ปิดจ๊อบรัฐบาลสีน้ำเงิน 292 เสียง ไม่มี “กธ.-ปชป.-ไทรวมพลัง” ภท.จัดบัญชีว่าที่ รมต.เกินโควตา 14 กระทรวง 24 ตำแหน่ง ให้ “อนุทิน” เคาะ ทีมเก่าได้ไปต่อสานงานเดิม ขยับบางกระทรวงที่ยกให้ พท. กลุ่มเลือดแท้ “เจเศรษฐ์-สิริพงศ์-แนน บุณย์ธิดา-วรศิษฎ์-ภัทรพงศ์-สุขสมรวย” ตบเท้านั่ง รมช. กั๊ก รมว.กลาโหม ไว้แต่งตั้งเก้าอี้สุดท้าย “โสภณ” นั่งประธานสภาฯ รอง ปธ.สภาฯคนที่ 1 ยกให้ก๊วน สส.ใต้ พท.ส่งชื่อแล้วเกินโควตาเช่นกัน สส.ภาคเหนือเดือดปุดวืดโควตา รมต. โวยแกนนำ พท.ไม่เห็นหัว “อนุทิน” สั่งเข้ม สส.ลูกพรรค 14 มี.ค. รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาห้ามขาด กำชับรักษาวินัย-เอกภาพ ไม่มีแหกคอก ลั่นยึดคัมภีร์ จริยธรรมเพลย์เซฟ ไม่เสี่ยงถูกฟ้อง “ไชยชนก” ขู่ลงดาบเด็ดขาด ใครตั้งมุ้ง ก่อคลื่นใต้น้ำ “ไผ่” โพสต์ไม่ติดเป็นได้หมด ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้านพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดประชุมสัมมนาใหญ่ สส.ของพรรค หลังชนะศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ได้ สส.เข้าสภาฯถึง 192 คน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.แจ้งย้ำรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มี.ค. และขอให้ สส.ของพรรครักษาอัตลักษณ์ความเป็นปึกแผ่น ไม่มีการแหกคอก“ไชยชนก” ขู่ลงดาบคนก่อมุ้งกันป่วนเมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการสัมมนา สส.พรรค ภท.ว่า พรรคเติบโตมากขึ้นกว่า 2 เท่าตัวเจตนาให้ สส.สนิทสนมกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนทัศนคติความเป็นพรรค ภท.ที่มีวัฒนธรรมต่างจากพรรคอื่น เราอยู่กันเป็นครอบครัว การทำงานสมัยนี้โฟกัสมากขึ้นคือฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคู่การเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติที่รุมเร้าและความไม่แน่นอนต่างๆ วางรากฐานให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อถามว่าพรรคใหญ่ขึ้นจะบริหารมุ้งต่างๆอย่างไร นายไชยชนกกล่าวว่า เมื่อครั้งที่แล้วมีคลื่นใต้น้ำเหมือนกันเราผ่านมาแล้ว สิ่งที่ทำให้สั่นคลอนไม่ใช่กาสิโนหรือการเปลี่ยนจากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน แต่มีปัญหาบางจังหวะเกิดคลื่นใต้น้ำทำให้เอกภาพพรรค ภท.สั่นคลอน เมื่อเป็นพรรคใหญ่ขึ้น ทุกคนเป็นกังวลแต่ได้พูดคุยพบเจอกันเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงาน คนทำงานจริงมีเวทีมีพื้นที่เฉิดฉาย เติบโตหลากหลายรูปแบบ จะสลายมุ้งไปพอสมควร ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้ให้เกิดผลกระทบ จะมีบทลงโทษและการจัดการเด็ดขาดจากฝ่ายบริหารบอกตั้งรัฐบาล ภท.คืบหน้า 99.99%เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะชัดเจนในการสัมมนาครั้งนี้หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า เมื่อถามย้ำว่า การตั้งรัฐบาลตกผลึกแล้วใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า น่าจะตกผลึก 99.99% ก่อนระบุว่า การเมืองมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงขอเว้นไว้ 0.1%“เสรีพิศุทธ์” หลงตัวเองไม่ชวนร่วม รบ.นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยบอกว่า พรรค ภท.ชวนร่วมรัฐบาลว่า พรรค ภท.ไม่เคยคิดทาบทาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะช่วงเลือกตั้งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. ใส่ร้ายพรรค ภท.ด้วยความเท็จ พรรคได้ดำเนินคดียื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.ตั้งอนุกรรมการขึ้นพิจารณาสอบสวน เราไม่ประสงค์ที่จะร่วมทำงานหรือจะเชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาร่วมทำงานอยู่แล้ว พรรค ภท.ไม่เคยเชิญพรรคท่าน เราเข้าใจท่าน อาจเป็นอาการที่เชื่อมั่นในตัวเองหรือหลงตัวเอง คิดเอาว่าคนอื่นโกงหมด แต่ตัวเองไม่โกง ทางจิตวิทยาอาจจะไม่เชื่อมั่นตัวเองเป็นการหลงตัวเอง เป็น Narcissist อย่างหนึ่ง หลงว่าตัวเองรูปหล่อ ทั้งๆที่หล่อหรือปลอมไม่รู้“หนู” โอ่ 192 เสียงชนะขาดไม่มีฟลุกจากนั้นเวลา 09.00 น.ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พรรค ภท.จัดสัมมนาใหญ่ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. บรรยากาศคึกคัก แกนนำพรรคและ สส. เข้าร่วมพร้อมเพรียง มีการนำมะพร้าวน้ำหอมและลูกชิ้นยืนกิน ของขึ้นชื่อ จ.บุรีรัมย์มาเสิร์ฟในงาน นายอนุทินเดินทักทาย สส.ทั้งห้อง แสดงความยินดีที่ชนะเลือกตั้งจากนั้นนายอนุทินขึ้นเวทีปาฐกถาหัวข้อ “ถอดรหัส 192 เสียง โอกาสและความท้าทาย” ตอนหนึ่งว่า ขอต้อนรับสู่จุดกำเนิดพรรค ภท.ที่ จ.บุรีรัมย์ เข้าปีที่ 18 แล้ว มี สส.เพิ่มขึ้นมากจาก 34 คน 51 คน 71 คน วันนี้ 192 คน กราฟไม่มีตก เราร่วมเป็นร่วมตายกันมา ทำงานหนักหนาสาหัสมากจึงเข้ามาตรงนี้ได้ไม่มีฟลุก 99% ทิ้งขาดคู่แข่ง จะนับกี่รอบก็พร้อมเชิญนับ จะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามมันยังขึ้นทะยานอยู่ เทรนด์ยังไม่ตก ถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาททำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่น ไว้ใจของชาวบ้านสม่ำเสมอ คิดเสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้นอีก นี่คือวิธีทำงานแบบพรรค ภท.ลั่นต้องเป็นปึกแผ่น ไม่มีแหกคอกนายอนุทินกล่าวว่า สส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ใช่เอาเบอร์ มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์ชโลมใจจาก สส.เขตทั้งหลาย แต่เราต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องทำงานหนักกว่า สส.เขต และต้องสนับสนุน สส.เขต ไม่ใช่เป็น สส.รอเป็นรัฐมนตรี หรือตำแหน่งการเมือง สส.สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี และพวกตนที่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีและเป็น สส.ด้วย จะปลูกฝังพวกเขาตลอด ว่าถ้าต้องเลือกให้เลือกเป็น สส. ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี เคยพูดกับหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลมาก่อน ตอนเขาได้รับตำแหน่งแล้ว เขาทิ้งตำแหน่ง สส.ไปเลือกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มั่นคง ไม่มีการทำงานที่ผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่ สู้ สส.ไม่ได้ การเป็น สส.มันมีคุณค่าและมีความหมายมาก รัฐมนตรี ปลด สส.ไม่ได้ แต่ สส.ปลดรัฐมนตรีได้ หลังปฐมนิเทศเราคงรู้จักหน้าตาและอุปนิสัยคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น ยิ่งทำงานด้วยแล้ว 4 ปี อยากขอวิงวอนขอพวกเรา ทุกคนให้รักษาอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ความเป็นพรรค ภท.เป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก แต่ไหนๆพูดแล้ว เรามี สส. 3 คนแหกคอก เห็นผิดเป็นชอบ อย่าคิดว่า ชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่ คนเดียว ฉะนั้น วินัย การรักษาเอกภาพของพรรค ภท. ต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและทำงานแจ้งรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค.นายอนุทินกล่าวอีกว่า ทุกคนทราบแล้วว่าวันที่ 14 มี.ค. จะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาขาดไม่ได้ เลยแม้แต่คนเดียวสำคัญมาก จากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนนัดประชุมสภาฯนัดแรกเพื่อลงมติเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯอีก 2 คน หลังจากนั้นเมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานสภาฯคนใหม่ จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกฯ และนายกฯรอโปรดเกล้าฯ และตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีขั้นตอนอีกมากมายกว่าจะถึงวันที่มีรัฐบาล ตอนนี้เราทำหน้าที่ สส.อย่างเต็มที่ ไม่ต้องบอกว่าเดี๋ยวรอตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน เดี๋ยวรอเปิดประชุมสภาฯก่อน หรือเปิดสภาฯก่อน สถานะความเป็น สส.เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. การรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้ท่านเป็น สส.แล้วขึงขังถือคัมภีร์จริยธรรมติดตัวนายอนุทินกล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมกาง กฎหมายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้ศาล รัฐธรรมนูญเขียนไว้บทบัญญัติจริยธรรมว่ามีอะไรบ้าง แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมไม่ดี ท่านเข้าข่าย จริยธรรม ตรงนี้จะประมาทไม่ได้ ขอให้ท่านถือคัมภีร์นี้ ติดตัวไว้ตลอดเวลาจะได้ไม่มีผลกระทบต่อสถานะของเรา ผลกระทบต่อตำแหน่งที่ท่านจะต้องไปเป็น เช่น ประธาน กมธ. รัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ต้องระวังอย่างมาก และที่สำคัญคนรอบข้างท่าน จะผู้ช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา ต้องดูประวัติให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้น จะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคต ต้องเตรียมแจงบัญชีทรัพย์สิน ไปดูข้อกฎหมาย พรรคมีทีมที่ปรึกษากฎหมายว่าตรงไหนต้องแจ้ง ตรงไหนต้องแสดง คู่สมรส และไม่ใช่จดทะเบียนอย่างเดียว “กิ๊ก” ไปไหนเปิดเผย ถ้าคนเห็นว่าอยู่ด้วยกันต้องแถลง“เอกนิติ” ลุยนโยบาย ศก. 10 พลัสต่อมาเวลา 10.30 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ สมาชิกพรรค ภท.ขึ้นเวทีสัมมนาภายใต้งาน “พูดแล้ว ทำพลัส” นายเอกนิติกล่าวว่า จะใช้นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส จับต้องได้ขับเคลื่อนประเทศ นายกฯเป็นหัวหน้าทีมรถแข่งชื่อว่าทีมไทยแลนด์พาเราไปแข่งในเวทีโลก มีนโยบายช่วยลดหนี้คนตัวเล็ก ผู้สูงวัย และธุรกิจขนาดเล็ก การจะไปแข่งบนโลกได้ต้องยกเครื่อง ใหม่ อาทิ การสนับสนุนการลงทุนธุรกิจสีเขียว เพื่อให้ ไปแข่งในเวทีโลกและมีเป้าหมายเพื่อเป็นแชมป์ใน เวทีโลก ไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยแพ้ชาติใดและเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ไม่ใช่โตแค่ 10% เหมือนในปี 40 โดยไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง เศรษฐกิจไทยตอนนี้เจอ หลายพายุ อาทิ เหตุการณ์ตะวันออกกลาง หน้าที่เรา ต้องคาดการณ์และเตรียมการรองรับ สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯเรียกประชุมทุกวัน เราได้เตรียมออกแบบไว้แล้วทั้งน้ำมัน ราคาสินค้า ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะเราฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้าเราจะต้องได้แชมป์ในเวทีโลก“ศุภจี–สีหศักดิ์” ปลุก ศก.–ตปท.เข้มแข็งนางศุภจีกล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอก เสียงรัฐบาล แนะนำสิ่งต่างๆเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อให้ประเทศไทยสู้และแข่งขันได้โดยไม่อายใคร ราคาพืชผลเกษตรเราต้องดูแลจัดสรรทั้งระบบ ปรับเปลี่ยนปลูกพืชเศรษฐกิจได้ ตั้งเป้า 1 ล้านไร่ สำหรับการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมและพืชผลทางการเกษตรพยายามดูการจัดการกับล้ง จะทำล้งกลางได้หรือไม่ ควบคู่ดูเรื่องปุ๋ย หากแก้ปัญหาภาคเกษตรได้จะเปลี่ยนประเทศให้ยั่งยืนได้นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การต่างประเทศของเราอยู่นิ่งมานาน ตอนนี้โลกปั่นป่วนมาก สหรัฐฯฉีกกติกาทุกอย่าง เราจะอยู่บนโลกที่ปั่นป่วนได้ต้องมีการต่างประเทศที่เข้มแข็ง ด้านหนึ่งเรามีนายกฯเข้มแข็ง ทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลในโลกที่ปั่นป่วน ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้โดยเร็ว อาทิ ปัญหาตะวันออกกลาง ต้องอพยพคน แก้ปัญหาอย่างไร มีแผนพร้อมแล้วหรือยัง เราต้องมียุทธศาสตร์รองรับการเปลี่ยนแปลง ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของไทย อย่างกัมพูชาเขาเล่นมาแบบนี้ เราต้องกลับไปแบบนี้เหมือนกัน แต่เราต้องอยู่ร่วมกับพวกเขา ส่วนอเมริกาเราก็อยู่ให้ได้ แต่ถ้าเขากระทบศักดิ์ศรีเรา เราก็ยอมไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ของเราสำคัญที่สุด“อนุทิน” โชว์ภาพออกงานพบ “อ.เชน” เมื่อเวลา 10.12 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย (พท.) มีนางศุกจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ร่วมด้วย พร้อมข้อความว่า“ดีใจมากที่ได้พบกับอาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เพื่อร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงคอนเสิร์ตรวมเพลง #รักชาติ ของวงดุริยางค์ซิมโฟนีของมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อคืนนี้ที่ศาลายา”เลี่ยงตอบจัด ครม.รอให้ได้นายกฯก่อนจากนั้นเวลา 10.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเลขาธิการพรรค ภท. บอกการจัดตั้งรัฐบาลคืบหน้ากว่า 99.99% พรรคกล้าธรรม (กธ.) จะดำเนินการอย่างไรว่า เรื่องแบบนี้ไม่คุยกัน รอเป็นไปตามขั้นตอน วันที่ 14 มี.ค.จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯครั้งแรกแล้วเลือกประธานสภาฯ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีต้องได้นายกฯก่อน ไปพูดอะไรก่อนถือว่าไม่ควรเป็นตำแหน่งที่ต้องโปรดเกล้าฯ การจะพูดอะไรก่อนขั้นตอนนี้ ถือเป็นสิ่งที่มิบังควร เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้เปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายอนุทินตอบว่า คนเราไม่ต้องทำเหมือนกับคนอื่น ต่างพรรค การเมืองสไตล์การทำงานต่างกัน ต่างมีวิธีการทำงานที่ถนัด เมื่อถามย้ำว่าหากจำเป็นต้องการโหวตนายกฯก่อน มั่นใจหรือไม่ว่าพรรค กธ.จะยกมือสนับสนุน นายอนุทินตอบว่า จะต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น จะต้องมีการเลือกประธานสภาฯก่อน เมื่อถามว่าต้องพูดคุยกับบุคคลที่จะสนับสนุนเราก่อนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะมีการพูดคุยระดับหนึ่ง เมื่อถามว่า ไม่ต้องร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าเพิ่งไประบุ รอสิ่งนั้นยังไม่เกิดอย่าไปยึดติดจะเป็นฝ่ายค้านหรือ รบ.เมื่อถามอีกว่า หลักการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีอะไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ยึดหลักการทำงานให้ประชาชนและประเทศให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน เมื่อถามถึงกรณีนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค กธ.ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทินกล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท พรรค ภท.ก็เช่นกัน เคยเป็นรัฐบาล แต่อยู่ดีๆก็เป็นฝ่ายค้าน เราเป็นมาแล้ว สำคัญที่สุดเราเป็นผู้แทนราษฎร อยู่บทบาทไหนก็ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ สส.พรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอด ไม่เคยเป็นรัฐบาลก็ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้เยอะแยะ อย่ายึดติดว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ระบุจะไม่เดินเข้าหาพรรค ภท.แล้วเพราะมีศักดิ์ศรี นายอนุทินร้อง โอ๊ย...ระดับคนเป็นหัวหน้าพรรคทุกพรรค เราต้องเคารพและให้เกียรติกันยึดหลักทุกอย่างเพลย์เซฟไว้ก่อนเมื่อถามว่านายอนุทินพูดในเวทีสัมมนาจะไม่ใช้คนที่เคลือบแคลงสงสัยคุณสมบัติ นายอนุทินกล่าวว่า มีเกณฑ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน ไม่ได้ตั้งกฎเอง เราต้องยึดถือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เมื่อถามว่า ส่งสัญญาณชัดเจนใช่หรือไม่ว่าไม่เอาพรรค กธ.ร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า เราไม่ถึงขนาดไปพูดแบบจำเพาะเจาะจงแบบนั้น แต่เรารู้ว่ามีข้อปฏิบัติและหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญที่พูดถึงจริยธรรม ต้องอ่านละเอียด ต้องไม่ทำผิด มีคนพร้อมไปร้องเรียนไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ ไม่อยากจะเสียเวลาไปต่อสู้ ต้องเพลย์เซฟทุกเรื่อง เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสบอกว่าก่อนหน้านี้นายอนุทินแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทินไม่ตอบ เมื่อถามต่อว่าได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัสบ้างหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้คุยเลยภท.ยื่นชื่อเกินโควตาให้ “อนุทิน” จัด ครม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานสัมมนา สส.พรรค ภท. คณะกรรมการบริหารพรรคนำรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีนำเสนอนายอนุทินคัดเลือก มีจำนวนมากกว่าโควตา 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง คือกระทรวงมหาดไทย กลาโหม คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติฯ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรม ต่างประเทศ คลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรมและ รมต.ประจำสำนักนายกฯและนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการ ครม.นำไปตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป แบ่งเป็นโควตานายอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือนายอนุทิน นั่งนายกฯควบ รมว.มหาดไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ“โสภณ” ปธ.สภาฯรอง 1 โควตาภาคใต้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โควตากลุ่มบ้านใหญ่ที่จะได้ไปต่อคือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษาฯ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ และยังมีกลุ่มเลือดแท้พรรค ภท.คือนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ ส่วนใหญ่จะให้ยึดตำแหน่งเดิมเพราะเพิ่งทำงานมาได้แค่ไม่กี่เดือน จะปรับเปลี่ยนแค่ รมต.กระทรวงเดิมที่ยกไปให้พรรค พท. รวมถึงกลุ่มเลือดแท้ที่จะส่งไปเป็น รมช.กระทรวงต่างๆ การจัดวางตำแหน่งจะเสร็จสมบูรณ์หลังโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯจบ ส่วน รมว.กลาโหมจะเคาะเป็นตำแหน่งสุดท้ายเพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ จะเป็นประธานสภาฯ ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นโควตา สส.ภาคใต้ไปตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง“รบ.อนุทิน 2” ไม่มี กธ.-ปชป.-ทร.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตารัฐมนตรีพรรคร่วม พรรค พท.จะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง พรรค พท.ส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตา ให้อำนาจพรรคภูมิใจไทยคัดเลือกบุคคล ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า แต่ต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยรองนายกฯ 1 ตำแหน่งและ รมว. 5 กระทรวงคือ กระทรวงเกษตรฯ ศึกษาธิการ การอุดมศึกษาฯ แรงงาน การพัฒนาสังคมฯ และ รมช. 3 ตำแหน่งและรองประธานสภาฯคนที่ 2 ขณะที่พรรค พปชร. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ได้ รมต. 1 ตำแหน่ง ส่วนพรรคเล็ก 1-2 เสียงจะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี พรรค ภท.ไม่ต้องการให้รวมเสียงหรือตั้งมุ้งมาต่อรอง ขณะนี้แน่นอนแล้วว่ารัฐบาลพรรค ภท.จะมี 292 เสียง พรรค ภท. พรรค พท. พรรค พปชร. พรรคประชาชาติ (ปช.) และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรค กธ. พรรค ปชป.และพรรคไทรวมพลัง (ทร.) ที่มีรายงานว่ามีการต่อรองเงื่อนไขขอกำกับดูแลงานบางกระทรวง จึงถูกปฏิเสธไปสส.เหนือ พท.โวยชวดโควตา รมต.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า หลังมีกระแสข่าวพรรค พท.จัดสรรโควตา 5 รมว.ลงตัว ไม่มีโควตา สส.เขตภาคเหนือได้ตำแหน่ง ล่าสุดเกิดกระแสความไม่พอใจในกลุ่ม สส.ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนที่หารือกันเห็นว่า การจัดสรรรัฐมนตรีของพรรคไม่ยึดโยงกับ สส. แต่เกิดจากผู้ใหญ่ในพรรคเพียงไม่กี่คน โดยเฉพาะตัวแทน สส.นครราชสีมาจะได้เป็นรัฐมนตรี 2 คน ทั้งที่ตัวแทน สส.ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ควรได้รับโควตารัฐมนตรีอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง เพราะเป็นพื้นที่ทำ สส.ได้จำนวนหนึ่ง การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคอยู่ในภาวะต้องทวงคะแนนนิยมกลับคืนมา จึงควรให้ความสำคัญกับ สส.เขตโซนภาคเหนือ มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร การประชุมพรรค พท.ครั้งต่อไป จะเรียกร้องให้ทบทวนโควตารัฐมนตรีฉุนจัดโวยให้เห็นหัวกันบ้างผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.บางคนถึงขั้นที่ระบุว่าขอเรียกร้องให้เห็นหัวกันบ้าง ไม่ใช่มีแต่คนใกล้ชิด ทั้งที่ไม่ได้มีผลงานอะไร ควรคัดสรรจากคนที่ทำงานได้ มีประสบการณ์ดูแลและสามารถทำงานร่วมกับ สส.ของพรรคได้ด้วย ไม่ใช่อยากเสนอใครก็ทำตามใจชอบ ควรถาม สส.บ้าง ควรมีวิธีที่มีความเป็นธรรมที่มากกว่านี้ อย่าทำอะไรแบบลักลั่น มัดมือชก สส.เลยขณะนี้เหมือนการโยนหินถามทางเพื่อเอาประโยชน์ ก็สุดจะกล้ำกลืน“ไผ่” ไม่ติดทำได้หมด รบ.-ฝ่ายค้านเมื่อเวลา 09.30 น. นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค กธ.โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงแนวทางการทำหน้าที่ สส.ย้ำชัดว่าการทำงานเพื่อประชาชนไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะตั้งใจทำงานในฐานะ สส.กำแพงเพชรเต็มที่ พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชน หากมีสิ่งใดที่อยากให้ดำเนินการในวาระที่ตนทำหน้าที่ สส.ส่งเข้ามาได้ จะทำทุกอย่างภายใต้กรอบหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่เลือกตนเข้ามา จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ผิดหวัง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เลือก ตนพร้อมรับใช้เช่นกัน ขอให้ประชาชนบอกปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการให้แก้ไข ไม่สนใจว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะทำงานเพื่อประชาชนได้ทั้งหมด พรรค กธ.เราทำมากกว่าพูด ไม่เน้นสร้างคอนเทนต์ ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลไม่สนใจหรอก ทำเป็นหมดนั่นแหละสภาฯพร้อมโหวต ปธ.สภาฯนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯกล่าวถึง ขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาฯหลังจากรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค.ว่า ขณะนี้ต้องรอพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นจะประสานไปยังพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากที่สุดว่า พร้อมจะเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯวันใด คาดว่าจะโดยเร็ว เพราะรัฐบาลมีภารกิจเร่งด่วน แนวโน้มจะเป็นสัปดาห์ต่อไปทันทีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคการเมือง แต่สภาฯมีความพร้อมตลอดเวลา ส่วนการโหวตเลือกนายกฯ ต้องรอการโปรดเกล้าฯประธานสภาฯก่อน จากนั้นประธานสภาฯจะพิจารณาวันที่เหมาะสมเลือกนายกฯอีกครั้งรอ พ.ร.ฎ.กำหนดวันชัดเจนผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. การรายงานตัวเป็นวันที่ 11 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ไม่มี สส.มารายงานตัวแม้แต่คนเดียว ทำให้มี สส.รายงานตัวตลอด 11 วันรวม 377 คน สส.ที่ยังไม่เข้ารายงานตัวคือ พรรคประชาชน 119 คนแจ้งจะเข้ารายงานตัว วันที่ 9 มี.ค.เวลา 10.00 น. รวมถึงนายอิสรา สุนทรวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี จะมารายงานตัววันที่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. เป็นคนสุดท้าย ทำให้ สส.รายงานตัวครบ 499 คน มีรายงานว่าจะมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มี.ค. เวลา 17.00 น. ส่วนเปิดประชุมสภาฯนัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ ต้องรอ พ.ร.ฎ.อีกครั้งว่าจะเป็นวันใด.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่