เป็น “นัดเหย้า” ที่เหล่าขุนพลเซราะกราวต้องถอยไปเฝ้าปากประตูบ้าน เสียฟอร์มเสียเชิงแชมป์ที่ไม่เคยตกเป็นรองใคร เมื่อเจอกับทีมเยือนฟอร์มห้าว นำโดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย บุกเย้ยถึงถ้ำเสือ อาณาจักรเขากระโดง ตะโกนท้า “เดอะโอ้ง” เนวิน ชิดชอบ ให้ออกมาคุยกันแบบลูกผู้ชาย ตั้งท่าไล่เค้นคอให้ตอบคำถาม จะคืนที่ดินหลวงหรือไม่ เมื่อไหร่จะยอมคายอาณาจักรเขากระโดงให้การรถไฟแห่งประเทศไทยแซะปริศนาค้างคาที่ยังไม่เคยได้ยินจากปากผู้มีบารมีเหนือก๊วนเซราะกราวถึงแม้จะฟาวล์ตามคาด ที่สุดเลยก็มีแค่ “ชายชุดน้ำเงิน” กับกลุ่มกองเชียร์ใส่เสื้อทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถูกส่งมาคุมเชิงปากประตูทางเข้า ไม่ปรากฏเงาสูงๆโย่งๆเจ้าของ “รังเหย้า” ออกมาเผชิญหน้าทีมเยือนแต่อย่างใดแต่มันก็สำเร็จตามเป้าหมาย บรรลุตามจุดประสงค์เมื่อช็อตของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง กลายเป็นข่าวใหญ่ พาดหัวไม้หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ ทีวี สื่อออนไลน์ พากันเสนอข่าวอึกทึกครึกโครมโหมชนวน ไล่ยึดอาณาจักร “เนวิน” ให้กลับมาลุกโชนหมายเหตุ รอบนี้ไม่เหมือนที่แล้วมา เพราะพะยี่ห้อ “เสรีพิศุทธ์” นั้น “เนวิน” รู้ซึ้งอยู่แก่ใจดีกว่าใคร ในฐานะผู้สร้างตำนาน “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” ที่กลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ตำรวจไล่จับประจานการซื้อเสียงคาหนังคาเขา คดีอื้อฉาว โจ๋งครึ่มไหนจะวีรกรรมเกี่ยวกับไล่บี้คดีทุจริตที่ดิน ชื่อ “เสรีพิศุทธ์” คือหัวหอกในการดำเนินคดีกับ “กำนันเป๊าะ” นายสมชาย คุณปลื้ม อดีตคนดังแห่งเมืองชลฯ จนโดนขังคุกจากคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้วสไตล์ “เสรีพิศุทธ์” ลุยแล้ว กัดไม่ปล่อยน้อยนักที่เป้าหมายจะรอดจากการจับกุม จังหวะ “เสรีพิศุทธ์” ล็อกเป้า “เขากระโดง” โคตรเซียนชั่วโมงบินสูงระดับ “เนวิน” จึงรับรู้ได้โดยนัย “ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก”ยิ่งหากเทียบกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ “พลิกลำ” เล่นเป็นพยาน ชี้เป้าคนเข้าเยี่ยมห้องวีไอพี ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ก่อน “นายใหญ่” โดนล็อกเข้าไปฝึกตบะในเรือนจำนานกว่า 8 เดือนตามรูปการณ์ยิ่งแหยงแทนเจ้าพ่อเขากระโดง เพราะ “เสรีพิศุทธ์” เป็นเหมือน “หมากกล” บนกระดานในระดับ “เบี้ยหงาย” ที่ถูกใช้รุกไล่ “ขุน” ให้จนกลางกระดานได้ตลอดเวลาไม่ใช่ “หัวเดียวกระเทียมลีบ” ตรงกันข้ามคือ “หัวเดียวกระเทียมโทน”ผลงานเชิงประจักษ์ ฟอร์มพระเอก “สารวัตรเถื่อน” โชว์เกมโค่นไม้ใหญ่ล้มมานักต่อนักจริงอยู่ชั่วโมงนี้ “เนวิน” และรวมไปถึงคู่หูเกรียน 2 น.อย่าง “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ยังอยู่ในห้วง “ภูมิคุ้มกัน” พุ่งสูง ด้วยสถานะผู้ถือตั๋วโปรฯ พิเศษขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยม“ลมใต้ปีก” ยังแรง ตามฟอร์มผู้ถูกเลือกใช้ตะลุมบอนเด็กรุ่นใหม่ค่ายส้มแต่เกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆ ไม่เคยจีรังยั่งยืน มีวันน้ำขึ้น ก็มีวันน้ำลงสดๆร้อนๆฉากวิบากกรรมที่เห็นกันตรงหน้า ชะตากรรมของเครือข่ายบ้านป่ารอยต่อฯอย่าง “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องโดนศาลพิพากษาจำคุก พร้อมกับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช.คดี “นาฬิกายืมเพื่อน” กลายเป็นวิบากกรรมไล่ตามทัน ในวันที่ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ อยู่ในสภาพ “อาทิตย์อัสดง” ห้วงอำนาจขาลง ไร้พลังในการอุ้มลูกน้องในเครือข่ายแม้แต่แรงปกป้องตัวเองก็ไม่แน่ “นาฬิกายืมเพื่อน” จะวนเข้าเนื้อลึกแค่ไหนและว่ากันไป ระดับ “ลุงป้อม” เบอร์ใหญ่ใน 3 ป. ก็ยังพลังเข้มขลังน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ “นายใหญ่” อย่างอดีตนายกฯทักษิณผู้เกรียงไกร ที่ไม่แคล้วต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำออปชันกลับเมืองไทยแบบเท่ๆ ไม่มีอยู่จริงทั้งหมดทั้งปวง “ทักษิณ” มีคนชังมาก แต่ก็มีคนรักเยอะ ด้วยเชิงบริหารการเมืองที่มีผลงานติดตราตรึงใจชาวบ้านรากหญ้า ในขณะที่ “ลุงป้อม” ถึงคนเกลียดทั่วเมือง แต่ก็มีบารมีในหมู่ขุนทหาร ลูกน้องภักดีเต็มกองทัพเทียบกับ “เนวิน” ที่คะแนนนิยมทางการเมืองก็ไม่เด่น แต่ชัดว่าโจทก์หักดิบเกมอำนาจเต็มไปหมดการเมืองน้ำลดเมื่อไหร่ มีหวังโดนตอพุ่งกระแทกน้ำบานแน่.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม