“อนุทิน” แย้มได้ ครม.ใหม่สัปดาห์หน้า ร่างคำแถลง นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาไว้รอแล้วเร่งเครื่องนโยบายเรือธง “คนละครึ่งพลัส” ด่วนจี๋ โวรอบนี้จะเป็นพลัสพลัสหลากหลายเวอร์ชัน รอ “เอกนิติ” สรุปครอบคลุมกลุ่มไหนได้บ้าง ยันสื่อนอก ไทยไม่ใช่คนป่วยเอเชีย เปิดครบ 35 รายชื่อ ครม. “อนุทิน 2” “ศุภโชติ” สส.ส้ม ซัดรัฐจงใจทำให้เกิดคืนหมาหอน ปล่อย “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน อุ้มกลุ่มทุนเลี่ยงภาษีลาภลอย จี้ “พิพัฒน์” ไขก๊อกพ้นรอง นายกฯ-ผอ.ศบก.เซ่นบริหารล้มเหลวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประกาศชัดสัปดาห์หน้าได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมเร่งกระบวนการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เดินหน้าผลักดันนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย โครงการคนละครึ่งพลัสให้ออกมาโดยเร็ว ที่สุด เพราะให้สัญญากับประชาชนไว้แล้ว“หนู” แย้มได้ ครม.ใหม่สัปดาห์หน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” หัวข้อ “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า สัปดาห์หน้า จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของ “รัฐบาลหนู 1” ได้รับรายชื่อ ผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้ว ส่งตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีข้อห้ามขัด ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากที่ตรวจสอบกันมามีปัญหาบางคน แต่วันนี้ไม่มีแล้ว วันที่ 30 มี.ค.นี้ จะประชุมสรุปกับหน่วยงาน เพื่อให้ยืนยันว่าคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีความครบถ้วนแล้ว จะเร่งการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในเวลาอันควร หากขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาอะไรน่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์ หน้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความผูกพันต่อรัฐบาลใหม่ แม้ตัวนายกฯ ยังเป็นคนเดิม แต่เรามีกฎหมาย มีระเบียบที่ต้องปฏิบัติ ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่เมื่อได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ ปฏิญาณแล้ว จะเร่งแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบ จะไม่มีคำว่าขอดูงาน ขอทดลองงานก่อนร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลไว้รอนายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลอาจยังไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกระบวนการ และมีข้อห้ามอยู่หลายข้อในเรื่องของการอนุมัติใช้งบประมาณ ต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คิดว่าถ้าเทียบกับการมีรัฐบาลใหม่ เราจะมี รัฐบาลใหม่ได้เร็วกว่าที่จะไปขอจาก กกต. เพราะ กกต.ต้องไปพิจารณาและใช้เวลาตอบกลับมา ย้ำว่า รอไม่เกินสัปดาห์หน้าเราจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เราทำเตรียมพร้อมไว้ หมดแล้วสำหรับรัฐบาลชุดต่อไป และจะหารือประธาน รัฐสภาให้นัดประชุมสภาให้เร็วที่สุด เมื่อแถลงนโยบาย รัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจะไร้ข้อจำกัด ทางกฎหมายในการดูแลด้านนโยบายและงบประมาณต่างๆเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับสถานการณ์และเพื่อบริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปรายชื่อที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯไร้ปัญหาต่อมา เวลา 12.20 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ยืนยันอีกครั้งว่า ต้นสัปดาห์หน้าจะยื่นทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม. เมื่อถามว่า คุณสมบัติรัฐมนตรีที่ยื่นตรวจสอบมีปัญหากี่คน นายอนุทินตอบว่า อย่าไปพูดถึงเลย รายชื่อที่จะส่งขึ้นไปคือรายชื่อที่ไม่มีปัญหา ได้รับการ ตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียดจากหน่วยงานตรวจสอบ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ส่งไปเร่งเครื่องคนละครึ่งพลัสเรือธงแน่ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพูดถึงโครงการคนละครึ่ง พลัสต่อแล้ว นายอนุทินตอบว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้ว ไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมี หรือไม่มี เพราะพรรคภูมิใจไทยสัญญาไว้กับประชาชน เมื่อถามว่ากรอบเวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มเมื่อไหร่ นายอนุทินตอบว่า ประชาชนเรียกร้องให้มีโครงการนี้ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เป็นโครงการที่มีประโยชน์ รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมา วินวินกับทุก ภาคส่วน เมื่อถามย้ำว่าจะเริ่มโครงการได้เมื่อไหร่ นายอนุทินตอบว่า จะเร่งผลักดันให้ออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นโครงการเรือธงที่พวกตนให้สัญญากับประชาชน จะไม่มีความผกผัน ผันผวน หรือเกี่ยว ข้องกับสถานการณ์น้ำมัน หรือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง คนละเรื่องกันรอ “เอกนิติ” สรุปกลุ่มไหนได้บ้างเมื่อถามย้ำว่าหาเสียงไว้ว่าจะเติมเงินเป็น 2,000 บาท เป็นตามนั้นใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ก็พลัส ได้รับรายงานจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ก็พลัสเพิ่มอยู่แล้วเป็นพลัสพลัสเป็นเวอร์ชันต่างๆ ที่อัปสกิลออกมาชัดเจนมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับเงื่อนไขจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีด้วยหรือไม่ หลังมีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการที่ออกมายังไม่ครอบคลุมนั้น ขอให้นายเอกนิติสรุปให้ชัดเจนอีกครั้ง โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เรายังต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอขึ้นมา แต่ย้ำว่าเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนจะพลัสเท่าไหร่อะไรไปบ้าง แต่พลัสมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะประชาชนให้ความมั่นใจกับโครงการนี้ยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชียผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศสอบถามนายอนุทิน กรณีที่นายกฯเคยพูดว่าประเทศไทยจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ตอนนี้เป็นอย่างไร หลังไทยกำลังเผชิญวิกฤติพลังงาน นายอนุทินตอบว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย” เมื่อถามต่อว่ามีอะไรอยากจะบอกกับนักลงทุนชาวต่างชาติหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พวกเขาทั้งหมดยังคงมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป เมื่อถามย้ำถึงเรื่องวิกฤติพลังงาน นายอนุทินตอบว่า “ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุน”พท.ตัดจบ “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดทำโผ ครม.รัฐบาล “อนุทิน 2” หลังนายอนุทินระบุว่าเตรียมนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯวันที่ 30 มี.ค.นั้น พบว่าตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทางพรรค พท.ได้ส่งรายชื่อมาใหม่ 3 รายชื่อสำรอง เพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ คือ นายนิกร โสมกลาง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ซึ่งผ่านทั้ง 3 คน แต่สุดท้ายเคาะรายชื่อนายนิกร เสนอเป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แทน น.ส.สุดาวรรณ และวันที่ 30 มี.ค. นายอนุทินจะหารือกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติเป็นครั้งสุดท้าย หากทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรติดขัด จะนำรายชื่อทั้ง 35 คน ขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามขั้นตอนเปิด 35 รายชื่อโผ ครม. “อนุทิน 2”สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ประกอบด้วย 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ 4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง 5.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ 6.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ 7.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ 9.นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ 10.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ 11.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ 12.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ 13.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 14.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 15.นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก๊วน “ลูกเทพ” ตบเท้าพรึบพร้อมหน้า16.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 17.นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 18.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ 19.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม 20.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม 21.นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม 22.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 23.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 24.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 25.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน 26.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 27.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย 28.นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย 29.พล.ต.ท.รุทธพลเนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม 30.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน 31.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 32.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 33.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ 34.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข 35.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรมซัดรัฐจงใจทำให้เกิดคืนหมาหอนนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า ประเด็นแรกที่ฟังแล้วรับไม่ได้ คือการที่นายพิพัฒน์บอกว่าเพิ่งรู้เรื่องการปรับราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทตอนกลางคืน ทั้งที่ตามขั้นตอนใน พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การตัดสินใจลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการเสนอให้ฝ่ายรัฐบาลรับทราบ และอนุมัติเลย รัฐบาลไม่ได้บริหารวิกฤตินี้ แต่กำลังวิ่งไล่ตามวิกฤติอยู่ตลอดเวลา ปล่อยให้ประชาชนรับแรงกระแทกก่อนแล้วค่อยมาไล่แก้ปัญหาทีหลัง บริหารวิกฤติที่ทำให้เกิดวิกฤติยิ่งกว่าเดิม สิ่งนี้ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลจงใจทำให้เกิด “คืนหมาหอน” ให้ไอ้โม่งปล่อยของที่กักตุนไว้หรือไม่อุ้มกลุ่มทุนเลี่ยงภาษีลาภลอยนายศุภโชติกล่าวว่า ส่วนเรื่องเก็บภาษีลาภลอยต้องจ่ายน้ำมันแพงเพิ่มอีก 1 สัปดาห์ แทนที่รัฐจะเลือกจัดการเก็บเงินจากกลุ่มทุนจากภาษีลาภลอยเพื่อมาช่วยเหลือประชาชนได้ทัน กลับเลือกที่จะอุ้มกลุ่มทุนผ่านการตั้งคำถามและให้เวลากลุ่มทุนตัดสินใจ สิ่งที่น่าตั้งคำถามกว่านั้นคือ นายพิพัฒน์ยังบอกให้กระทรวงการคลังไปศึกษาเรื่องนี้ก่อน แต่ล่าสุด ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยืนยันแล้วว่า ศึกษาเรื่องนี้เสร็จนานแล้ว คำถามคือแล้วรัฐบาลยังรออะไรอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่กล้าแตะผลประโยชน์กลุ่มทุนพลังงานจี้ “พิพัฒน์” ไขก๊อกรองนายกฯ–ศบก.นายศุภโชติกล่าวต่อว่า ประเด็นสุดท้ายที่ยิ่งฟังยิ่งขัดแย้ง คือเรื่องไอ้โม่ง จนถึงวันนี้นายพิพัฒน์ยังยืนยันว่าไม่มีไอ้โม่ง ทั้งที่ในรายการเดียวกันกลับยอมรับเองว่าข่าวการจับกุมรถขนน้ำมันที่กำลังจะข้ามแดนที่แม่สอดเป็นเรื่องจริง นายพิพัฒน์ไม่ได้ออกมาคลี่คลายข้อสงสัยกับสังคม แต่กำลังพยายามแก้ตัวให้ตัวเอง แก้ตัวให้นายทุนพลังงาน และกล่าวหาประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงขั้นตัดพ้อว่าตัวเองถูกกล่าวหาว่ามีส่วนได้เสียกับบริษัทพลังงาน และพูดในทำนองว่าใครมาบริหารก็คงไม่ต่างกัน ถ้าคนที่กำกับดูแลวิกฤติพลังงานประเทศยังมองว่าความผิดพลาดทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ และไม่มีใครทำได้ดีกว่านี้ บางทีคำถามที่สังคมควรถามต่อไม่ใช่แค่คำว่า รัฐบาลจะแก้ยังไง แต่คือถึงเวลาหรือยังที่นายพิพัฒน์ควรลาออกจากตำแหน่ง ผอ.ศบก. และรองนายกฯที่กำกับดูแลด้านพลังงาน เพื่อเปิดทางให้คนที่มีความสามารถมากกว่านี้เข้ามารับผิดชอบ“สีหศักดิ์” ชั่งใจโละเอ็มโอยู 43-44วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยกเลิกเอ็มโอยู (MOU) 43-44 ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานสะท้อนมาว่าต้องการเครื่องมือในการปฏิบัติงาน หากเอ็มโอยูดังกล่าวถูกยกเลิกว่า หลักการยกเลิกเอ็มโอยูต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. และต้องแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชา และหากไม่มีเอ็มโอยูแล้วจะใช้แนวทางอะไรก็ต้องคุยควบคู่กันไปด้วย ซึ่งเอ็มโอยู 43 เห็นว่ายังมีความจำเป็นอยู่ แต่ต้องไปดูอีกที ย้ำว่าขณะนี้ยังเห็นความจำเป็น แต่ต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของ สว.ด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่