เป็นทัพหน้าสำคัญที่รับไม้ต่อในการนำ “สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส” ทะยานสู่การเป็นสายการบินที่ดีที่สุดในเอเชีย โดย “กัปตันเต๋–พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” ลูกชายคนโตของ “นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” พิสูจน์ฝีมือมาแล้วจากการพาองค์กรฝ่าวิกฤตินับครั้งไม่ถ้วน“นาย (คุณพ่อ) ก่อตั้งธุรกิจสายการบินในปี 2511 โดยจัดตั้งเป็นแผนกการบินของบริษัท กรุงเทพสหกล จำกัด จากนั้นในปี 2527 ก็ก่อตั้งบริษัท สหกลแอร์ จำกัด เพื่อรับโอนกิจการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแผนกการบินของบริษัท กรุงเทพสหกล จำกัด ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยในปี 2532 ได้มีการเปิดให้บริการสนามบินแห่งแรกที่เกาะสมุย ตามด้วยสนามบินสุโขทัย ในปี 2541 และสนามบินตราด ในปี 2549 ผมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เมื่อปี 2551 ก็เจอแจ็กพอตเลย เป็นปีที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นสามเท่า ซึ่งน้ำมันคือต้นทุนหลักของสายการบิน พอต้นทุนขึ้นมากๆ เราต้องพยายามปรับตัวเพื่อแก้ปัญหา การจะปรับราคาบัตรโดยสารมีขั้นตอนในการขออนุมัติ ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ว่าราคาน้ำมันไม่รอเรามันขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วยังเจออีกเด้งจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในปี 2551 มันลามไปทั้งโลกตั้งแต่อเมริกา, ยุโรป มาถึงเอเชีย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของเรา ตอนนั้นยอมรับว่าหนักมาก ถึงขั้นต้องรีเอ็นจิเนียริ่งองค์กรทั้งหมด”... “กัปตันเต๋” ย้อนเล่าความหลัง หนักใจไหม? รับไม้ต่อปุ๊บก็เจอวิกฤติถาโถมน่าจะเป็นปีชง (หัวเราะ) แต่ก็ถือว่าดีครับ เป็นโอกาสได้ทำงานได้บริหารเต็มที่ อยากจะปรับอะไรจะแก้ไขอะไรก็สามารถทำได้เต็มที่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือบริหารเส้นทางบิน โดยปรับลดเส้นทางบินให้เหลือสั้นที่สุดและมีศักยภาพที่สุด เพราะยิ่งบินไกลต้นทุนน้ำมันยิ่งสูง ขณะนั้นน้ำมันแพงขึ้นสามเท่าตัว ต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 30% ของต้นทุนสายการบิน โชคดีที่วิกฤติไม่ยืดเยื้อมาก และประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แม้จะมีเหตุการณ์อะไรนักท่องเที่ยวก็ยังกลับเข้ามา ทำให้เราสามารถผ่านมาได้ แต่ยากสุดคือวิกฤติโควิด ไม่เคยคิดว่าเครื่องบินจะต้องหยุดบิน มันเหมือนโลกหยุดหมุน เศรษฐกิจก็ชะงัก คนเดินทางไม่ได้ ต้องยกเครดิตให้ฝ่ายการเงินและบัญชีที่ช่วยเจรจากับแบงก์ให้เข้าใจสถานการณ์ของบริษัท ขณะเดียวกันเราก็ต้องบริหารจัดการต้นทุนทุกด้าน เครื่องบินคืนได้ก็คืน มีการปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงขอความร่วมมือพนักงานปรับลดเงินเดือนในช่วงนั้น พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ อีกทางต้องพยายามผลักดันให้เปิดประเทศและกลับมาบินอีกครั้ง หลังจากหยุดบินแบบซีโร่ไปเดือนกว่าๆ และประเทศไทยล็อกดาวน์อยู่ปีครึ่ง จนถึงวันนี้เส้นทางบินยังกลับไปไม่ครบเท่าก่อนโควิด จากพีกสุดเราเคยมีเครื่องบิน 40 ลำ ปัจจุบันเหลือ 23 ลำ “กัปตันเต๋” เติบโตมาในครอบครัวแบบไหนผมโตมาแบบธรรมดาๆไม่ได้เน้นอะไรพิเศษ เรียนหนังสือตามปกติ ตอนประถมมีรถมารับที่โรงเรียน แต่พอขึ้นมัธยมบางวันอยากอยู่เย็นเล่นบอลกับเพื่อน ผมก็ขึ้นสองแถวต่อรถเมล์จากโรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนกลับบ้านเอง เวลาอยากได้อะไรก็เก็บค่าขนมซื้อ ถ้าของแพงหน่อยถึงจะขอคุณแม่ หรูสุดคือชวนเพื่อนไปนั่งโรงแรมโอเรียนเต็ล โต๊ะหนึ่ง 10 คน สั่งค็อกเทล 2 แก้ว ตอนอยู่มัธยมจำได้ว่า “นาย” (คุณพ่อ) ถามว่าโตขึ้นอยากทำอะไร ผมบอกว่าอยากทำไร่อยากมีฟาร์ม นายก็นิ่งไปไม่ถามอะไรต่อ สไตล์เขาคือถ้าอยากให้เราทำอะไร จะหว่านล้อมบอกข้อดีต่างๆ แต่ไม่เคยบังคับ ปล่อยให้เราตัดสินใจเอง พอเข้ามหาลัยได้คณะบริหาร จุฬาฯ รู้ตัวแล้วว่าต้องมาช่วยธุรกิจครอบครัว หลังเรียนจบก็มาทำงานภาคพื้นสายการบิน รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเข้าใจธุรกิจ จึงขอนายไปเรียนขับเครื่องบิน อยากเรียนเพื่อให้เข้าใจธุรกิจ แรกๆนายถามทุกวันว่าเอาจริงเหรอ ผมเรียนที่ศูนย์ฝึกการบินพลเรือน ใช้เวลาหนึ่งปี จากนั้นก็บินทุกเส้นทางของบางกอกแอร์เวย์ส เริ่มจากเส้นทางใกล้ๆก่อน ทำงานสักพักถึงได้รับมอบหมายงานบริหาร เรียกว่าคลุกคลีกับงานปฏิบัติการมาตลอด คุณพ่อถ่ายทอดวิทยายุทธอะไรให้บ้างเวลาทำงานผมติดปากเรียกคุณพ่อว่า “นาย” ท่านเป็นนักคิดที่มองการณ์ไกลมาก ท่านมักพูดว่าทำไปเถอะทำไปก่อนเดี๋ยวก็เห็นเอง ท่านคงเห็นหน้าเราไม่เชื่อ แต่บางเรื่องก็เร็วเกิน (หัวเราะ) คือเป็นผู้มาก่อนกาลเสมอ อย่างสนามบินสมุยเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของท่านจริงๆ นายมองว่าเราควรหาเส้นทางใหม่ที่ไม่ชนกับการบินไทย สมัยนั้นสมุยเดินทางไปเที่ยวยาก ทุกวันนี้เราบินสมุยวันละ 50-60 เที่ยว จากที่เริ่มบินมีผู้โดยสารวันละ 100 คน อย่างช่วงก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ท่านบอกว่าห้ามกู้ดอลลาร์นะ เห็นท่าสถานการณ์ไม่ดี ทำให้บริษัทรอดมาได้ ในฐานะคุณพ่อท่านเป็นคนดุ แต่ไม่ใช่คนพูดเยอะ สักอาทิตย์หนึ่งช่วงเย็นๆมานั่งคุยกัน ท่านจะเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง ธุรกิจเป็นยังไง ท่านจะเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ ใครมีอะไรจะถามไหม ก็ไม่ถึงกับสอนเป็นเรื่องเป็นราว แต่มีอันหนึ่งที่ท่านบอกเสมอคือ เวลาทำอะไรศึกษาให้ครบเอาให้มั่นใจ แล้วก็เดินไปข้างหน้า ดูแล้วมั่นใจแล้วอย่าลังเลให้เดินหน้าไปเลย แล้วก็เรื่องทำอะไรต้องให้ทะลุทำให้เสร็จ ต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง อย่างสนามบินสมุย ถ้าไม่เชื่อมั่นก็คงต้องหยุดไปหลายครั้ง เพราะมีอุปสรรคเยอะไปหมด แต่นายก็สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ ถ้าท่านถอดใจตั้งแต่แรกอาจไม่มีสนามบินสมุยมาถึงวันนี้ ภายใต้การนำของ “กัปตันเต๋” บางกอกแอร์เวย์สพุ่งเป้าไปทิศทางไหนผมมองไปที่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บทบาทไม่ได้จำกัดแค่การเป็นสายการบิน แต่พัฒนาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการธุรกิจการบิน ครอบคลุมทั้งธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนามบิน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบิน ซึ่งเป็นศักยภาพสำคัญที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบิน เราเป็นสายการบินระดับภูมิภาคที่ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ผ่านการบริการที่ใส่ใจ เราเชื่อมโยงผู้โดยสารจากทั่วโลกสู่จุดหมายปลายทางในประเทศไทยและเอเชีย โดยปัจจุบันให้บริการเส้นทางการบินครอบคลุม 19 จุดหมาย ใน 7 ประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรทั้งแบบ Codeshare และ Interline ทำให้ขยายเครือข่ายการเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศได้กว้างขวางขึ้น ทั้งยุโรป, ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย โดยสามารถให้บริการในเส้นทางระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องดำเนินเที่ยวบินระหว่างประเทศ หรือเพิ่มต้นทุนในการลงทุนเครื่องบินสำหรับเส้นทางเหล่านั้น ผมยังเห็นว่าเมืองไทยมีเสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะยุโรป แนวโน้มนักท่องเที่ยวไม่ลด เราเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวโลกชื่นชอบ ดูได้จากการเติบโตของสนามบินต่างๆในไทย ซึ่งดีกว่าทุกประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ยกเว้นสิงคโปร์ หลังโควิดคนเดินทางเปลี่ยนพฤติกรรมไปหมดแล้ว อะไรคือกลยุทธ์ต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ๆผมก็คอยมองหาจังหวะไปเรื่อยๆ ผมเชื่อในเรื่องพาร์ตเนอร์ การมีเพื่อนทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ง่ายกว่าการทำอะไรคนเดียวแน่นอน อยู่แบบมีเพื่อนดีกว่า ร่วมมือกันทำงานด้วยกัน ผมทำอะไรชอบมีพันธมิตรชอบมีเพื่อนทำอะไรไปด้วยกัน ประเทศไทยมีโอกาสอีกเยอะ มันไม่ตันหรอก อยู่ที่ว่าเรามองเห็นโอกาสนั้นไหม บางกอกแอร์เวย์สยังคงเน้นขยายธุรกิจไปยังสิ่งต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับสายการบิน เราเป็นสายการบินที่มีสนามบินเป็นของตัวเอง เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินงานสนามบิน 3 แห่ง คือสนามบิน สมุย, สนามบินสุโขทัย, สนามบินตราด และในอนาคตจะเข้าไปบริหารจัดการสนามบินอู่ตะเภา ผมมองเห็นโอกาสเติบโตของสนามบินอู่ตะเภา ทุกวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้ 60-80 ล้านคนต่อปี สนามบินดอนเมืองรองรับได้ 30-40 ล้านคนต่อปี สนามบินอู่ตะเภาก็น่าจะได้ 60 ล้านคนต่อปี สามารถสู้สิงคโปร์ที่ประกาศว่า จะขยายให้ได้ 200 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้เรายังดำเนินธุรกิจบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครอบคลุมตั้งแต่บริการภาคพื้นและลานจอดอากาศยาน, บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงบริการครัวการบิน ให้บริการอาหารบนเที่ยวบินโดยสารเชิงพาณิชย์, เที่ยวบินสำหรับผู้โดยสาร VIP และเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว รวมถึงห้องรับรองในสนามบิน เรามีศูนย์ผลิตอาหารตั้งอยู่ใน 5 สนามบิน อะไรทำให้ “บางกอกแอร์เวย์ส” ครองความเป็นหนึ่งในใจนักเดินทางผมเชื่อมั่นว่าการทำของดีมีคุณภาพ ทำของที่คุ้มค่าเงิน บวกกับความจริงใจในการให้บริการ มันยังเป็นคุณค่าของบางกอกแอร์เวย์สตลอดไป แม้ต้นทุนการให้บริการจะสูง แต่เรายังยืนหยัดในมาตรฐานของเรา กัปตันเป็นผู้นำสไตล์ไหนผมชอบคลุกคลีใกล้ชิดกับลูกน้อง ทุกวันนี้ยังทำหน้าที่นักบินบ้าง เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะกับผู้ร่วมงานในส่วนที่เป็นงานปฏิบัติการ ได้แวะดูสถานีแต่ละที่ว่าเป็นไง การทำงานของน้องๆเป็นยังไง บางครั้งก็พบว่ามีอะไรที่ควรปรับควรแก้ ได้เจอผู้โดยสารฟีดแบ็กกลับมา ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามาก งานรัดตัวขนาดนี้ มีวิธีบาลานซ์งานกับชีวิตส่วนตัวยังไงพอเราทำงานธุรกิจแบบนี้ต้องเดินทางตลอด แต่ผมพยายามจะหาเวลาจัดสรรให้ได้ บางครั้งไปทำงานจึงพาครอบครัวไปด้วย พยายามบาลานซ์ระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ผมชอบหาแรงบันดาลใจจากการเดินทางและชอบเดินตลาด ไปเที่ยวด้วยไปทำงานด้วย ผมเป็นคนยกความเครียดออกได้ง่าย ถ้าเป็นเรื่องงานกลับถึงบ้านปิดสวิตช์เลย บางครั้งเหนื่อยๆก็แอบชมตัวเองบ้าง เท่าที่ผมเจอประสบการณ์มา เวลาเจอปัญหาให้วางมันลงก่อน อย่าไปหมกมุ่นกับมันมาก เดี๋ยวกลับมาดูใหม่จะคิดหาทางออกได้เอง.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่