โลกระทึกปนเซ็งกับ “เส้นตาย” ของ “คาวบอย ไบโพลาร์” เดดไลน์ที่ยืดได้หดได้จาก 48 ชั่วโมงต่อเวลาเพิ่มอีก 72 ชั่วโมง ทดให้เป็น 240 ชั่วโมงหรือ 10 วัน ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ดึงจังหวะ “วัดใจ” กับกองกำลัง IRGC อิหร่านต่อรองให้หยุดด่านเถื่อน ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่โดยดีเคลียร์เส้นทางยุทธศาสตร์เดินเรือน้ำมัน เส้นเลือดสำคัญของนานาชาติหรือนักรบชีอะห์จะสู้ตาย ลุยแลกหมัดกับกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯนับหมื่นนาย ที่ลอยเรืออยู่ในอ่าวเปอร์เซีย จ่อยกพลขึ้นบกบุกทะลวงภาคพื้นดินยึดเตหะราน พร้อมไปกับยุทธการบอมบ์แบบถอนรากถอนโคนยกระดับสงครามโค่นนิวเคลียร์ แฝงเหลี่ยมชิงทรัพยากรน้ำมันแนวรบตะวันออกกลางตึงเครียด ทหารต่างฝ่ายต่างติดดาบ รอสัญญาณธงอ่าวเปอร์เซียคลื่นลมสงบชั่วคราว รอพายุใหญ่แต่ที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโดนขีปนาวุธข้ามทะเลมาจากตะวันออกกลางก็ไม่ปาน ตามปรากฏการณ์ประเทศไทย ณ ค่ำคืนวันที่ 25 มีนาคมอารมณ์ประชาชนที่เห็นราคาน้ำมันทะลุพรวดเดียว “ลิตรละ 6 บาท”ตื่นมาช็อกตาตั้ง อ้าปากค้างไปตามๆกันบรรยากาศไม่ต่างจากวันลอยตัวค่าเงินบาทในวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 แต่หนักหนาสาหัสกว่า ตรงที่ไม่ได้มีแต่คนรวยล้มบนฟูกเท่านั้นเพราะการลอยตัวน้ำมันกระทบไปถึงซาเล้ง สามล้อ เดือดร้อนไปทั่วแม้โดยรูปการณ์จะเผื่อใจไว้แล้ว แนวโน้มหนีไม่พ้นวิกฤติน้ำมันจากสงคราม แต่ด้วยอาการยึกๆยักๆของคณะทีมควบคุมวิกฤติน้ำมันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบธงให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นั่งแท่นเป็นประธาน ศบก.ในฐานะ “เจ้าสัวปั๊ม PT” พกดีกรีผู้เชี่ยวชาญพลังงาน ประเดิมส่งสัญญาณน้ำมันดีเซลจะไต่เพดานไปแตะ 33 บาทประกาศส่งซิกล่วงหน้า ไม่ว่าจะบ้องตื้นหรือตั้งใจ แต่เล่นเอาแตกตื่นไปทั่วประเทศ ระดับน้องๆมิคสัญญี สภาพน้ำมันขาดแคลน ประชาชนแห่เติมน้ำมันกันจนเกลี้ยงปั๊ม ถึงขั้นตะลุมบอนแย่งคิวนั่นคือความผิดพลาดช็อตแรก ชาวบ้านยังไม่ทันตั้งหลักไม่คิดว่าจะปล่อย “ลอยตัวน้ำมัน” แบบไม่ทันตั้งตัวตอกย้ำ “ลูกมั่ว” เชิงบริหารจัดการของรัฐบาลแถมแฝงด้วย “ลูกนัว” เปิดช่อง “ไอ้โม่ง” ปล้นซ้ำชาวบ้านยามวิกฤติสงครามตามสภาพการณ์จากที่รัฐบาลภูมิใจไทยไร้ความ เชื่อมั่นในฟอร์มรับมือวิกฤติน้ำมัน กลายเป็นเติมเชื้อความหวาดระแวง ยั่วกระแสแคลงใจในความโปร่งใสในอาการลุกลี้ลุกลน รัฐบาลโดนไล่ต้อนเข้ามุมอับกับสารพัด “ข้อกังขา” ที่พุ่งสวนทางภาวะ “น้ำมันขาดแคลน”เน้นเฉพาะ “แผนลึก” ใน “น้ำตื้น” ที่ขยี้โดยมือเบอร์หนึ่งฝ่ายค้านอย่าง “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน จี้ไปที่การตั้ง “เจ้าสัวปั๊ม PT” อย่างนายพิพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการ ศบก. คุมเกมบริหารวิกฤติน้ำมัน ทั้งที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน รู้ล่วงหน้า ตรึงราคา ลอยตัวตอนไหน เข้าเงี่ยง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ชัดๆตามด้วยการย้ำหมุดแน่นๆสไตล์ “มือปราบคอร์รัปชัน” อย่าง “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ ค่ายส้ม ฟันธงเปรี้ยง น่าจะเป็นการถอนทุนการเลือกตั้งของนายทุนพรรคการเมืองที่เร็วที่สุด โหดร้ายที่สุด เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ปล้นประชาชนอย่างไร้สำนึกชั่วดีวิกฤตินี้สร้างโดยเพื่อนร่วมชาติ ไอ้โม่งไม่ใช่ใคร รัฐบาลนี่แหละแม้แต่ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ซัดโครมแบบไม่ไว้หน้าเลยว่า การขึ้นราคา 6 บาทพรวดเดียว เปรียบเหมือนการปล่อยผี “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันไว้ในห้วงราคาไม่สะท้อนความเป็นจริงสรุปคือใครจะไปตามจับไอ้โม่ง ตอนไหนข้อมูลในมุมไล่บี้ในสภาฯ ไหลคู่ขนานไปทิศทางเดียวกันกับข้อมูลภายนอกที่เฮโลประจานแก๊งกินน้ำมันกระแสโจษจัน สปอตไลต์ไล่ส่อง “ไอ้โม่ง” ปล้นซ้ำชาวบ้านสถานการณ์กดดัน แบบที่นายพิพัฒน์ต้องออกตัวชิ่งแรงๆ ตะโกนถามดังๆ “น้ำมันหายไปไหน”ในลีลาโบ้ยเผือกร้อน เบี่ยงเป้าไปที่โรงกลั่นแต่นั่นมันก็ย้อนแย้งกับข้อเท็จจริง ที่สะท้อนจากภาพข่าว ยืนยันด้วยปรากฏการณ์จากปั๊มหน้าโรงกลั่นไทยออยล์ ศรีราชา ชลบุรี ที่เปิดให้คนแห่เติมได้แบบไม่อั้นการันตีโรงกลั่นในเครือ ปตท.ไม่มีกั๊ก ตามสถานะยักษ์ใหญ่ที่ต้องรับหน้าเสื่อ “คืนกำไรสังคม”มุกโยนไฟใส่โรงกลั่น รองรับอารมณ์แค้น “ไอ้โม่ง” ของผู้คน แทนนักการเมืองจึงจุดไม่ติดในเมื่อมันล็อกด้วย “มาตรฐานบริษัทมหาชนในตลาดหุ้น” ไทยออยล์และเครือ ปตท.มีหลักฐานตัวเลขในระบบดาต้า สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า ต้องเฉือนเนื้อแบกรับต้นทุนการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ทั้งวัตถุดิบและค่าขนส่งทางเรือ ส่อต้องลดกำลังการผลิตในเดือนมิถุนายนนี้ หากสงครามไม่คลี่คลายหักมุมกับความพยายามโบ้ยบาปไปที่โรงกลั่นกักตุนฟาดกำไร ฟันภาษีลาภลอยเอาเป็นว่า แค่มีพิรุธก็เป็นแพะรับบาปสังเวยแล้วจุดต้นทางอย่างโรงกลั่นแกะรอยแก๊งกักตุนได้ง่ายๆ ไล่ตรวจแป๊บเดียวก็เจอด้วยเหลี่ยมชิ่งไฟใส่โรงกลั่นของนายพิพัฒน์จึงยังสลัดไม่ออกจากแสงเงาสปอตไลต์ฉายส่อง “ไอ้โม่ง” ที่โยงปลายทางคือ “ปั๊มน้ำมัน” กับ “จ็อบเบอร์” นั่น ต่างหากที่อึมครึม คลุมเครือแบบที่ “สื่อขาใหญ่” ท่าพระอาทิตย์ ชี้เป้าปั๊มบางยี่ห้อขึ้นป้ายน้ำมันหมดก่อนใคร ปิดหัวจ่ายยาวแบบผิดสังเกตเหมือนกั๊กน้ำมันในแท็งก์ใต้ดินไว้รอราคา “ลอยตัว”นั่นยังรวมไปถึงจุดรั่วไหลในพื้นที่ชายแดนไทย ทั้งฝั่งลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ตามตัวเลขหัวจ่ายปั๊มน้ำมันในเขตอีสานใต้และภาคใต้ มีการใช้กองทัพมดดูดออกมากกว่าพื้นที่อื่นผู้เชี่ยวชาญระดับ “เจ้าสัวปั๊มพีที” ไม่น่าปล่อยให้จุดพิรุธเหล่านี้ หลุดรอดสายตาไปได้โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความพยายามโบ้ยให้ประชาชนตื่นตูม แห่ตุนน้ำมันเป็นเหตุให้น้ำมันขาดหายไปจากระบบปกติ ทั้งๆที่สภาพความจริงแกลลอน 20 ลิตร 100 ลิตร มันจะใส่ได้สักแค่ไหนเทียบกับผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ที่มีคลังเก็บน้ำมันมหึมา ตุนได้เป็นล้านๆลิตรตามจังหวะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักการเมืองคนดังแห่งพัทลุง ค่ายประชาธิปัตย์ ซัดรัฐบาลเลิกโยนบาปชาวบ้าน ชี้เป้าประจานไปที่ “คลังน้ำมันเกาะแต้ว” จังหวัดสงขลา ของนายทุนการเมืองขาใหญ่คำถามร้อนจี้ใส่จากทุกทิศทุกทาง สปอตไลต์ฉายส่องไอ้โม่งต้อนเข้ามุมอับจับทางนายพิพัฒน์ ได้แค่อ้ำๆอึ้งๆตอบแบบสวนหมัดทางการเมือง “พวกท่านทั้ง หลายที่วิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง เสนอแนะพวกเราได้ไหม ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์อย่างเดียว”ฟอร์มลากเอี่ยวอารมณ์ดราม่า แบบที่รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แอ่นอกรับแรงปะทะหน้างานวอนอย่าด่าเด็กปั๊ม ถ้าด่าให้มาด่าที่ผมแทนท่องสคริปต์หล่อๆ คุ้นว่าเรียนมาจากสำนัก “ครูใหญ่เขากระโดง”ขณะที่มีคนฉวยจังหวะอุ้ม “ไอ้โม่ง” หนีการไล่บี้ไล่ล่าในสภาผู้แทนราษฎรที่เปิดอภิปรายญัตติด่วนถล่มรัฐบาลบ้อท่าบริหารวิกฤติน้ำมันในภาวะสงคราม“ลักหลับ” ปล่อยตัวน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท ในห้วงคาบลูกคาบดอก สถานะรัฐบาลกลางเก่ากลางใหม่ทีมอำนาจเซราะกราวอาศัยเหลี่ยมเขี้ยวการเมืองลุยไฟน้ำมันร้อน แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นถูกรุมชี้เป้าประจาน ปล่อย “ไอ้โม่ง” ซ่อนตัวปล้นประชาชนซ้ำวิกฤติจุดเสี่ยง “น้ำมันหยดเดียว” ไวไฟ ไหม้ลามเอาไม่อยู่สังเกตดูได้ หยั่งอารมณ์สังคมง่ายๆ ณ จุดที่ “นายกฯอนุทิน” โชว์ขับรถยนต์ไฟฟ้า นำแสดงเป็นตัวอย่างในการรณรงค์คนไทยลดการใช้น้ำมันในวิกฤติสงครามแต่กลายเป็นผิดคิว โดนด่าแก้ปัญหาแบบคนรวยหรือแม้แต่ “นางกวัก” เรียกแต้มอย่าง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ปรากฏตัวเซอร์ไพรส์ในลุคแปลกตา ผมทรงใหม่เก๋ไก๋ รับแขกบ้านแขกเมือง กลายเป็นถูกถล่ม ยังมีอารมณ์ทำสวยในภาวะชาวบ้านเผชิญวิกฤติน้ำมันไปจนถึงคิวของ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง รีบแถลงโชว์ 7 มาตรการเยียวยาน้ำมัน เร่งคิวอุ้มผู้ได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่มีเสียงเฮตอบรับเท่าไหร่ในเมื่ออารมณ์สังคมยังค้างคาใจ น้ำมันแพงจากสงครามน่ะเข้าใจได้แต่ปล่อย “ไอ้โม่ง” ปล้นซ้ำคนไทย มันโหดร้าย ใจดำเกินมนุษย์.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม