะแล้วโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม