เปิดใจครั้งแรกถึงเรื่องราวในครอบครัว นักร้องลูกทุ่งนุ่งสั้น “ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน” หรือ “ใบเตย อาร์สยาม” เผยความสัมพันธ์กับ ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา ว่าตอนนี้เลิกรากันแล้วขอใช้คำว่า “ครอบครัว” ทำหน้าที่พ่อแม่ดูแล น้องเวทมนต์ ลูกสาวและโฟกัสเรื่องงานเต็มที่ หลังมาร่วมงานประกาศรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ด 2026” ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอนเรื่องเลิกกับดีเจแมน? “ต้องบอกอย่างนี้ว่าเราก็แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรสำหรับใบเตย เพราะว่ามันสักพักใหญ่ๆ แล้วที่เราได้มีการพูดคุย ตกลงทุกอย่างด้วยดี ใบเตยหลักๆ เราโฟกัสงาน และเรื่องลูกแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ก็ทำหน้าที่ในความเป็นพ่อและแม่ของเวทมนต์กันอย่างดี” ไม่ได้อยู่ในฐานะของสามีภรรยาแล้ว? “เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อยู่ถ้าตามกฎหมายค่ะ มา ณ วันนี้ สิ่งที่โฟกัสคือลูกค่ะ” ตามความรู้สึกเราใช้คำว่าเลิก? “อันนี้ใบเตยต้องขอพูดว่ามันคือคำว่าครอบครัว มันยากมั้ยกับที่ผ่านมา?” (พยักหน้า) ค่ะ ยังทำใจไม่ได้คอยได้? “มันก็เป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่ในการกลับมาของเราความบอบช้ำหลายๆ อย่างมันมีอยู่มากนะคะ พอเราป่วยเป็นซึมเศร้า กว่าเราจะปรับทุกอย่างให้มันมาเป็นเหมือนเดิมได้ มันต้องใช้เวลาทั้งใบเตยและพี่แมน วันนี้สิ่งที่เป็นกันอยู่ตรงนี้ ที่ตกลงกัน ณ วันนี้ ใบเตยว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ ในการเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกในวันที่เราสองคนจะต้องปรับตัวในการกลับมาและเริ่มต้นใหม่กับชีวิต” น้องเวทมนต์โตขึ้นทุกวัน เราอธิบายเขายังไง? “ไม่ได้อธิบายอะไรมากค่ะ เขาก็เป็นตามธรรมชาติ เพราะว่าเราดูแลลูกได้ดีน้องไม่ได้งอแงเลยค่ะ ถามว่าเห็นยังทำคอนเทนต์ในครอบครัว คือในความเป็นครอบครัวยังมีค่ะ” เรื่องบ้านล่ะ ยังอยู่หลังเดียวกันหรือแยกกัน? “เอ่อ อันนี้ก็ไปมาหาสู่ ต่างคนต่างดูแลน้อง” ถูกต้องค่ะ คิดว่าเป็นเรื่องหนักในชีวิตเรามั้ย? “ไม่หนักแล้ว (หัวเราะ) ในชีวิตใบเตยไม่มีอะไรหนักเท่ากับที่ผ่านมาแล้ว ณ วันนี้ทุกอย่างใบเตยว่าพอซึ่งโตขึ้นและเป็นพ่อคนแม่คนแล้วเนี่ย เราสามารถพูดคุยกันในแบบที่ต้องเข้าใจสิ่งที่เป็นเกิดความทุกข์อย่างแกะออกมาให้ได้สิ ต้องแบกรับอะไรเยอะมากในการทำงานที่ผ่านมาด้วยเรารู้สึกว่าสิ่งที่ฮีลใจใบเตย ณ วันนี้คือการทำงาน เรารักตรงนี้มาก เราไม่คิดว่าเราจะได้กลับมามีงานมีเงินเลี้ยงครอบครัว มีรายได้ มีซิงเกิลที่เป้าแกรมมี่โกลด์จ้างอาร์สยามฟีท มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ลืมเรา ตอนอยู่ในนั้นใบเตยคิดมากมาตลอดว่าไม่อยากให้ใครลืมเรา อย่าลืมใบเตย คำนี้จะอยู่ในหัวใบเตยตลอด แล้ววันนี้ทุกคนไม่มีใครลืมเราเลย เพลงเรากลับมาดังยิ่งกว่าเดิมทุกเพลง มันเลยทำให้ใบเตยโฟกัสที่งานทุกอย่าง ทุกผลงาน ไม่ว่าจะได้รับโอกาสไหน ก็รู้สึกว่าอาจจะเป็นเฮือกสุดท้ายของเราแล้วเพราะว่าตอนนี้ก็ 37 แล้ว” สภาพจิตใจเป็นไงบ้าง? “ดีขึ้นมากๆ ปีนี้แข็งแรงขึ้นมากๆ อาการซึมเศร้าได้หายไปแล้ว ไม่ได้รับยาแล้ว ทานข้าวได้เหมือนๆ แล้ว เพราะว่าได้ร้องเพลงทุกวัน ได้เจอแฟนเพลงทุกวัน งานทำให้เรามีคุณค่า” กลับมาเป็นใบเตยคนเดิมเต็มตัวแล้ว? “ให้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ถามว่ายังมีความกังวลอะไรที่เหลืออยู่ ยังมีบางมุมที่ด้วยความเป็น depressed ยังมีบางมุมที่ซึมเศร้าอยู่บ้าง แต่ว่าไม่ได้ดิ่งดาวน์เหมือนที่ผ่านมาแล้วค่ะ เพราะว่าต้องทำงานร้องเพลงทุกวันเลย เรียกว่าไม่มีเวลาอ่อนแอมากกว่า” รู้สึกยังไงที่คนต้อนรับเรากลับมาแล้ว? “ขอบคุณมาก พูดแล้วก็จะร้องไห้เพราะว่ามันตื้นตันใจค่ะ มันดีใจมากสำหรับการต้อนรับทุกเพลงเลยทะลุ้านวิวหมด ในสิ่งที่คนที่ชื่อใบเตยไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลับมาได้แบบนี้ จะสู้เพื่อตัวเองได้ถึงวันนี้” เปิดใจมั้ย? “อุ๊ย ตอนนี้ขอโฟกัสงานกับเวทมนต์เลย เพราะเขากำลังน่ารักมาก ตอนนี้อยากหาเงินให้เขาได้เรียนดีๆ”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม