ภาครัฐพร้อมอัดมาตรการบรรเทาความ เดือดร้อนประชาชน ลดแลกแจกแถมของกิน ของใช้ไปจนถึงปุ๋ยสำหรับเกษตรกร ผ่านโครงการ “ธงเขียวพลัส” พร้อมเตรียมมาตรการ ดูแล “ข้าวแกง” หวังชะลอการขึ้นราคาไม่ให้สูงเกินสมควร ควบคู่กับการไล่ล่า การกักตุนน้ำมัน ด้าน “ทวี สอดส่อง” ออกมาแฉยับ รัฐใช้เงินหมื่นล้านอุ้มกำไร นายทุนน้ำมัน ท้าเปิดข้อเท็จจริงน้ำมันสต๊อกเก่า 3 เดือน แต่กลับเอามาขายราคาสิงคโปร์ ขณะที่ ก.พลังงาน โต้ข่าวลือน้ำมัน ดีเซลพุ่งแตะลิตรละ 60 บาทนับวันคนไทยยิ่งเดือดร้อนจากวิกฤติด้านพลังงานเชื้อเพลิง เป็นผลมาจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สอง นอกจากต้องเติมน้ำมันราคาแพงขึ้นแล้ว สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันต่างทยอยขึ้นราคาไม่เว้นวัน ขณะที่มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากภาครัฐ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไปย้ำ “ไทยช่วยไทย” มาแน่ต้น เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวันที่ 29 มี.ค. โดยนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและดูแลสินค้าภายในประเทศว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการลดค่าครองชีพให้ประชาชน ด้วยโครงการไทยช่วยไทย จับมือห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิตผู้จัดจำหน่ายชั้นนำ นำสินค้าแบรนด์ทางเลือกที่มีคุณภาพดีกว่า 1,000 รายการ จัดจำหน่ายราคาพิเศษลดสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ เริ่มวันที่ 1 เม.ย. และจะมีโครงการธงฟ้าราคาประหยัดนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาลดราคา โดยเพิ่มจุดจำหน่าย 500 จุดทุกจังหวัดและยังใช้รถโมบายธงฟ้าเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล และเตรียมมาตรการดูแลข้าวแกง โดยจะนำวัตถุดิบจากต้นทางทั้งข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ไปสนับสนุนร้านตามสั่งข้าวแกง ชะลอการขึ้นราคาไม่ให้สูงเกินสมควรเตรียมฟันร้านปุ๋ยกรุงเก่าขายแพงสำหรับเรื่องปุ๋ยเคมี นายฉันทพัทธ์กล่าวว่ากรมการค้าภายในได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรใน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีร้านปุ๋ยรายใหญ่ขายปุ๋ยในราคาสูง ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายปุ๋ยราคาสูง เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ประกอบการชี้แจงและขยายผลไปยังร้านที่รับสินค้ามาก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อตรวจสอบว่ามีการขายในราคาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่จัด “ธงเขียวพลัส” เพิ่มเงินให้เกษตรกรนายฉันทพัทธ์ยังกล่าวถึงการลดต้นทุนค่าปุ๋ยว่า กระทรวงพาณิชย์มีโครงการธงเขียวพลัสต่อยอดจากโครงการเดิมที่ให้ส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท รวม 5 กระสอบต่อราย ปีนี้จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกษตรกรที่มีบัตรดินดีของกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านมาตรฐานจีไอพีของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนของกรมส่งเสริมการเกษตร จะได้สิทธิประโยชน์อีก 200 บาท และคูปองอีก 200 บาทสำหรับปุ๋ยอินทรี จะดำเนินการครอบคลุม 50 จังหวัด เริ่มที่ จ.กำแพงเพชร ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เม.ย. ก่อนกระจายไปจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ ตั้งเป้า 1 ล้านกระสอบ และยังร่วมมือกับผู้จำหน่ายปุ๋ย 26 แห่ง จำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษหน้าโรงงาน ตั้งเป้า 10 ล้านกระสอบผลิตน้ำมันได้น้อยกว่าความต้องการส่วนสถานการณ์ด้านพลังงานเชื้อเพลิง นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่า สถานการณ์การผลิตและจำหน่ายน้ำมันของประเทศ ไทย ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซิน มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 0.84 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวันลั่นเอาจริงปราบกักตุนน้ำมันนายฉัตรชัยกล่าวอีกว่า ในภาพรวมจะเห็นได้ว่า น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตและการจำหน่ายอยู่ในตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่มีการจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ราว 70 ล้านลิตรต่อวัน หากตรวจพบว่ามีผู้ประกอบการคนใดมีการกักตุนน้ำมันหรือมีสิ่งต้องสงสัยจะดำเนินการตามกฎหมาย และล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพบสถานที่ดำเนินการผิดกฎหมาย คือการเก็บน้ำมันซึ่งไม่ได้มีการอนุญาต พบน้ำมันจำนวน 3 แห่ง ประมาณ 30,000 ลิตร ดำเนินการแจ้งความตามกฎหมายเรียบร้อย ย้ำว่ามีการลงตรวจทั้งหน้างานและสร้างระบบต่างๆ เพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชนกางแผนรับมือน้ำมันช่วงสงกรานต์น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจในความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอชี้แจงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย 1.การกระจายน้ำมัน มีแผนในรายละเอียดกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อลดความแออัดในสถานีบริการ กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า 2.ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น 3.เร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่างๆทั่วโลก ชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 4.ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน2 วันจับตุนน้ำมันกว่า 1 แสนลิตรน.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินติดตามสถานการณ์การกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้มในเรื่องการจับกุมผู้กักตุนน้ำมัน โดยเมื่อวันที่ 24-25 มี.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) หน่วยงานฝ่ายปกครอง และตำรวจ ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระในหลายจังหวัดทั่วภูมิภาค ในพื้นที่สระบุรี ตรวจพบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ กรมสรรพสามิตบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในพื้นที่สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 มี.ค.พบน้ำมันดีเซล 85,000 ลิตร ไม่สามารถแสดงที่มาของน้ำมันได้ จึงดำเนินคดีตามกฎหมาย และปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท“ทวี” ท้าเปิดต้นทุนนํ้ามันวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 29 มี.ค.ติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์เดียว ประชาชนต้องได้รับคำตอบว่าเงินก้อนนี้เป็นการชดเชยขาดทุนจริง หรือเป็นการอุ้มกำไรให้กลุ่มทุนน้ำมัน ขณะนี้รัฐบาลอ้างราคาตลาดโลกและราคาสิงคโปร์ เป็นเหตุผลปรับราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ไม่เคยเปิดเผยต้นทุนจริงต่อสาธารณะซัดนายทุนฟันกำไรส่วนต่างพ.ต.อ.ทวียังระบุถึงข้อเท็จจริงสำคัญ 3ข้อเกี่ยวกับน้ำมัน คือ 1.น้ำมันที่ขายวันนี้ซื้อมา 3 เดือนก่อน โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในไทยจัดซื้อน้ำมันดิบตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ทำให้การอิงราคาสิงคโปร์เปิดช่องให้นายทุนทำกำไรส่วนต่างมหาศาลบนความเสี่ยงของประชาชน 2.ไทยมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง สามารถกลั่นน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศและส่งออกได้ น้ำมันจึงเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของชาติ รัฐควรกำกับราคาจาก “ต้นทุนจริงบวกกำไรที่เหมาะสม” ไม่ใช่อิงราคาต่างประเทศ ซึ่งหากเทียบกับประเทศที่มีโรงกลั่นหรือผลิตน้ำมันเองอย่างซาอุดีอาระเบีย (21-22 บาท/ลิตร) จะเห็นได้ชัดว่าไทยจ่ายแพงกว่าโดยไม่มีเหตุผลรับไม่ได้อิงราคาสิงคโปร์พ.ต.อ.ทวีระบุอีกว่า 3.ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ไม่สะท้อนต้นทุนจริง การอ้างอิงราคาสิงคโปร์เป็นปัญหาเชิงโครง สร้าง เพราะมีการบวก “ค่าขนส่งสมมติ” และ “ค่าประกันภัยสมมติ” จากสิงคโปร์มาไทย ทั้งที่ไทยกลั่นน้ำมันเอง ต้นทุนจริงจึงต่ำกว่าที่อ้างอิงอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของสิงคโปร์ (GDP per capita) สูงกว่าไทยกว่า 10 เท่า โดยสิงคโปร์อยู่ที่ราว 3,050,000-3,100,000 บาทต่อปี ขณะที่คนไทยมีรายได้เฉลี่ยเพียง 260,000-270,000 บาทต่อปีเท่านั้น ประชาชนไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญวิกฤติค่าครองชีพ รายได้ไม่พอรายจ่าย และจมอยู่กับปัญหาหนี้สิน การใช้มาตรฐานราคาของสิงคโปร์กับประชาชนไทย จึงไม่อาจยอมรับได้จี้ รบ.ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันจริงพ.ต.อ.ทวีระบุขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ผ่านคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันจริงจากสต๊อก 3 เดือนก่อนทันที ไม่ใช่ปล่อยให้มีการขึ้นราคาตามตลาดสิงคโปร์รายวัน หรือใช้เงินกองทุนอุดหนุนโดยไม่มีการตรวจสอบ และเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสในโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อความชอบธรรมและความผาสุกของประชาชนเป็นหลักปัดข่าวลือดีเซลพุ่ง 60 บาท/ล.ขณะเดียวกัน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลจากหนังสือภายในราชการโดยไม่ระบุที่มา อ้างว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลสูงถึง 60 บาทต่อลิตร ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก การชดเชยผ่านกลไกกองทุนน้ำมันและการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันจากกระทรวงการคลัง รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ มีการเผยแพร่ข้อมูลและส่งต่อเกี่ยวกับการปรับราคาน้ำมันผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก ถือเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ขออย่าส่งต่อ เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการแห่ไปเติมน้ำมัน จนทำให้น้ำมันที่สถานีบริการมีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ“อนุทิน” โผล่นครพนมสุ่มตรวจปั๊มที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เวลา 11.49 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เช่ารถยนต์โตโยต้า สีขาว เวลอซ เป็นรถยนต์ 7 ที่นั่ง ทะเบียน 5 ขล 6523 กทม. ขับสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดนครพนม ทั้งนี้ ปัจจุบัน จ.นครพนม มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง ส่วน อ.ธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซลเริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอและน้ำมันชนิดอื่นๆสามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการรมว.ยธ.ตรวจคลังน้ำมันปทุมธานีจ.ปทุมธานี เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) พร้อมผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และฝ่ายปกครอง ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่คลังน้ำมันลำลูกกา โดย พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่าคลังน้ำมันลำลูกกาเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ลำดับต้นๆของ ปตท. ผลการตรวจสอบพบว่าได้จัดสรรน้ำมันไปยังคลังน้ำมันจังหวัด และสถานีบริการน้ำมันตามปกติ และจะตรวจสอบรายละเอียดทั้งระบบอีกครั้ง เพื่อดูว่าปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอที่ปลายทางเกิดจากสาเหตุใดเร่งหาสาเหตุน้ำมันขาดปั๊มด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการค้าส่งน้ำมัน (จ๊อบเบอร์) ว่าจัดส่งตามปริมาณน้ำมันที่รับมาหรือไม่ รวมทั้งปลายทางที่สถานีให้บริการน้ำมัน ต้องตรวจสอบว่ามีการสั่งน้ำมันในปริมาณปกติก่อนภาวะวิกฤติหรือไม่อย่างไร โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งตรวจสอบ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชื่อมต่อกับหน่วยต่างๆ เพื่อให้ได้คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนเกิดจากสาเหตุใดแม่ค้าส้มตำสุดอั้นประกาศขึ้นราคาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลพวงจากวิกฤติราคาน้ำมัน หลังภาครัฐปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทลิตรละ 6 บาท ส่งผลถึงกลุ่มคนทำมาค้าขายอาหารรายย่อย โดยที่โค้งบ้านโคกวัด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จุดที่มีพ่อค้าแม่ค้าไม่ต่ำกว่า 10 ร้านค้า มาตั้งแผงเรียงรายขายอาหารปรุงสุกและปรุงสำเร็จ โดยเฉพาะเมนูส้มตำ ลาบ ก้อย ไก่ย่าง อาหารอีสาน แต่บรรยากาศเมื่อวันที่ 29 มี.ค.กลับไม่คึกคัก โดยเฉพาะในช่วงสายและเที่ยงวัน คนออกมาจับจ่ายบางตาอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้าขายส้มตำขึ้นป้ายประกาศแจ้งปรับขึ้นราคาขายส้มตำทุกเมนู โดยนางสมฤดี เรียรัมย์ อายุ 54 ปี แม่ค้าส้มตำ บอกว่า ตอนนี้ผู้ค้าทุกคนได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้น สินค้าทุกอย่างแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก พืช ผัก และวัตถุดิบทุกชนิดที่นำมาทำส้มตำ ผู้ค้าที่เปิดแผงขายส้มตำหารือกันว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาส้มตำจากเดิมอีก 10 บาททุกเมนู จาก30 บาท เป็น 40 บาท เริ่มวันที่ 1 เม.ย.นี้ ส่วนลาบ ก้อย ยังคงขายราคาปกติ อยากให้ลูกค้าเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า อย่าบ่นว่าแพง ส่วนรัฐบาลไม่รู้จะฝากยังไงแล้ว ของแพงทุกอย่าง อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ตรงจุด โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันและสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น เพราะส่งผลกระทบทั่วประเทศ ก่อนที่จะมาเพิ่มยอดเงินในโครงการคนละครึ่งขนศพโชว์ปั๊มเพื่อซื้อน้ำมันส่วนที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายปรีชา อายุ 48 ปี สัปเหร่อของวัดแห่งหนึ่งริมถนนสาย 344 พื้นที่เทศบาลเมืองบ้านบึง ถึงกรณีอัดคลิประบายความอัดอั้นใจ หลังจากเข้าไปขอซื้อน้ำมันดีเซลใส่ถัง เพื่อนำเอาไปเผาศพ จากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ แต่ปั๊มไม่ขายให้ จึงนำเอาร่างของผู้เสียชีวิตใส่โลง พร้อมกับถังน้ำมัน 3 ใบใส่รถมายืนยันกับทางปั๊มว่าต้องการซื้อน้ำมันและเติมใส่ถังนำไปเผาศพจริงๆ ไม่ได้ซื้อไปไว้กักตุน จนปั๊มยอมเติมใส่ถังน้ำมันที่เตรียมมาว่า ตนเป็นสัปเหร่อมาตั้งแต่ปี 2548 ตั้งแต่เตาเผาศพของวัดยังเป็นแบบใช้ถ่าน กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นแบบเตาเผาไฟฟ้าใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้มาตลอด นำถังมาใส่น้ำมันเช่นนี้ทุกครั้ง กระทั่งเกิดปัญหาน้ำมันขาดตลาด แต่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อมาซื้อน้ำมันใส่ถัง กลับทำไม่ได้ คิดว่าจะกักตุน ตนยืนยันว่าเป็นสัปเหร่อ ซื้อน้ำมันไปเผาศพ และวันนี้ต้องเผาร่างผู้เสียชีวิตแล้ว จึงขนโลงบรรจุร่างผู้เสียชีวิตมาจาก รพ.ขับเข้าปั๊มน้ำมัน พร้อมกับเปิดฝาโลงให้ดูว่าเป็นศพจริงๆ เพื่อยืนยันไม่ได้ซื้อเพื่อกักตุน สะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดกับอาชีพสัปเหร่อ จากที่เคยเห็นแต่ในข่าวทีวีที่ต้องเอารถ เอาเครื่องจักรมาเติมที่ปั๊มห้ามใส่ถังไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่