นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตสวนหลวง ว่า กทม.จัดเตรียมห้องหลบร้อน และจุดหลบร้อนในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 305 แห่ง ซึ่งในเขตสวนหลวงมีศูนย์บริการสาธารณสุข 37 (ประสงค์-สุดสาคร ตู้จินดา) ซึ่งมีประชาชนเข้ามาใช้บริการคลายร้อนและพักผ่อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยจัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคาร ชุดปรีดีเพลส ซอยพัฒนาการ 30 โดยมีการจำแนกตามประเภทของขยะ พร้อมทั้งให้เขตตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า จากนั้นติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ บริเวณชุมชนโรงหวาย ซอยขวัญจันทร์ 2 ซึ่งพบว่า มีชุมชนบางส่วนตั้งอยู่บนลำรางสาธารณะ และรุกล้ำพื้นที่เอกชน อีกทั้งทางเข้า-ออกต้องผ่านที่ดินเอกชน ทำให้เกิดปัญหาด้านที่อยู่อาศัย แม้ว่า ได้รวมกลุ่มออมทรัพย์โดยมีเงินออม 320,000 บาท และเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง เพื่อจัดหาพื้นที่ใหม่ แต่ยังไม่สามารถย้ายได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งเครือข่ายสลัม 4 ภาคเสนอให้ชะลอการใช้มาตรการทางกฎหมาย และขอให้ กทม.เร่งจัดหาที่ดินสาธารณะเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของชุมชน ทั้งนี้ จึงได้มอบหมายให้เขตดำเนินการตามข้อกฎหมาย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ ตลอดจนสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดหาพื้นที่รองรับใหม่ ขณะเดียวกันให้ติดตาม การจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ค้ามาตั้งวางแผงขายสินค้าในจุดที่ยกเลิกไปแล้ว. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่