ช่วงกุมภาพันธ์และต้นมีนาคมที่ผ่านมา หลายคนอาจได้ยินข่าว FDA สหรัฐฯ ประกาศเตือนห้ามขายและให้ผู้บริโภคระวังการทานหอยทะเล หลังตรวจพบเชื้อโนโรไวรัสปนเปื้อนในหอยนางรมดิบและหอยลายมะนิลาดิบบางลอตจากผู้ผลิต 2 บริษัท ซึ่งมีการกระจายสินค้าไปยังผู้จัดจำหน่ายแล้วอย่างน้อย 9 รัฐ ในสหรัฐฯโนโรไวรัส เป็นเชื้อที่สามารถติดต่อและแพร่กระจายผ่านอาหาร น้ำดื่ม มักพบปนเปื้อนในน้ำดื่ม น้ำแข็ง ผัก ผลไม้สด อาหารทะเลดิบโดยเฉพาะหอยนางรมดิบหรือติดต่อผ่านการสัมผัสกับสิ่งของ พื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำนิ้วหรือมือเข้าปาก หรือจากการสัมผัสใกล้ชิดโดยตรงกับผู้ติดเชื้อเมื่อเราได้รับโนโรไวรัสเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบในระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย อาการอาจรุนแรงในผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โนโรไวรัสมีระยะฟักตัวสั้น (12-48 ชั่วโมง หลังได้รับเชื้อ) และทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายได้นาน จึงทำให้ติดต่อ แพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว หากได้รับเชื้อนี้เข้าร่างกายแม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจป่วยได้ แม้ในไทยยังไม่มีข่าวตรวจพบโนโรไวรัสปนเปื้อนในหอยนางรมดิบ แต่ก็ไม่ควรประมาทท่านที่ชอบทานหอยนางรมควรเลือกซื้อจากร้านหรือผู้ผลิตที่มั่นใจได้ว่ามีการทำความสะอาดหอยอย่างถูกสุขลักษณะ มีการล้างทำความสะอาดอุปกรณ์หรือพื้นผิวที่สัมผัสกับหอยอย่างทั่วถึง แม้หอยนางรมดิบจะเป็นอาหารที่อร่อยก็ไม่ควรทานดิบเป็นประจำ ควรทำให้สุกหรือปรุงสุกอย่างถูกสุขอนามัยก่อนทาน ที่สำคัญควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 15 วินาที ทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและทานอาหารก็จะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายที่เกิดจากเชื้อโนโรไวรัสได้.ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัยคลิกอ่านคอลัมน์ “มันมากับอาหาร” เพิ่มเติม