“อำนาจ” ที่ได้มานั้นว่ายาก แต่ถึงช่วงเกลี่ยแบ่งยิ่งยากกว่า สังเกตหน้าตา “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ห้วงนี้ดูไม่ค่อยแช่มชื่นเหมือนเคย ยิ่งเมื่อต้องตอบคำถามถึงการฟอร์มรัฐบาลที่พักหลังชักไม่อยากเอ่ยแอะ โดยที่คิดหนักคงไม่พ้น เอายังไงกับ “พรรคกล้าธรรม”จะดึงทีม “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาค่ายสีเขียว เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือถ้าต้องให้ร่วมวงอำนาจ จะจัดสรรที่นั่งที่อยู่ที่ยืนให้แบบใดในโจทย์ที่นายกฯอนุทินให้คำตอบคนเดียวไม่ได้ ยังไงก็ต้องให้ผู้คุมเกมอย่าง “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” ตัดจบเป็นคำตอบสุดท้ายบนกระดานนั่นยังไม่รวมผู้หลักผู้ใหญ่แบ็กอัปเบื้องหลังไฟเขียวหรือไม่ตามรูปการณ์ วันนี้กล้าธรรมยังมีโอกาสร่วมวงอำนาจแม้จะริบหรี่ เพราะโดนไล่ทุบกดดัน จน “ธรรมนัส” เริ่มเสียงแผ่ว ล่าสุดเตรียมลัดฟ้าบินทัวร์ยุโรป มอบ “ดร.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ “ไผ่ ลิกค์” เลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนดีลร่วมรัฐบาลโอกาสสูงต้องยอมสยบเป็นอ้ายเสือถอย “หมอบ” แลกตั๋วอำนาจไปจนกระทั่งมีกระแสข่าวกดดัน “ธรรมนัส” ยับเยิน ชนิดอาจต้องถอยสุดกระดาน ยอมเสียสละตัวเอง ไม่รับตำแหน่งใดๆในรัฐบาลเพื่อเลี่ยงปมเสี่ยงจริยธรรมถ้าออกรูปนี้ก็ปั่นภาพหรูให้ “อนุทิน” ผุดผ่องเป็นยองใยทั้งนี้ เพราะมีอีกปัจจัยสำคัญ กรณีที่ต้องเอากล้าธรรมไว้ นั่นคือ ถ้าเขี่ยผู้กองไปอยู่ปีกฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ตอนนี้ก็ถือว่าปล่อยให้ “คนมีของ” มีเขี้ยวเล็บกลายเป็นศัตรู ภูมิใจไทยก็ต้องรอรับได้เลย อาวุธลับ อาวุธหนักเขย่าอำนาจฉะนั้นการเอาไว้ใกล้ตัวน่าจะเซฟ เพื่อโจทย์งานรัฐบาลภาพรวม และเพื่อแผนการเมือง ล็อกเก้าอี้ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง หาช่องเติมพลังได้ไม่ถนัด บอนไซหอกข้างแคร่สีเขียวกล้าธรรมให้กล้าทำในวงจำกัดอยู่ในกรอบภายใต้ร่มเงาสีน้ำเงิน ไม่แข่งใหญ่ในภายหน้าอีกทั้งก็เพื่อ “ถ่วงดุล” พรรคเพื่อไทยไม่ให้ยึกยัก เพราะหลังจากมอบตัวขอร่วมวงแบบไม่มีเงื่อนไข เวลานี้ค่ายสีแดงเริ่มมีสุ้มเสียงเชิงต่อรอง มีข่าวจับจ้องจองกระทรวงนั้นกระทรวงนี้เลยเจอสวนด้วยกระแสข่าวมั่วผสมเช่นที่ว่า “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย บิ๊กเพื่อไทย จ่อคัมแบ็ก กระทรวงกลาโหมหนที่ 3 ปรับบทให้เหี้ยมปราบเขมรเจอลูกหลงกระหน่ำด้วยเฟกนิวส์สกัดทันควันทั้งหมดทั้งปวง โอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะถูกเขี่ยก็ใช่จะไม่มี กรณีค่ายน้ำเงินพลังสูงเช็กสัญญาณบ้านเมืองจากผู้ใหญ่ ลมไม่เปลี่ยนทิศ ยังถูกเลือกเป็น “ม้าตัวเดียว”และหาก “ธรรมนัส” เติมของไม่เข้าก็ยังปิ๋วได้ทุกเมื่ออย่างไรก็ดี กับสมการฟอร์มทีมอำนาจ วันนี้ตัวเลขเสียงรัฐบาลโดยรวม เบื้องต้นพรรคภูมิใจไทยล็อกเพื่อไทยไว้ในมือเกินครึ่ง บวกพรรคเล็กค่ายจิ๋ว ปริ่ม 300 เสียงจะเติมกล้าธรรมเข้ามาหรือไม่ก็ตาม เสถียรภาพแน่นจนล้นแล้วชนิดมองฉากทัศน์ล่วงหน้าได้ เมื่อถึงคิวต้องเกลี่ยเก้าอี้แบ่งเค้ก เอาเฉพาะภายในพรรคภูมิใจไทย แค่กลุ่มก๊กซุ้มบ้านใหญ่ 30–40 กลุ่มหลักๆ กับเก้าอี้ที่ต้องหักโควตานายกฯกันไว้ให้มืออาชีพ 3–4 ที่นั่งเหลือแค่ 30 เก้าอี้ ให้จัดสรรภายในพรรค พรรคร่วมรัฐบาล ไปจนกระทั่งค่ายเล็กค่ายจิ๋วที่รวมตัวอย่างล่าสุดตั้งกลุ่ม “บางปู” รวม 5 พรรคการเมือง ทั้งเพื่อชาติไทย รวมใจไทย พรรคใหม่ ไทยทรัพย์ทวี รวมพลังประชาชน 7-8 สส.มอบตัวกับภูมิใจไทยแต่ต้น ก็อยากได้โควตาเช่นกันประเมินเสียงรัฐบาล ไม่ว่าจะ 300 หรือทะลุ 350 เสียง ก็คงทำพรรคแกนนำภูมิใจไทยคิดหนักทุกทาง จนอาจต้องใช้สูตรยุครัฐบาลเสียงล้นแบบไทยรักไทยในอดีต สลับกันนั่งเก้าอี้ ทุก 6 เดือนได้จัดมหกรรมเก้าอี้ดนตรีกันสนุกสนานเพราะเกมบริหารอำนาจฉบับก็อดฟาเธอร์ อัดฉีดกล้วย ไม่ได้กล้วยอย่างที่คิด.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม