ทริปดำน้ำชมธรรมชาติใต้ทะเลที่ “แสมสาร” อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เที่ยวนี้ รวบรวมบรรดาครอบครัวเพื่อนๆของลูกสาวชั้น ป.2 และผู้ปกครองรวม 12 ชีวิต เรานัดหมายกันไว้หลายสัปดาห์ก่อนหน้าจับจองที่พักและกำหนดเวลาในการดำน้ำ เด็กๆทุกคนตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวค้างแรมกับเพื่อนๆ และได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วยการดำน้ำตื้น หรือสน็อกเกิล เด็กทุกคนเตรียมพร้อมกันตั้งแต่ อยู่ที่ท่าเรือ ทั้งชุดว่ายน้ำ เสื้อชูชีพ และหน้ากากสน็อกเกิลลูกสาวผมดูจะตื่นเต้นกว่าใคร คาดหน้ากาก สน็อกเกิลไว้ที่หน้าผากตั้งแต่ยังไม่ลงเรือเลยด้วยซ้ำ หลังฝึกฝนหายใจทางปากผ่านท่ออากาศ เวลาอยู่ใต้น้ำจากสระว่ายน้ำมาก่อน เพื่อความพร้อมเวลาลงทะเลของจริง “กัปตันโฟล์ก” หนุ่มน้อยทำหน้าที่คนขับเรือสปีดโบ๊ตของ “ซีแอตเทิล แสมสาร รีสอร์ต” ดูแลคณะผู้ปกครองและเด็กๆเป็นอย่างดี อธิบายถึงการดำน้ำสน็อกเกิล การปฏิบัติตัวในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามทิ้งขยะ และห้ามเหยียบปะการัง จุดหมายที่เด็กๆจะได้ดำน้ำตื้นอยู่ที่ “เกาะจวง” เกาะเล็กๆที่นั่งเรือมาเพียง 30 นาที เป็นจุดที่มี “ปลาสลิดหินบั้ง” บางคน เรียกกันติดปากว่า “ปลาลายเสือ” ด้วยว่า ข้างลำตัวของปลามีลายสีดำเป็นเส้นๆ อยู่ตามลำตัวคล้ายลายของเสือนั่นเอง ทีมงานของกัปตันโฟล์กพาเด็กดำน้ำ ถ่ายภาพกับฝูงปลาสลิดหินบั้งว่ายล้อมหน้าล้อมหลังกันอย่างสนุกสนาน เก็บภาพ ความประทับใจไว้ว่า ครั้งแรกในชีวิตเด็กๆ ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมดำน้ำตื้นเช่นนี้ภายในเมืองแสมสารย่านตลาดสดแสมสารยังคงคึกคัก กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยแวะซื้ออาหารทะเลสดๆจากตลาดไปทำกินกันเอง ทำเอา รถราติดขัดอยู่พอสมควร แต่พอตกดึกบรรยากาศของแสมสารเงียบสงบ แตกต่างจากพัทยาลิบลับ เพราะพัทยาช่วงเวลาทอง คือ ยามค่ำคืน แสง สี เสียงพึ่บพั่บไปหมด “แสมสาร” จึงเหมาะ สำหรับการพักผ่อนสบายๆกับครอบครัว มาเยือน ถิ่นอาหารทะเลสดๆเช่นนี้ ต้องไม่พลาดหาของ อร่อยมาฝากท่านผู้อ่านเช่นเคย “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “ครัวริมเขื่อน” ของ คุณลุง เทียน พรงาม อายุ 79 ปี ร้านแห่งนี้ขับผ่านหน้า ซุ้มประตูทางเข้าแสมสารมานิดเดียว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของกองทัพเรือ ร้านอาหารเล็กๆที่เปิด มานานนับสิบปี ตั้งอยู่ร้านเดียวริมเขื่อนชายฝั่งทะเล ด้วยสภาพพื้นที่บริเวณนี้เป็นร่องน้ำลึกจึงเป็นจุดที่กองทัพเรือใช้จอดเรือรบ สบโอกาสได้มองเห็นความยิ่งใหญ่องอาจของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกและลำเดียวในประเทศไทย ทอดสมอเตรียมความพร้อมอยู่ที่ท่าเรือจุกเสม็ด บริเวณร้านครัวริมเขื่อน ยังมองเห็นสะพานท่อส่งก๊าซและน้ำมันให้กับบรรดาเรือพาณิชย์ไว้ใช้เดินเรืออีกด้วย ส่วนเรื่องอาหารไปสะดุดตากับเมนูแนะนำ “หมึกผู้การ” เป็นเมนูยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มาจะต้องสั่งรับประทาน “หมึกผู้การ” ใช้หมึกสดๆ มาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วนำไปชุบแป้งทอดด้วยสูตรแป้งของทางร้าน ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ กัดแล้วกรอบเนื้อหมึกเด้งๆ หนึบๆ ทานเปล่าๆ หรือจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มรสชาติก็อร่อยไม่แพ้กัน แม้เวลาจะผ่านไปนานสักระยะจนหมึกผู้การที่ยกมาเสิร์ฟเริ่มเย็น แต่พอหยิบกินกัดแป้งเข้าไปยังกรอบเหมือนเดิม ไม่แปลกใจว่าทำไมจึงเป็นเมนูยอดนิยมของร้านนี้จานต่อมา “กุ้งซอสมะขาม” กุ้งแช่บ๊วยทอดกรอบกินได้ทั้งตัว ผัดคลุกซอสมะขามชุ่มฉ่ำ โรยด้วยหอมแดงเจียวกรอบๆ เมนูนี้รสชาติถึงเครื่อง ถึงรสเปรี้ยวนำ หวานตาม มีพริกแห้งทอดไว้เพิ่มความแซ่บสะท้านให้ถึงใจ “ทอดมันกุ้ง” เมนูโปรดของเด็กๆ อร่อยถึงขั้นต้องสั่งเพิ่ม เนื้อกุ้งสับปรุงรสชาตินวดจนเหนียวได้ที่ ปั้นเป็นรูปทรงกลมแล้วกดให้แบนลงเล็กน้อย นำไปชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดให้กรอบ เมนูอร่อยทานง่ายที่ผู้ใหญ่ยังหลงรัก “กุ้งเผา” กุ้งแชบ๊วยไซส์กำลังพอเหมาะ เผาให้ กลิ่นหอม ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บอร่อยเด็ด“ส้มตำปูม้า” อาหารประจำทุกครอบครัว สำหรับส้มตำรสชาติแซ่บหายห่วง แต่สำคัญอยู่ที่ปูม้าสดจริงๆ คุณแม่บ้านเพลิดเพลินกับ การแคะ แกะเนื้อปู ดูดกินกันอย่างสนุกสนาน มาทะเลทั้งทีจะกินข้าวสวยแบบธรรมดาๆก็คง จะใช่ที่ ต้องสั่ง “ข้าวผัดปู” มาวัดดูฝีมือแม่ครัว กันหน่อย พอข้าวผัดมาเสิร์ฟเท่านั้น ต้องยอมรับ ว่า แม่ครัวร้านนี้เขามือถึงจริงๆ ข้าวผัดปู เม็ดข้าว เรียงสวย ไม่จับตัวเป็นก้อน ผัดกับไข่แครอท และเนื้อปูแกะ แค่กิน “ข้าวผัดปู” จานนี้กับ อาหารอร่อยๆ ก็ช่วยเพิ่มการรับประทานอาหารประจำวันให้เป็นมื้อสุดพิเศษแล้ว จานสุดท้าย “เนื้อปูผัดผงกะหรี่” เนื้อปู ล้วนแกะมาพร้อมรับประทานผัดมากับเครื่องผงกะหรี่หอมขึ้นจมูก จานนี้ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ มันเข้ากันดีชะมัด เติมพริกน้ำปลาลงไป นิดๆ กินแล้วเจริญอาหารสุดๆ เรียกได้ว่า เอาจานนี้มาวางปุ๊บ หมดปั๊บด้วยความอร่อยของ “เนื้อปูผัดผงกะหรี่” ทำให้ผมถึงกับลุกจากเก้าอี้ ย่องเข้าไปหลังร้าน พบกับ คุณตุ่ม–ลักษณา ไข่มุก อายุ 54 ปี แม่ครัวมือหนึ่งประจำร้านกำลังยืนบัญชาการอยู่หน้าเตา“เนื้อปูผัดผงกะหรี่อร่อยมากเลยครับ” ผมออกปากชมทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในครัว“ต้องเคี่ยวน้ำกะทิกับผงกะหรี่ให้เข้ากันดีก่อนปรุงจ้ะ” คุณตุ่มเผยเคล็ดลับ ระหว่างคุยกัน ออเดอร์ “เนื้อปูผัดผงกะหรี่” ก็ถูกสั่งจากลูกค้าที่เข้ามาใหม่ สบโอกาส ได้เห็นการปรุงของแม่ครัวมือฉมัง คุณตุ่มเทน้ำกะทิลงไปในกระทะ พอกะทิเริ่มเดือดจึงเติม ผงกะหรี่ลงไปผัดให้เนื้อเนียนเข้ากัน ผัดไปสักพักถึงเติมน้ำมันพริกเผาลงไปเพิ่มสีสัน ปรุงรสชาติด้วยซอสฝาเขียวลงไปเล็กน้อย ตามด้วยน้ำปลาอย่างดี เคี่ยวให้ได้ที่จากนั้นจึงนำเนื้อปู ล้วนๆที่แกะเตรียมไว้แล้วลงไปผัดคลุก ตบท้าย ด้วยใส่พริกชี้ฟ้าซอย ต้นหอม และใบขึ้นฉ่ายลงไปผัด ก่อนตักเสิร์ฟลงจาน เป็นเมนูที่ดูแล้วทำไม่ยาก แต่มันขึ้นอยู่กับรสมือคนทำในการมัดใจลูกค้า คุณตุ่มเล่าว่า “อาหารของครัวริมเขื่อน เป็นอาหารแบบพื้นบ้าน ร้านเราอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบอาหารทะเลจึงสดใหม่ทุกวัน เทคนิคในการทำอาหารต้องทำให้ถึงรสชาติ อย่าไปหวงเครื่อง และอย่าไปเสียดายของ เด็ดขาด เครื่องปรุง กะปิ น้ำปลา ทุกอย่าง ต้องใช้ของดี ของสด เครื่องปรุงดี อาหารถึงจะอร่อยได้รสชาติ ย่านนี้เป็นเขตพื้นที่ ทหารเรือดูแลความเรียบร้อย ทำให้หาดนางรำ และหาดนางรองเป็นที่นิยม เพราะน้ำทะเลใส หาดสวยสะอาด แต่หาดปิดเวลา 18.00 น. ร้านเรา จะได้ลูกค้ากลุ่มที่มาเที่ยวเล่นน้ำทะเล มาทานอาหารค่ำที่ร้าน เชิญแวะมาทานอาหาร พื้นบ้าน ราคาเป็นกันเอง” สนนราคา ต้มยำทะเล หม้อละ 200 บาท, ส้มตำปูปลาร้า 100 บาท, ห้อยจ้อปู 120 บาท, ทอดมันกุ้ง 200 บาท, ข้าวผัดปูจานใหญ่ 220 บาท, หมึกผู้การ 180 บาท, กุ้งเผา 320 บาท, เนื้อปูผัดผงกะหรี่ 200 บาท และกุ้งซอสมะขาม 200 บาท ร้าน “ครัวริมเขื่อน” เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. โทรศัพท์ 08–2390–1767.คุณชายแป๊ะคลิกอ่านคอลัมน์ “คุณชายตะลอนชิม” เพิ่มเติม