ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี สั่งเด้ง 8 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัด ระดับสารวัตรยันชั้นประทวน เข้ากรุ ศปก. พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังสองผัวเมียผู้เสียหายโร่แจ้งความถูกกลุ่มตำรวจถือหมายศาลบุกค้นบ้าน ยัดข้อหาปล่อยเงินกู้อุ้มตัวไปรีดเงิน 2 แสนบาท ถูกตบทรัพย์สร้อยทองหนัก 2 บาทไปแทนก่อนปล่อยตัว ลั่นหากพบผิดจริงลงดาบเชือดทั้งวินัยและอาญา ยอมรับเป็นกลุ่มตำรวจจริง ใช้รถตำรวจจริง และเข้าค้นจริง แต่รายละเอียดเหตุการณ์ต้องรอผลสอบสวน ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายไม่ปกป้องคนผิดแน่นอนกรณีนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาสองผัวเมียผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งตัวคล้ายตำรวจ ขับรถตราโล่ และรถยนต์ส่วนตัวอีก 1 คัน นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้าน อุ้มตัวไปรีดเงิน 2 แสนบาท อ้างว่ามีความผิด ฐานปล่อยเงินกู้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะให้เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทแทน แล้วถูกปล่อยตัวมาความคืบหน้าเมื่อวันที่ 29 มี.ค. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เผยว่า ได้เซ็นลงนาม คำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 78/2569 ลงวันที่ 28 มี.ค.69 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และคำสั่งที่ 79/2569 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการ หลังได้รับรายงานจาก สภ.ธัญบุรี กรณีนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พา น.ส.ยุวดี อนุ และนายสมชัย เจริญสุข ผู้เสียหาย เข้าพบ พ.ต.อ.จรินทร์ อธิบธานนท์ ผกก. สภ.ธัญบุรี เพื่อแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เวลา 07.23 น. มีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายตำรวจและอ้างตัวเป็นตำรวจ นำหมายค้นมาตรวจค้นบ้านข่มขู่เรียกทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนักเส้นละ 1 บาท จำนวน 2 เส้น มูลค่า 150,000 บาท แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 44/11 หมู่ 3 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีจากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีข้าราชการตำรวจสังกัด กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี จำนวน 8 นายถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ประกอบด้วย พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช สว.กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐ รอง สว.กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี ส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์ ส.ต.ท. ยุทธนา กอดแก้ว ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง ส.ต.ท.อัครเดช ลาภมาก และ ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ศปก.ภ.จ.ปทุมธานี) โดยขาดจากต้นสังกัด และแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปพล.ต.ต.พีรพลเผยต่อไปว่า จากเหตุการณ์และข้อร้องเรียน ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกลุ่มบุคคลรวม 8 คน ระบุว่ามีการนำหมายค้นเข้า ไปในบ้านพักเพื่อตรวจสอบ แต่หลังการตรวจค้นมีการเจรจาเกิดขึ้นและไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ผู้เสียหาย อ้างว่าสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท หายไปและภายหลัง กลุ่มดังกล่าวนำเงินมาคืนให้ 10,000 บาท ได้ออก คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบ ตร. หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะ ดำเนินคดีทันทีทั้งทางวินัยและทางอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมกันนี้มีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 8 นายที่ถูกกล่าวหาไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.จ.ปทุมธานี เพื่อไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชนในระหว่าง กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงผบก.ภ.จ.ปทุมธานี กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยอมรับว่ารถที่ใช้และกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นตำรวจชุดสืบสวนจริงและมีการใช้หมายค้นเข้าพื้นที่จริงตามที่ปรากฏในข่าว แต่ในส่วน ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามมาตรการขั้นเด็ดขาด ยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ปกป้อง ผู้กระทำความผิดและจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ความจริงปรากฏอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่