จิตไม่แข็งจริงหลบไป เด่นคุณ งามเนตร นักแสดงหนุ่มจากภาพยนตร์เรื่อง “พี่นาค 5” ค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นฯ เพิ่มสกิลการแสดงอีกหนึ่งขั้น หลังปล่อยของแบบเต็มสูบ จนทำให้ทั้งแฟนๆพูดเป็นเสียงเดียวกัน น่ากลัวจริง แต่กว่าจะได้ภาพอย่างที่เห็นเจ้าตัวเล่าแต่งเอฟเฟกต์นานมาก ทรมานสุดๆ เพราะมีอาการปวดหลัง ยอมรับชีวิตที่ผ่านมาใช้ร่างกายเปลืองจนตอนนี้ต้องลดความซ่าส์ ส่วนความรักยังโสดไม่เหงาและเชื่อความรักที่ดีต้องไม่ไปคาดหวังใดๆ เริ่มจาก กับหนังเรื่องนี้โดนใจตัดสินใจรับ “ประทับใจเรื่องบท บทค่อนข้างเข้าใจได้ไม่ยาก มีเหตุมีผล มีความไกลตัวแต่ฟังดูแล้วน่าจะสนุก เป็นคาแรกเตอร์ค่อนข้างห่างกาย ต้องทำการบ้านเยอะ เป็นความท้าทายที่สนุก ไม่ได้ทำการบ้านอะไรมากเพราะกองจัดเวิร์กช็อปให้จิตแพทย์ และแอ็กติ้งโค้ชทำความเข้าใจตัวละคร จิตแพทย์เล่าอาการต่างๆ โรคนี้เกิดจากอะไร โรคนี้มีภาวะแสดงออกแบบไหน อะไรเป็นผลกระทบโรคนี้ ทำความเข้าใจและเข้าคลาสแอ็กติ้ง” ได้คุยกับจิตแพทย์เห็นมุมมองอะไรเกิดขึ้น “ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เรายังไม่ยอมรับความจริงบางอย่างในโลกความจริง การสั่งสอน การเลี้ยงดู ความทุกข์ ความสุข แต่ตัวนี้ไม่มีการบ่มเพาะการสอนให้รู้จักผิดถูก มีปมในใจ ไม่รู้จักความรักเลย โกรธ เกลียด” เล่นเรื่องนี้เจอสิ่งลี้ลับชวนหลอนบ้างไหม “ไม่เจอครับ เพราะไปมาลาไหว้ และก่อนนอนเปิดฟังเดอะโกสต์ทั้งคืน ชอบฟังมาก ขอบคุณพี่แจ็ค เดอะโกสต์ ทำให้ผมรู้ ความรู้สึกของผีว่าคิดอะไร ทำอะไรเป็นยังไง ได้เดอะโกสต์ช่วยได้เยอะ ถามว่ากลัวผีไหม กลัวครับแต่ฟังเพื่อความบันเทิง เคยเจอตัวจริงไม่ได้เหมือนเรื่องเล่า น่ากลัวกว่าเยอะ ที่เจอปีนต้นไม้มาจ้องหน้า ผมก็ยืนมองเขาแป๊บนึงปิดหน้าแล้วเดินเข้าบ้านเพราะน่ากลัวมาก” อาการปวดหลังเป็นอย่างไรบ้าง “หลังไม่ค่อยดี เพราะเราใช้ร่างกายเยอะ แอ็กชันมาตลอดชีวิตมีเจ็บ ออกกำลังกายต่างๆ นานา” มีผลต่อเล่นละครฉากบู๊ๆ บ้างไหม “เรายอมรับมันไปแล้ว มันมีผลแน่นอน ตอนแรกๆ ความคุ้นชินแต่ตอนนี้ทำได้แค่ยอมรับมัน ออกกำลังกายให้มันแข็งแรงขึ้นเท่านั้นเอง” ยังเป็นสายบ้าพลัง “เซฟตัวเองมากขึ้น เรื่องสุขภาพ อะไรลดได้ก็ลด” จากที่เคยทำ แต่ลดเลิก “ขี่มอเตอร์ไซค์ยกล้อทุกไฟแดง ก็เลิกแล้ว เมื่อก่อนครับ สมัยหนุ่มๆชอบยกล้อไม่ได้เอาเท่แต่เป็นการฝึกทักษะ เพราะถ่ายละครในป่าบ่อย ทุกอย่างเราค่อยๆ ผ่อนลงเพราะเมื่อก่อนใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง สลิงผมได้จากฮอ ลงมาตึกรู้สึกตื่นเต้นอยากทำ ขึ้นสลิงแล้วเอาขาลอยฟ้า หัวทิ่มลง เหมือนคอมมานโด ถ้าตอนนี้ทำคงเสียวๆ นิดนึง เป็นธรรมดาพออายุมากขึ้นก็กลัวตายมากขึ้น มันรู้สึกความมั่นคงมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่ากลัวจนไม่ทำ ต้องทำแต่ว่าแค่รู้สึกว่าอะไรที่เซฟได้เซฟ ไม่ถึงกับไม่เอาๆ ผมจะมีประโยคคำถามว่าผมจะไม่ตายใช่ไหม พี่แน่ใจใช่ไหมจะให้ผมทำแบบนี้”อัปเดตความรักเป็นอย่างไรบ้าง “โสดครับ ยังไม่ถึงเวลาของมัน ไม่ได้รู้สึกเหงา เราเป็นตัวของตัวเองสูง เพราะฉะนั้นความรักที่จะเข้ากับเราได้ ยุคสมัยทุนนิยมจะเข้ากับผมได้ยากเพราะผมเป็นคนแบบนี้ ผมเป็นคนสบายๆ อยากทำอะไรทำ ความรักที่ดีของผมคือต้องไม่คาดหวังซึ่งกันและกัน ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะต้องทำอะไรให้เรา เป็นธรรมชาติของเขาที่ทำให้เรา ธรรมชาติของเราที่ทำให้เขาไม่ใช่คาดหวังเรามีสิ่งนี้ให้ เป็นความคาดหวังของเขาแต่สุดท้ายก็ฝืนตัวเราเอง แต่มู้ดนี้มีหลายอย่างที่ไม่สามารถเข้ากับผมได้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนี้ อย่างน้อยต้องมีความน้อยใจบางอย่างที่ไม่ใช่ตัวเราต้องแบ่งไปให้เขา บางคนอาจจะมองผมเห็นแก่ตัวหรือเปล่า แต่ความรักที่ดีสำหรับผมมันคือแบบนี้ ปล่อยให้ธรรมชาติ เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ เขาทำอะไรไม่ได้นั่นคือขีดความสามารถของเขา เพราะฉะนั้นคนที่เข้าใจ สามารถคบกันได้ ผมต้องมาดูว่าเมื่อเราเป็นแบบนี้เขารับเราได้ไหม สมัยนี้เป็นแบบนี้ต้องมีอะไรให้ชาวบ้านเห็นเพื่อนเคยได้แบบนี้แฟนเราต้องเป็นแบบนี้ ต้องได้แบบนี้เพื่อไม่ให้น้อยหน้า สุดท้ายเป็นการแข่งเรื่องความรักกัน มันไม่ตอบโจทย์เรา” ก็เลยอยู่โสดๆ แหละดีแล้ว “ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกนะ เราควรเป็นธรรมชาติของเรา ความรักก็เป็นเรื่องเราสองคนถ้าเลือกเป็นแฟนก็ต้องเรียนรู้กันไปตลอดชีวิต ไม่ได้ไปโฟกัส ผมเฉยๆ คนจะเข้าใจผมยาก แต่ผมมองมันควรจะเป็นแบบนั้น ผมรู้ว่าต้องการอะไรไม่หลอกตัวเอง ถามว่ารู้จักตัวเองดีพอ ก็ไม่นะ ก็ยังต้องเรียนรู้ไปทั้งชีวิตเหมือนกัน ผมอายุเท่านี้ผมรู้จักตัวเอง ผ่าน 2 ปี ก็ไม่รู้จักตัวเองก็เปลี่ยนไปแล้ว แค่ไม่ฝืนธรรมชาติตัวเอง”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม