เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารโลก เตือนถึง วิกฤติแรงงาน ครั้งใหญ่ ทั่วโลก ที่คาดว่า จะมีประชากร 1.2 พันล้านคน เข้าสู่ตลาด แรงงานในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่มีตำแหน่งงานรองรับเพียง 400 ล้าน ตำแหน่ง นั่นหมายถึงว่า จะมีคนตกงาน อีก 800 ล้านตำแหน่ง ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ที่เข้ามาปรับโครงสร้างตลาดแรงงานและระบุชัดเจนว่า เศรษฐกิจ โลกและไทย กำลังเข้าสู่ภาวะความไม่แน่นอนสูงสุดเป็นประวัติการณ์สถานการณ์ของไทยมีความซับซ้อนกว่าหลายประเทศ เนื่องจากไทยต้องเผชิญกับภาวะ สังคมสูงวัย ไปพร้อมกับความ ท้าทายด้านการสร้างงาน แม้ไทยจะมีจุดแข็งจากการเป็นผู้นำ ด้านจำนวนผู้ใช้งาน AI ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ แต่เป็นการใช้งานส่วนตัว เทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่ถูกกระจายตัวเข้าสู่ภาคธุรกิจอย่างทั่วถึงแปลเป็นไทยว่าไทยมีประชากรที่ใช้ AI จำนวนมาก แต่ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จาก AI เลยปัญหาใหญ่ของไทยที่ฉุดการเจริญเติบโตและขัดขวางไม่ให้เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามา คือ ปัญหาด้านทักษะ แรงงาน ที่มีทักษะพื้นฐานไม่เท่ากันไทยจะต้องปรับปรุงระบบการศึกษาและโครงการ Upskilling ในระดับมหาวิทยาลัย ให้เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดงาน ที่แท้จริง มีการประเมินว่า ไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 7% ของจีดีพี ต่อปี ในช่วง 15 ปีข้างหน้าขณะเดียวกับที่ สภาพัฒน์ อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (2570-2575) เพื่อปฏิรูปโครงสร้างและการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจอย่าง มีคุณภาพ ได้แก่ การเพิ่มผลิตภาพ การเติบโตที่ทั่วถึง การปรับตัว และความยืดหยุ่นในการต้านทานวิกฤติ อาทิ วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้มีความเสี่ยงจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีเป้าหมายผลักดันให้จีดีพีเติบโตเฉลี่ย 3–5% ต่อปีเป้าหมายใน การขับเคลื่อนผ่านการสร้างความเติบโตทาง เศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี เช่น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่สินค้า ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้นวิกฤติที่นอกเหนือความคาดหมาย ยกตัวอย่างวิกฤติจากสงครามตะวันออกกลางในขณะนี้ กระทบถึงการลงทุน การผลิต ราคาน้ำมัน การขนส่ง ตลาด ความมั่นคง ที่สำคัญคือการเงินการคลังของประเทศที่จะผันผวนอยู่ตลอดเวลาให้จับตา ธนาคารจีน เดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง จีนสะสมทองคำเป็นเวลา 16 เดือนติดต่อกัน ในขณะที่ราคาทองคำปรับสูงขึ้นทุกวัน ทองคำสำรองของธนาคารกลางจีน เพิ่มขึ้น 3 หมื่นทรอยออนซ์ปริมาณถือครองอยู่ที่ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ ทำให้ค่าเงินหยวนของจีนมีความเข้มแข็งมากขึ้น ระหว่างหยวนกับดอลลาร์จะเป็นสงครามในสงคราม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม