นายกฯเผยเตรียมนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ลั่นใครติดปัญหาคุณสมบัติก็ตั้ง ไม่ได้ ไม่สนว่าพรรคไหน “สุดาวรรณ” ส่อชวดคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่ง “นิกร โสมกลาง” คนใกล้ชิดเสียบแทน รัฐบาลสำลักพิษน้ำมัน “อนุทิน” ไล่ล้อมคอกกำชับเข้มผู้ว่าฯ 77 จ.ทั่วประเทศ-กอ.รมน. เร่งตรวจสอบพวกกักตุน-ลักลอบส่งน้ำมันไปขายนอกประเทศ จัด “Meet the Press-1 เดือนวิกฤติโลกฯ” นำทีม ครม.เศรษฐกิจตอบทุกคำถามสื่อ “ชัยชนะ” ฉะ “ศุภจี” ให้ข้อมูล สับสนสต๊อกปุ๋ยยูเรีย จี้กรมการค้าภายในตอบความจริง เหลืออยู่เท่าไหร่แน่ เสนอ 3 มาตรการสกัดพวกฉวยโอกาส คฟปย.บุกทำเนียบจี้รัฐตรึงค่าไฟ “ศรีสุวรรณ” ชง ป.ป.ช.ฟัน “พิพัฒน์” ผิด ม.157 ไม่ยอมเอาผิด ไอ้โม่งแก๊งสูบน้ำมันพิษน้ำมันที่เริ่มส่งผลต่อวิกฤติศรัทธา และความ เชื่อมั่นในตัวรัฐบาล จนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ต้องมาไล่ล้อมคอกกำชับผู้ว่าฯ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และ กอ.รมน.เร่งตรวจสอบปัญหาการกักตุน และลักลอบนำน้ำมันออกไปขายนอกประเทศ“อนุทิน” สั่งเข้มผู้ว่าฯ ตรวจน้ำมันเมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขับรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น BYD Sealion 7 สี Shark Grey เป็นวันที่ 3 โดยวันนี้เปลี่ยนจาก ทะเบียนป้ายแดง ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร เป็นป้าย ขาวทะเบียน จต 32 กรุงเทพมหานคร เข้าทำเนียบ เพื่อเป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด กำชับให้ติดตามสถานการณ์น้ำมันในแต่ละจังหวัด ว่าขาดแคลนหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับ ส่วนกลาง พร้อมกำชับให้ตรวจสอบปัญหาการกักตุนและลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศในแต่ละพื้นที่ มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมประชุมย้ำสื่อสารภาวะวิกฤติให้คนเข้าใจนายอนุทินกล่าวในที่ประชุมว่า วันนี้ประชุมด่วน เพราะมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจประชาชนคือราคาน้ำมัน ที่สูงขึ้น ปกติคนไทยใช้น้ำมันราว 67 ล้านลิตรต่อวัน โรงกลั่นสามารถกลั่นได้วันละประมาณ 77 ล้านลิตร แต่เมื่อเกิดความตื่นตระหนกทำให้ความต้องการสูงถึง 87 ล้านลิตร เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเลิกตรึงราคา และปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาด ผลกระทบคือการฉวยโอกาสหาผลประโยชน์บนความ ทุกข์ของประชาชน ทั้งการขึ้นราคาสินค้า การกักตุนน้ำมัน รวมถึงการลักลอบเอาน้ำมันไปขายในพื้นที่ชายแดน ขอให้ผู้ว่าฯสอดส่อง ดูแล บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ฝ่าฝืนให้ถึงที่สุด ให้ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด หากพบสิ่งผิดปกติก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย และรายงานส่วนกลางทันท่วงที รวมไปถึง การบริหารจัดการเชิงรุกในพื้นที่ ขอเน้นย้ำว่าในภาวะ วิกฤติการสื่อสารสำคัญที่สุด ให้ประชาชนทำความเข้าใจ ว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งกลุ่ม ผู้ประกอบการขนส่ง กลุ่มเกษตรกร จะหามาตรการเยียวยา ชดเชยต้นทุนผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติกอ.รมน.ป้องกันลอบส่งข้ามแดนผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) สั่งการให้ กอ.รมน.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง-ระหว่างทาง-ปลายทาง ป้องกันการกักตุน ลักลอบขนย้าย หรือการนำออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย มีแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย ต้นทาง (โรงกลั่นน้ำมัน) มอบหมายให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. รับผิดชอบด้านความมั่นคงทางพลังงาน ติดตามการผลิตและบริหารจัดการน้ำมันจากโรงกลั่นให้เป็นไปตามกฎหมาย กลางทาง (การขนส่งและการกระจายน้ำมัน) ให้ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ และ กอ.รมน.ภาคส่วนแยก ร่วมกำกับดูแลเส้นทางการขนส่งและการกระจายน้ำมัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกประเทศ และปลายทาง (สถานีบริการน้ำมัน) ให้ชุดตรวจร่วม กอ.รมน.จังหวัด ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบปริมาณการจำหน่าย การกักตุน และการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ป้องกันการเอาเปรียบประชาชน และสร้างความโปร่งใสในระบบ การค้าพลังงาน“Meet the Press” 1 เดือนวิกฤติโลกน.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมจัด “Meet the Press” หัวข้อ “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ พร้อมทีมเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว. พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นาย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมพูดคุยสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือน วิกฤติ ตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและ ค่าครองชีพทั่วโลก พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตอบทุกคำถามพูดคุยกับสื่อมวลชน ร่วมกัน สะท้อนภาพสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลยอมรับว่าวิกฤติโลกครั้งนี้ มีความรุนแรงและส่งผลกระทบวงกว้างทั้งด้านพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพประชาชน โดยรัฐบาลจะชี้แจงมาตรการที่ได้ ดำเนินการไปแล้ว และแผนการดูแลในระยะต่อไป“ชัยชนะ” ฉะ “ศุภจี” สับสนสต๊อกปุ๋ยนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การที่ รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นรวดเดียว 6 บาท/ลิตร ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคาสินค้าอุปโภค บริโภคหลายรายการปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ถุงพลาสติก น้ำมันพืช ถั่วลิสง และน้ำตาล รู้สึกกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ พี่น้องประชาชน ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ปุ๋ยยูเรีย สูตร 40-0-0 ที่เป็นหัวใจหลักของชาวนาที่ข้าวกำลังเจริญ เติบโตมีความต้องการใช้ปุ๋ยสูง แต่รัฐบาลกลับให้ข้อมูลเรื่องสต๊อกปุ๋ยสับสน ก่อนหน้านี้ รมว.พาณิชย์ เคยยืนยันว่ามีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือน ส.ค. แต่ล่าสุดกลับระบุว่า ใช้ได้ถึงเพียงแค่เดือน เม.ย.เท่านั้นขอเรียกร้องให้รัฐบาลตอบความจริงต่อสังคมว่าแท้จริง แล้วมีสต๊อกปุ๋ยเหลืออยู่เท่าไหร่ และเรียกร้องให้กรม การค้าภายในเปิดเผยต้นทุนของบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยให้ประชาชนชนทราบ และราคาจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น กว่านี้อีกหรือไม่ชงมาตรการสกัดพวกฉวยโอกาสนายชัยชนะกล่าวต่อว่า ขอเสนอแนวทางแก้ไข ปัญหามีประสิทธิภาพต่อรัฐบาล ดังนี้ 1.ต้องมีมาตรการ คุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกรายการ ที่อยู่ภายใต้ การกำกับดูแล ไม่ให้มีการปรับราคาขึ้นสูงเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันโดยตรง รัฐควรพยุงราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชน 2.ต้องตอบให้ชัดเจนว่าหากในอนาคตราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ราคาสินค้าที่เคยปรับขึ้นไปแล้วต้องปรับลดลงตามสัดส่วนทันทีหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค 3.ต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนผ่านพ้นวิกฤติค่าครองชีพครั้งนี้ไปให้ได้คฟปย.บุกทำเนียบจี้รัฐตรึงค่าไฟที่บริเวณหน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายปกป้องไฟฟ้า ประปาและยาเพื่อชาติประชาชน (คฟปย.) ประมาณ 50 คน นำโดยนายเสนอ วิสุทธนะ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง และประธานเครือข่ายไฟฟ้าประปาและยาเพื่อชาติประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ผ่านนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลบริหาร จัดการปัญหาวิกฤติน้ำมันและค่าครองชีพสูงเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน ขอให้จัดการแก้ไขปัญหา น้ำมันขาดแคลนอย่างรวดเร็ว กำหนดมาตรการที่ชัดเจน ในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงด้วยมาตรการทางภาษี และมาตรการที่จำเป็น กำหนดมาตรการแก้ไขค่าครองชีพ และราคาสินค้าที่สูงขึ้น พร้อมจัดการผู้กักตุนสินค้า และขอให้ตรึงราคาค่าไฟฟ้าที่หน่วยละ 3.88 บาท“เต้ มงคลกิตติ์” ตะเพิดพ้นนายกฯต่อมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่าย ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เข้ายื่นหนังสือขับไล่นายอนุทินพ้นจากตำแหน่งนายกฯ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า จากปัญหาด้านเศรษฐกิจปากท้อง ความมั่นคง ล่าสุด การปรับขึ้นน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร และคาดว่าก่อนสงกรานต์จะปรับขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อลิตร เชื่อว่าน่าจะมีการกักตุน รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้เกิด การฉ้อโกงประชาชน ไม่นับความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร ค่าปุ๋ย สินค้าทุกประเภท ดังนั้น มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน มีข้อสรุปว่านายกฯไม่มีความสามารถ หรือปล่อยปละ ละเลยให้พรรคพวกของท่านทุจริตกักตุนน้ำมัน ไม่คิด จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน จึงไม่มีประโยชน์ ที่จะอยู่เพื่อบริหารประเทศ“ศรีสุวรรณ” ชง ป.ป.ช.ฟัน“พิพัฒน์”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศูนย์กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ศบก.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญามาตรา 157 ไม่เอาผิดไอ้โม่งที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นราคาน้ำมัน นายศรีสุวรรณกล่าวว่า นายกฯแต่งตั้งนายพิพัฒน์เป็นผอ.ศบก. แก้วิกฤติพลังงานขาดแคลน แต่ไม่สามารถควบคุมราคาน้ำมันได้ ส่งน้ำมันไปจำหน่ายให้ประชาชนไม่ได้ แต่ผลักภาระให้ประชาชน ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร โดยไม่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันก่อน นายพิพัฒน์ถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีอำนาจตรวจสอบปริมาณการกลั่น การจำหน่ายและเก็บรักษาน้ำมัน แต่ไม่สามารถจับกุมเอาผิดผู้ประกอบการโรงกลั่น คลังน้ำมัน ผู้ค้าส่ง (Jobber) ได้ อาจสวมหมวกหลายใบ ทำลูบหน้าปะจมูกกันหรือไม่ ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนายพิพัฒน์มีส่วนได้เสียการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท และไม่จับกุมไอ้โม่งที่ไม่ปล่อยน้ำมันสู่ประชาชน เป็นการจงใจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนน้ำมันหรือไม่“โสภณ” ผ่อนกฎ สส.ไม่ต้องใส่สูทวันเดียวกัน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของ สส.ในที่ประชุมสภาฯระบุว่า จากสถานการณ์ด้านพลังงาน และเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น สภาดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น รวมถึงปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในบริเวณสภาให้สูงขึ้น ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบสภาว่าด้วยการแต่งกายของสมาชิกฯ ตามข้อ 181 วรรคสองแห่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 (2) และ (3) แห่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 จึงออกประกาศกำหนดการแต่งกาย สส.ในที่ประชุมให้สามารถสวมชุดผ้าไทยหรือเสื้อเชิ้ตสีสุภาพ ผูกเนกไท และสวมกางเกงผ้าขายาวหรือกระโปรงสีสุภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องสวมสูท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ“สุดาวรรณ” ไม่ผ่านส่ง “นิกร” เสียบผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังการยื่นเอกสารตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อนั่งในตำแหน่งรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐมนตรีแล้วปรากฏว่าไม่ผ่าน แต่ตำแหน่งดังกล่าวยังเป็นโควตาของ น.ส.สุดาวรรณ คาดว่าจะส่งชื่อนายนิกร โสมกลาง สส. นครราชสีมา ในฐานะคนใกล้ชิดเข้ามารับตำแหน่งแทน จะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล ภายในวันที่ 27 มี.ค.นี้นายกฯเผยพร้อมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค.เวลา 19.22 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี หลังมีกระแสข่าวว่าบางรายมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติว่า ตอนนี้โอเคแล้ว หวังว่าวันที่ 30 มี.ค. ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯต่อไป เราพยายามจะให้เร็วที่สุด คงเป็นวีกเอนด์สุดท้ายของ “รัฐบาลหนู 1” มีหลายๆประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เราก็สู้ไป เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อย เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เราก็เดินเต็มสูบ ข้อจำกัดที่เคยมีก็จะไม่มีข้อจำกัด เมื่อถามถึงกระแสข่าวชื่อ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีปัญหาคุณสมบัติตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เรื่องรายชื่อ ครม.พูดไม่ได้เลย เพราะต้องมีการโปรดเกล้าฯก่อน คนไหนที่มีปัญหาแล้วมีความสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีการเช็กอยู่แล้ว ไม่เสนอหรอก ทุกพรรคร่วมรัฐบาลแม้กระทั่งของพรรคภูมิใจไทย ทุกรายชื่อต้องรับการตรวจสอบประวัติ ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิใคร ถ้าคนไหนมีประวัติที่มีปัญหาก็แต่งตั้งไม่ได้ แค่นั้นเองอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่