กางไทม์ไลน์แถลงนโยบาย “รัฐบาลอนุทินพลัส” ต่อรัฐสภาปิดจบก่อน เทศกาลสงกรานต์ ชูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครบวงจร ภายใต้ชื่อ “Thailand 10 Plus” เปิดพิมพ์เขียวรับมือภัยธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-สังคม เพื่อไทย พร้อมเสนอกอบกู้วิกฤติน้ำมันเป็นวาระแห่งชาติให้สะเด็ดน้ำก่อนเข็นนโยบายคนละครึ่ง ปชน.ชงโมเดล เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชน “กรณ์” สะกิดรัฐบาลชุดใหม่ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-พลังงาน เตือนเศรษฐกิจปีนี้เผาจริงพลัสหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สัปดาห์นี้ พรรคภูมิใจไทยแกนนำจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทินพลัส” ได้วาง ไทม์ไลน์เร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 7-9 เม.ย. เน้น แผนกระตุ้นเศรษฐกิจครบวงจร“อนุทิน” เตรียมแผนรับมือภัยประเทศ 4 ด้านเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุถึงสัปดาห์นี้จะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ (ครม.) โดยเตรียมนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ วันที่ 30 มี.ค. พร้อมกับเดินหน้าทำร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยวางไทม์ไลน์แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ก่อนสงกรานต์ ประมาณวันที่ 7-9 เม.ย. คำแถลงนโยบายยาวประมาณ 30 หน้า โดยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้ชื่อ “Thailand 10 Plus” ที่มี 4 ด้าน คือนโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการหนี้ รวมถึงนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรายได้ แผนการรับมือ ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตไว้ 4 ด้าน คือภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ ความมั่นคงและสังคมภท.ป้อง “ศุภจี” ไร้อำนาจหั่นราคาน้ำมันนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ชี้แจงว่าไม่สามารถแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจ เสี่ยงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ว่า หาก รมว.พาณิชย์เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมัน ถือว่าทำเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปควบคุมราคาน้ำมัน อ้างอิงตามคำพิพากษาศาลปกครอง คดีน้ำมันเชื้อเพลิง คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 กระทรวงพาณิชย์ “ไม่มีอำนาจ” เข้าไปกำหนดราคา น้ำมัน โดยคำพิพากษาศาลปกครองยืนยันว่า รัฐได้ ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และมีหน่วยงานด้านพลังงานดูแลโดยตรง ทำให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดราคาเย้ย “พีระพันธุ์” หิวแสง–วางกับดัก“ถ้าขืนไปทำคุณศุภจีจะผิดกฎหมาย คุณ พีระพันธุ์เป็นนักกฎหมายมีหรือไม่รู้ หรือทำไปทั้งหมดเพื่อวางกับดัก ขุดบ่อล่อปลาพร้อมกับหาแสง ไปในตัว แบบ 2-in-1 ปัญหาคือ เรื่องนี้อยู่ในมือกระทรวงพลังงาน คุณพีระพันธุ์เคยเป็น รมว.พลังงาน มีอำนาจเต็ม ดูแลโครงสร้างพลังงาน เห็นโครงสร้างราคาหมด จะถูกจะแพงนอกจากท่านรู้ ท่านยังมีอำนาจ จัดการ แล้วทำไมไม่ทำให้มันเสร็จ มาเก่งอะไรกับรัฐบาล ที่ยังไม่มีอำนาจเต็ม อย่าลืมยังไม่ได้ ครม.ใหม่ ที่ทำงานกันอยู่คือรัฐบาลรักษาการทั้งนั้น” นายสิริพงศ์กล่าวพท.ดันแก้พลังงานก่อนเข็นคนละครึ่งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สส.บางส่วนสะท้อนไม่เห็นด้วยกับโครงการคนละครึ่งพลัส เนื่องจากประเทศไทยเผชิญกับวิกฤติน้ำมันว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้ามีงบประมาณก็สามารถทำโครงการคนละครึ่งพลัสได้ เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องไปพูดคุยกัน แต่วันนี้ต้องเร่งแก้วิกฤติพลังงาน เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัส ลำบาก ทุกพื้นที่ รัฐบาลต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ถ้าไม่แก้วิกฤติน้ำมัน จะกระทบไปทุกระบบ อยากให้จัดตั้งรัฐบาลเร็วๆ เพราะเกินศักยภาพของคนใดคนหนึ่งที่จะรับไป เมื่อถามว่า ควรเร่งแก้วิกฤติน้ำมันให้รวดเร็วที่สุดใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า เป็นวิกฤติหนักที่สุด เท่าที่เคยอยู่การเมืองมา ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการคนละครึ่งพลัส ในวันที่พรรคร่วมหารือถึงนโยบายที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภา อาจมีเรื่องนี้ด้วยก็ได้ แต่วิกฤติ น้ำมันใหญ่ที่สุด ถ้าไม่ทุ่มเทแก้ไขจะเป็นเรื่องที่ชี้เป็น ชี้ตายความเดือดร้อนของรัฐบาลปชน.ชงแผนคลายวิกฤติน้ำมันส่วนความเห็นของฝ่ายค้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ขอเสนอแผนรับมือวิกฤติน้ำมันฉบับพรรค ปชน. สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการราคาน้ำมัน 2.มาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน 3.การจัดการปุ๋ยเคมี และ 4.การเตรียมความพร้อมช่วงสงกรานต์ ข้อเสนอยังย้ำถึงการปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน ทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก ออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเตอร์เน็ต สร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home มาตรการด้านปุ๋ยเคมี เสนอให้กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขายให้เกษตรกร และสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านไหนขายเกินราคา แจ้งให้รัฐรับทราบข้อมูลและสามารถจัดการได้ทันที โดยรัฐบาลสามารถแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่น คูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อราย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการโดยทั่วกันเสนอรับมือ ปชช.เดินทางวันสงกรานต์นายวีระยุทธกล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้สะดวกราบรื่น ลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมัน โดยเพิ่มเที่ยวขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่ง จุดบริการต่างๆ สร้างความมั่นใจในระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ ให้มีการประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์“กรณ์” แนะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโฉมหน้า “รัฐบาลอนุทินพลัส” กับการรับมือวิกฤติโลกว่า ต้องรับให้ได้ เพราะวิกฤติโลกมาแน่ มีแนวโน้มขยายวงอยู่กับเราอีกนาน ตรงนี้คือสมมติฐานที่ต้องมี โดยทุกคน มีสิทธิ์ที่หวังว่าทุกอย่างจบเร็ว แต่รัฐบาลบริหารและวางแผนด้วยความหวังไม่ได้ ต้องมีฉากทัศน์ที่สถานการณ์อาจยืดเยื้อ โอกาสยืดเยื้อมีสูง ดังนั้นอันดับแรกต้องทำความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยว่า เปราะบางจุดไหนบ้าง อ่อนไหวกับอะไร มีอะไรที่เราได้เปรียบในสภาวการณ์ที่เป็นวิกฤติเช่นนี้ ด้านไหนบ้างที่มีแนวโน้มเป็นโอกาส ถ้ามีควรฉวยเอาไว้ด้วย ทั้งหมดต้องมีแผนและมีภาพที่ชัดเจน ถึงอยู่กับวิกฤตินี้ได้ คนไทยไม่เดือดร้อน เมื่อถามว่าได้เกาะติดวิกฤติพลังงานที่เป็นจุดเริ่มต้น วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ แต่รัฐบาลกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการรับมือ นายกรณ์ตอบว่า ได้แสดงความคิดเห็นมาตลอดตั้งแต่ยิงจรวดเข้าไปที่อิหร่าน ทุกอย่างที่คาดการณ์ได้ในวันนั้นมันก็เกิดขึ้น สะท้อนถึงความเปราะบางของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย รวมถึงไฟฟ้าหรือน้ำมันก็เป็นจุดเปราะบาง อย่าหายใจด้วยจมูกคนอื่นที่ต้องนำเข้าพลังงานเยอะ ดังนั้นไทยต้องมีแผนรองรับในส่วนตรงนี้ด้วยเตือนแจกคนละครึ่งหวั่นผลาญงบเมื่อถามว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบาง เป็นความเปราะบางจากโฉมหน้า ครม.ชุดใหม่ด้วยหรือไม่ เพราะปกติเมื่อเกิดวิกฤติแบบนี้ ควรมีมาตรการระยะสั้นที่ชัดเจน และมีมาตรการระยะกลาง ระยะยาว โดยเฉพาะต้องปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและเศรษฐกิจ นายกรณ์ตอบว่า ถูกต้อง ต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ผ่านมามัวคิดถึงเฉพาะมาตรการระยะสั้น แล้วหวังว่าปัญหาจะผ่านไป แต่ปัญหาสะสมหมักหมม สุดท้ายโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบางไม่เคยเปลี่ยน ไม่พัฒนา กลายเป็นใช้งบประมาณมหาศาลกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีมาตรการระยะสั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยเพียงพอ ออกคนละครึ่งเพิ่งเสร็จ ยังไม่วายเรียกร้องคนละครึ่งเฟส 2 เพราะทุกคนยังเดือดร้อน ยังยากจนอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างยั่งยืน หน้าที่ของรัฐบาลต้องคิดเผื่ออนาคต เผื่อเราไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งมาตรการระยะสั้นบ่อยถี่และสิ้นเปลืองแบบนี้ห่วง ศก.เผาจริงพลัสเมื่อถามว่าวิกฤติโลกครั้งนี้ ห่วง “รัฐบาลอนุทินพลัส” ตรงไหนเป็นพิเศษ นายกรณ์ตอบว่า ถ้าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน รัฐบาลไหนก็อยู่รอด นอกจากวิกฤติจริงเหมือนวิกฤติต้มยำกุ้ง กรณีต้มยำกุ้งที่รัฐบาลล้ม ไม่ได้เป็นเพราะคอร์รัปชันหรือผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากภายในทั้งสิ้น วิกฤติหนักหน่วงแค่ไหนเวลายังเป็นตัวพิสูจน์ ตอนนี้มีความหวังว่าสถานการณ์ตะวันออก กลางอาจคลี่คลาย ถึงอย่างไรสหรัฐฯต้องหาทางลง ที่สุดเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ปีนี้เศรษฐกิจยังท้าทายกว่าช่วงสงครามแน่นอน ที่พูดกันว่าเผาจริงตั้งแต่ก่อนมีสงคราม ดังนั้นตอนนี้อาจกลายเป็นเผาจริงพลัส ที่ประเทศไทยต้องทบทวนแผนและยุทธศาสตร์ หวังว่ารัฐบาลน่าจะทำได้ ตราบใดที่บอกว่า ยังมีจิตสาธารณะและยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อถามว่าในวันที่ประชุมสภาฯพิจารณาญัตติเรื่องวิกฤติพลังงาน สส.หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายกรณ์ตอบว่า เข้าใจได้ที่โจมตีไปทางนั้น ไม่ทราบนายพิพัฒน์เหมือนมีเจตนาหรือไม่ ที่ทำตัวเป็นสายล่อฟ้าพอสมควรในสิ่งที่ท่านพูด และในบ้านท่านก็อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ทำให้มีข้อกังขาถึงผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับเป็นหนึ่งในคนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยไว้วางใจ ยังไงคงต้องมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลต่อไป ต้องรอดู ให้โอกาสทุกคนไหนๆก็จะตั้งรัฐบาลใหม่แล้วสว.ลับมีดชำแหละนโยบายรัฐบาลน.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สว. ในฐานะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา กล่าวถึงสงครามในตะวันออกกลางจนประเทศไทยเกิดวิกฤติพลังงานว่า ขณะนี้เตรียมยื่นญัตติแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยแพงที่มีอะไรซ่อนอยู่อีกเยอะ ถ้ารัฐบาลไม่เตรียมแผนรับมือให้ดี เกษตรกรจะเดือดร้อนอย่างหนักถ้วนหน้า และมีโอกาสเคลื่อนไหวออกมาประท้วงรัฐบาล แต่คงยื่นหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่คาดเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. ขณะนี้กำลังเตรียมอภิปราย เพื่อให้รัฐบาลนำนโยบายไปปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นกกต.พร้อมถกลดภาษีน้ำมัน 1 บาทเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ครม.จะส่งหนังสือขออนุญาตลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทว่า เรื่องนี้ กกต.และเลขาธิการ กกต.มีความตระหนักพอสมควร กกต.พร้อมให้ความร่วมมือพิจารณาด้วยความรวดเร็ว โดยจะประชุมด่วนทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชน แต่ขณะนี้น่าจะอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ หากหนังสือส่งมาถึง กกต.พร้อมพิจารณา เมื่อถามว่าหาก ครม.ส่งหนังสือมาถึงเช้าวันที่ 30 มี.ค.สามารถนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ในช่วงบ่ายได้เลยหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรตอบว่า กกต.พร้อมพิจารณาทันที“สมชาย” นั่งนายกสภา มทร.ล้านนาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 15 ราย หลังชุดเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 11 ก.ย. 67 โดยที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มีมติเห็นชอบแต่งตั้งชุดใหม่ วันที่ 4 ก.ค. 68 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ บัดนี้ ได้มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามที่เสนอทุกราย ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.69 โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาโพลชี้ความนิยม “หนู” แพ้ “เท้ง” เฉียดฉิววันเดียวกัน นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 2,500 ตัวอย่าง เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส” ระหว่างวันที่ 19-24 มี.ค. เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.60 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 2 ร้อยละ 29.40 นายอนุทิน ชาญวีรกูล อันดับ 3 ร้อยละ 10.92 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 4 ร้อยละ 8.20 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และอันดับ 5 ร้อยละ 8.08 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 35.80 พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 26.60 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.04 พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 11.64 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 4.60 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้หวัง “พลังงาน–พาณิชย์” ช่วยชาวบ้านด้านสวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 2,181 คน ทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย” ประจำเดือน มี.ค. ระหว่างวันที่ 24-27 มี.ค. พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน มี.ค. เฉลี่ย 3.89 คะแนน ลดลงจากเดือน ก.พ. 2569 ที่ได้ 4.30 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้านได้คะแนนเฉลี่ย 4.35 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหาความยากจน ได้คะแนนเฉลี่ย 3.49 คะแนน ทั้งนี้กระทรวงที่ประชาชนคาดหวังการทำงานมากที่สุด คือ กระทรวงพลังงาน ร้อยละ 34.20 รองลงมา คือ กระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 20.84อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่