“อนุทิน” ไหว้ขอโทษประชาชนทำให้เกิดความปั่นป่วนในการบริหารน้ำมันเชื้อเพลิง หลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลางครบ 1 เดือน พร้อมขอทุกคนช่วยลดการใช้น้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร จะลดการใช้น้ำมัน ลดภาระชดเชยจากภาครัฐ ได้เยอะ รวมถึงให้ความมั่นใจ สงกรานต์ปีนี้เดินทางได้ ไม่ต้องกลัวไม่มีน้ำมัน ขณะที่มาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐบาล รอประชุม 30 มี.ค. ทั้งเติมเงินบัตรคนจน- คนละครึ่งพลัส ส่วนโครงการ “ไทยช่วยไทย” จาก ก.พาณิชย์ มาแน่ 1 เม.ย. ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ ส่งกระจายร้านค้าปลีกค้าส่งครบทุกจังหวัด เล็งประสาน ก.เกษตรฯปรับสูตรปุ๋ยเคมี หลังเรือขนวัตถุดิบผลิตปุ๋ยติดค้างอยู่ช่องแคบฮอร์มุซ 5 ลำขณะเดียวกันทั่วประเทศเริ่มอ่วม น้ำมันแพงพ่นพิษ ไข่ไก่ขึ้นราคาอีก น้ำดื่มจ่อคิวตาม รถโดยสารระหว่างอำเภอแบกต้นทุนไม่ไหวต้องลดรอบวิ่ง หลังจากรัฐบาลประกาศเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงทุกประเภท น้ำมันปรับราคาขึ้นพรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สินค้าหลายชนิดพาเหรดขึ้นราคา จากต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในหลากหลายกลุ่มนายกฯนำทีมชี้แจงสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือนของวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลัง งานและค่าครองชีพทั่วโลก โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ทุกประเทศประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน หลายประเทศมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน ทุกประเทศออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน จนถึงตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ยังมีความทรงตัวอยู่ มีความพยายามริเริ่มการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวก หมายความว่าทั้งโลกยังคงจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์เพื่อยืนระยะให้ได้ขอโทษ ปชช.ทำปั่นป่วนนายอนุทินกล่าวพร้อมยกมือไหว้ว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน มี.ค. ตนต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนให้ประชาชนได้มีการปรับตัว ตอนแรกที่เกิดเหตุการณ์จากการติดตามข่าว เราคิดว่าการสู้รบเช่นนี้เป็นการสู้รบที่ไม่ยาวนาน แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปดูแล้ว น่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลจะต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และปรับมาตรการให้เหมาะสม เน้นการประคับประคองลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมัน ขนส่ง ประมง อุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้การดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดจนค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยให้ดีที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้ชี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายนายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันขณะนี้เรียกว่าน้ำมันช็อต หรือขาดแคลนหน้าปั๊มในบางพื้นที่ เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่เราไม่ประมาท ได้เพิ่มรอบและเวลาในการขนส่ง รองรับความต้องการของประชาชนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกต้องการที่จะสำรองหรือตุน ตนไม่ได้บอกว่ากักตุน แต่การตุนที่ถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง และคำว่าหยุดตรึงราคานี้ ขอทำความเข้าใจว่ายังไม่เท่ากับการลอยตัวเหมือนในหลายประเทศ ไทยเรายังคงใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ แต่ในอัตราส่วนที่น้อยลง ก่อนมีสงครามเราใช้น้ำมันเพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน วันนี้ใช้ไปถึง 85 ล้านลิตรต่อวัน ถ้าเรากลับไปถึงจุด 67 ล้านลิตร ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติจนถึงสงกรานต์ จะว่าไปแล้วทั้งปีก็ได้ ขอให้มั่นใจ ไม่ต้องตื่นตระหนกและกังวล น้ำมันที่ใช้ในประเทศมีตามความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอนขอลดใช้น้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตรนายอนุทินกล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือประชาชน ทุกภาคส่วน ช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นหูเป็นตาร่วมกับรัฐบาลสอดส่องพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ที่ทำให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนในการค้าน้ำมันหรือการละเมิดมาตรการสินค้า สามารถแจ้งเบาะแส รัฐบาลจะใช้กลไกต่างๆ เข้าไปจับกุมไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เรามาช่วยกันปรับวิถีชีวิตเพื่อการประหยัดพลังงาน เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน ยกตัวอย่างเรามี 10 ล้านครอบครัวที่ใช้น้ำมัน หาก 1 ครอบครัวลดการใช้น้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร ประเทศ ไทยจะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรทันที สามารถลดภาระชดเชยจากภาครัฐได้ 20 บาทต่อลิตร ถ้าพวกเราลดได้ประมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลประหยัดน้ำมันในกองทุนน้ำมันได้ถึง 200 ล้านบาทต่อวัน และลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนได้ 400 ล้านบาทต่อวัน รวมกันแล้วจะลดได้วันละ 600 ล้านบาท สามารถนำไปเพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือต่างๆ เช่น มาตรการคนละครึ่งจะออกมาทันทีสงกรานต์ไม่ต้องกลัวไม่มีน้ำมันนายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกัน เราจะสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน ตนเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดบอกว่าสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการช็อตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์นำรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มได้ตลอด ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการว่าจะต้องบริหารจัดการปั๊มน้ำมันที่อยู่บนถนนสายหลักว่าปั๊มน้ำมันจะต้องมีน้ำมันบริการอยู่ตลอดเวลา ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ยืนยันว่า สถานการณ์การจ่ายน้ำมันที่ปั๊มดีขึ้นแล้ว และในส่วนของจ็อบเบอร์ที่นำน้ำมันไปขายยังชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทุกวันนี้ได้ราคาที่ไม่แตกต่างจากราคาปั๊ม และในช่วงสงกรานต์นี้ ขอให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ใช้บริการขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการใช้น้ำมันอย่างเพียงพอคุมสถานการณ์ได้ทำสบายใจขึ้นจากนั้นเวลา 12.10 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังได้ชี้แจงแผนการรับมือสถานการณ์ว่า สบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศ ยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว และตอนนี้ได้สร้างหน้าจอแสดงผลสรุปข้อมูลตัวเลข (แดชบอร์ด) ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนทราบว่าน้ำมันในแต่ละวันออกจากโรงกลั่นไปที่คลังเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไปที่จ็อบเบอร์เท่าไหร่ และส่งไปที่ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศเท่าไหร่ และขณะนี้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าราคาต่ำมากจะเป็นการเอื้อให้มีการนำน้ำมันออกไปต่างประเทศ ฉะนั้นเราต้องปรับราคาขึ้นให้ใกล้เคียงกัน ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ไม่ได้ทำเพื่อช่วยผู้ประกอบการให้มีกำไรมากขึ้น แต่ต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ต่อคิวเติมน้ำมันช่วงสงกรานต์จะไม่เกิดขึ้น“เอกนิติ” ย้ำต้องไม่ซ้ำรอยวิกฤติปี 40ด้านนายเอกนิติกล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากว่า 1 เดือน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าวิกฤติดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยพยุงราคาน้ำมันเพื่อลดผลกระทบของประชาชน แต่สามารถทำได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อให้เป็นไปตามกลไกราคาตลาด แต่รัฐบาลยังควบคุมและอุดหนุนเพื่อชะลอความเดือดร้อนของประชาชน แต่รัฐบาลไม่สามารถอุดหนุนอย่างไม่มีขีดจำกัดได้ เพราะหาก กองทุนน้ำมันขาดทุนสะสมจนเกินตัว อาจนำไปสู่ วิกฤติเศรษฐกิจซ้อนวิกฤติพลังงาน เทียบได้กับบทเรียนจากวิกฤติค่าเงินบาทปี 2540 ที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงจนหมดเงิน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทยอยลดการอุดหนุนตามลำดับ ด้วยการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันตามอัตราที่เหมาะสมและจังหวะเวลา และขอย้ำว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันประชุมเติมเงินบัตรคนจน 30 มี.ค.นายเอกนิติกล่าวย้ำว่า การทำงานของรัฐบาล มีข้อจำกัดทั้งเป็นรัฐบาลรักษาการและเงินงบประมาณ ซึ่งเป็นภาษีของประชาชน ต้องใช้จ่ายด้วยความระมัด ระวัง ใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า โดยกลุ่มแรกที่จะเข้าไปช่วยเหลือคือกลุ่มเปราะบาง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.30 ล้านคน จะมีการประชุมในวันที่ 30 มี.ค.นี้ เพื่อเพิ่มวงเงินอีก 100 บาท จากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาทในเดือน เม.ย.นี้รอเคาะวงเงินคนละครึ่งพลัสขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังเตรียมการเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่ง พลัส ไว้แล้ว ตามนโยบายของ รมว.คลัง ทันทีที่รัฐบาลเข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการ กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก พิจารณาอนุมัติในทันที เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนวงเงินนั้นอยู่ระหว่างพิจารณา เช่นเดียวกับการปรับลดภาษีสรรพสามิต อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเช่นกันมีน้ำมันใช้ตลอดสงกรานต์ส่วนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังผันผวนและอยู่ในระดับสูง แต่ขอให้คนไทยมั่นใจว่าไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 107 วัน เนื่องจากขณะนี้มีการยืนยันการทยอยส่งมอบ น้ำมันดิบเข้าประเทศไทยแล้วไปจนถึงเดือน พ.ค.69 ดังนั้น ช่วงสงกรานต์นี้ประชาชนสบายใจได้ มีน้ำมันให้เติมแน่นอน สำหรับมาตรการเตรียมพร้อมรับมือ ช่วงสงกรานต์ ดังนี้ 1.ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันได้ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now (https://fuel-now.doeb.go.th/) 2.ได้กระจายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อลดความแออัด ณ ปั๊มน้ำมัน 3.ให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นและจัดเตรียมรถน้ำมันเพื่อสแตนด์บาย ณ สถานีบริการที่คาดว่าจะมีการจำหน่ายสูง 4.กำหนดจุดให้รถโดยสารสาธารณะมาเติมน้ำมันได้ 5.ประสานผู้ค้าให้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาเพิ่มเติม ลดสำรองกรณีนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ จาก 7 เปอร์เซ็นต์กองทุนฯติดลบกว่า 3.8 หมื่นล้านบาทนายอรรถพลกล่าวอีกว่า กระทรวงพลังงานจะติดตามและประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และจะบริหารจัดการปริมาณน้ำมันในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการประชาชน ทั้งการกระจายน้ำมันไปสู่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ การปรับสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น การเข้มงวดปราบปรามการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากความแตกต่างของราคากว่า 6-7 บาท ถือว่าจูงใจให้มีการลักลอบส่งออกน้ำมัน ซึ่งได้ประสานงานทุกหน่วยงานให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นไปถึงปั๊มน้ำมันด้วย เพื่อมิให้เกิดการกักตุนน้ำมัน อีกทั้งเร่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้นด้วย และร่วมกับกระทรวงการคลังศึกษาประเด็นภาษีลาภลอย (Windfall Tax) และนำข้อมูลเบื้องต้นเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันติดลบ 38,464 ล้านบาท มีอัตราการชดเชยติดลบ 1,368 ล้านบาทเพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการด้านนางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้เตรียมไว้หลายมาตรการ ทั้งกำกับดูแล ราคาสินค้าควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีบัญชีสินค้าควบคุม ภายใต้ พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าและบริการมีอยู่ 59 รายการ และจะเพิ่มเติมอีกเป็น 66 รายการ พร้อมกำหนดให้ สินค้าสำคัญอีก 6 รายการ ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา และต้องแจ้งทั้งปริมาณและคุณภาพเพื่อให้เจ้าหน้าที่ ติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับร้านข้าวแกง หากมี การปรับขึ้นราคา ต้องติดป้ายราคาให้ประชาชนได้รับทราบชัดเจนร้านข้าวแกงต้องติดราคาชัดเจนสำหรับมาตรการช่วยเหลือร้านอาหารปรุงสำเร็จหรือร้านข้าวแกงนั้น นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จัดเตรียมแผนนำร่องส่งมอบวัตถุดิบต้นทุนต่ำ ทั้งข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย ส่งตรงถึงร้านอาหารตามสั่งในตลาดสด รวม 24 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและตรึงราคาอาหารไม่ให้สูงเกินไป โดยขอความ ร่วมมือให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องติดป้ายแจ้งราคาแก่ผู้บริโภคให้ชัดเจน พร้อมย้ำว่าหากร้านข้าวแกงจะปรับขึ้นราคา ต้องแจ้งราคาที่ชัดเจนให้กับประชาชนด้วยเปิดตัว “ไทยช่วยไทย” 1 เม.ย.นี้นางศุภจีกล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนน้ำมันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนการผลิตน้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้บริโภค แต่การกำหนดราคาขั้นสุดท้ายยังคงอยู่ในกรอบกฎหมายของกระทรวงพลังงานเหมือนเดิม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ มีโครงการไทยช่วยไทยที่จะเปิดตัววันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนนำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 ราย มาลดราคาเฉลี่ย 25-50 เปอร์เซ็นต์จากราคาปกติ กระจายไปยังร้านค้าปลีกค้าส่งครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งขยายโครงการธงฟ้าลงพื้นที่กว่า 500 ชุมชนในเดือนเมษายนและพฤษภาคม พร้อมจัดธงฟ้าเคลื่อนที่เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดเคลียร์ปมเรือวัตถุดิบผลิตปุ๋ย 5 ลำสำหรับปุ๋ยเคมีนั้น นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามเรือบรรทุกสินค้าวัตถุดิบผลิตปุ๋ย ปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าติดค้างอยู่ช่องแคบฮอร์มุซ รวม 5 ลำ และยังเข้ามาไม่ได้ อาจกระทบต่อปริมาณปุ๋ยสำรองที่คาดว่าจะใช้ได้ถึงเดือน ส.ค.นี้ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ไม่ปกติ กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับสมาคมเกษตรทั่วประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับสูตรปุ๋ยให้ลดสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า รวมถึงส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกทดแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยขาดตลาดในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม จึงขอย้ำว่าการปรับราคาปุ๋ยทุกกรณีจะต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตตามกฎหมาย และจะตรวจสอบให้มั่นใจว่าต้นทุนที่นำมาคำนวณราคานั้นมีความถูกต้องและเป็นธรรมเร่งหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมว่า ไทยยังมีน้ำมันสำรองในระดับที่มั่นคง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ใช้ช่องทางทางการทูตในการแสวงหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยติดต่อกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่น บราซิล อาเซอร์ไบจาน และไนจีเรีย ต่างแสดงความพร้อมในการสนับสนุน ทั้งนี้ ไทยได้เสนอให้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เพื่อหารือแนวทางลดความตึงเครียด และผลักดันให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว โดยเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือในอาเซียนด้านความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤติในอนาคตตั้งคณะตรวจสอบค่าการกลั่นต่อมา ค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย จากนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ว่า หนึ่งในปัญหาที่มีการกล่าวถึงกันมากคือเรื่อง ค่าการกลั่น (กำไร) ของโรงกลั่นน้ำมันในวิกฤติพลังงาน ตนจึง ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่น น้ำมัน โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เนื่องจากหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออก กลาง พบว่า ค่าการกลั่นปรับตัวสูงกว่าระดับปกติ จนกระทบต่อเสถียรภาพราคาและภาระค่าครองชีพของประชาชน ได้กำชับให้คณะทำงานชุดนี้เร่งรวบรวม และตรวจสอบข้อมูลต้นทุนเชิงลึกจากหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบกิจการโรงกลั่น ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทุน น้ำมันดิบ ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ต้นทุนส่วนเพิ่มต้นทุน การผลิต ไปจนถึงผลกำไรและขาดทุนของโรงกลั่น เพื่อนำมาประเมินค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด แต่จะพิจารณาให้เกิดความยุติธรรมกับทุกภาคส่วน ก่อนนำผลที่ได้เสนอเป็นแนวทางกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการกิจการโรงกลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสมในช่วงวิกฤตินี้ต่อไป โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญสกัด “กองทัพมด” ลอบส่งออกน้ำมันวันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 9 เพื่อกำชับมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า—ส่งออก และการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงบริเวณชายแดนไทย—มาเลเซีย โดย พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า หลังสถานการณ์ราคาพลังงานในภูมิภาคมีความแตกต่างกัน อาจเป็นปัจจัยจูงใจให้เกิดการลักลอบนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงในบางช่วง โดยราคาน้ำมันดีเซลในมาเลเซีย สูงกว่าไทยประมาณ 6 บาทต่อลิตร จากการตรวจสอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน ยังไม่พบการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังมาเลเซีย แต่ได้กำชับให้ทุกหน่วยคงความเข้มงวดในการปฏิบัติ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการลักลอบในลักษณะ “กองทัพมด” ซึ่งเป็นการลำเลียงน้ำมันในปริมาณเล็กน้อยหลายครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ พร้อมสั่งการให้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราตามแนวชายแดนและจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอย่างเด็ดขาดรถโดยสาร ตจว.ลดรอบวิ่งในส่วนภูมิภาคได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือราคาสินค้าที่ปรับราคาขึ้นไปจนถึงค่ารถโดยสารสาธารณะ โดยผู้ประกอบการรถโดยสารระยะสั้นใน จ.นครสวรรค์ หลายเส้นทางจำเป็นต้องปรับลดรอบการให้บริการ เนื่องจากต้นทุนไม่สอดคล้องกับรายได้ ทั้งนี้ นางวันดี อภิสิตานนท์ นายท่ารถสายนครสวรรค์-หนองฉาง จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีรถวิ่งจากนครสวรรค์ไปหนองฉางวันละ 6 รอบ และขากลับอีก 6 รอบ แต่หลังเกิดวิกฤติน้ำมันดีเซล ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ค่าโดยสารยังคงอยู่ที่ 42 บาทต่อคน ปรับขึ้นไม่ได้ ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงต้องลดรอบการเดินรถเหลือเพียงวันละ 3 รอบ และไม่ใช่แค่เส้นทางดังกล่าวเท่านั้น ผู้ประกอบการรถโดยสารในหลายเส้นทางที่วิ่งจากนครสวรรค์ไปยังอำเภอต่างๆ ก็เริ่มปรับลดรอบการเดินรถลงเช่นกัน เช่นเดียวกับ ผู้ประกอบการรถสองแถวที่ บขส.เก่า จ.สกลนคร ระบุว่า เมื่อก่อนเติมน้ำมันดีเซล 500 บาท วิ่งไปกลับ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม กับตัวเมืองสกลนครได้ แต่หลังจากน้ำมันปรับขึ้นราคา ต้องเพิ่มการเติมน้ำมันอีก 200-300 บาท ค่าโดยสารคนละ 100 บาท มีผู้โดยสาร 5-6 คน เท่ากับไม่ได้อะไรเลย จึงปรับการวิ่งเป็นสัปดาห์ละ 2 วันไข่ไก่ขึ้นราคาอีก 6 บาท/แผงกรณีเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับขึ้นราคาคละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์ต่อฟอง (6 บาทต่อแผง) ส่งผลให้ราคาแนะนำปรับขึ้นเป็น 3.60 บาทต่อฟอง (หรือเฉลี่ย 108 บาทต่อแผง) มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ต่อมาผู้สื่อข่าวสำรวจบรรยากาศที่ตลาดสดบ่อนไก่ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับการเปิดเผยจากนางเทียน อิ่มมาก แม่ค้าขายไข่ไก่ว่า ราคาต้นทุนไข่ไก่มีการปรับขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ในรอบนี้ยังไม่กล้าปรับราคาขาย เนื่องจากจะกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า ถ้าขึ้นราคาตามต้นทุนกลัวลูกค้าจะหาย ตอนนี้ต้องขายราคาเดิมไปก่อน อาศัยขายให้ได้จำนวนมากขึ้น แต่กำไรก็น้อยลง แต่หากต้นทุนยังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาขายในระยะต่อไปแบกไม่ไหวน้ำดื่มจ่อขึ้นราคาอีกที่ จ.สุรินทร์ นายไพศาล จันทร์เขียว เจ้าของโรงผลิตน้ำดื่ม “ธนาธิป” ใน ต.บ้านชบ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ระบุว่า ประกอบกิจการผลิตน้ำดื่มมากว่า 9 ปี แต่เดิมสร้างรายได้เดือนละนับแสนบาท ปัจจุบันรายได้ลดลงเหลือ 50,000-60,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมันที่ต้องบรรทุกขนส่งให้ลูกค้า ค่าวัตถุดิบ ขวด และถังพลาสติกบรรจุน้ำต่างๆ ทำให้เดิมราคาน้ำดื่มถังเล็กจำหน่ายอยู่ที่ 10 บาทปรับขึ้นเป็น 12 บาท แต่ขณะนี้เริ่มแบกรับภาระไม่ไหว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นอีกลิตรละ 6 บาท ตอนนี้จำเป็นต้องเตรียมปรับราคาน้ำดื่มถังขึ้นเป็น 15 บาทต่อถัง จึงฝากถึงภาครัฐให้เร่งเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ให้สามารถดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วน้ำมันแพงพ่นพิษคนลดใช้จ่ายส่วนที่ตลาดสดทุ่งเจริญ อ.เมืองร้อยเอ็ด แหล่งจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่าบรรยากาศค่อนข้างซบเซา แม้ยังมีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่ปริมาณการซื้อกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต่างจากภายในตลาดสดเทศบาลเมืองศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะผักสดและเนื้อสัตว์ ปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุน ส่งผลถึงบรรยากาศภายในตลาดค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวัง เน้นประหยัดค่าใช้จ่าย และลดปริมาณการซื้อวัตถุดิบอ่างทองบางอำเภอดีเซลหมดปั๊มที่ จ.อ่างทอง ช่วงสาย นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมรองผู้ว่าฯ นำคณะกระจายเข้าตรวจปั๊มน้ำมันในแต่ละอำเภอ และพบว่ามีบางปั๊มน้ำมันใน อ.เมืองอ่างทอง อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ อ.สามโก้ อ.แสวงหา และ อ.โพธิ์ทอง มีน้ำมันดีเซลให้บริการไม่เพียงพอ เพราะได้รับมาน้อย ผู้ประกอบการสั่งน้ำมันเข้ามาเพิ่มแล้ว อยู่ระหว่างขนส่ง หากได้ตามวงรอบคาดว่าจะมีน้ำมันสำหรับให้บริการช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ นายนที มอบหมายให้พลังงานจังหวัดอ่างทอง ประสานข้อมูลแต่ละผู้ให้บริการขอทราบเวลาน้ำมันเข้า เพื่อใช้แจ้งให้ประชาชนทราบ ส่วนน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ยังมีให้บริการประชาชน นอกจากนี้ไม่พบการต่อคิวเติมน้ำมันเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา และหลายปั๊มเริ่มให้เติมน้ำมันได้มากกว่า 500 บาท รวมถึงไม่พบการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือจำหน่ายน้ำมันราคาสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่