สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยตกอยู่ในขั้นวิกฤติหนัก เมื่อองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศดัชนีรับรู้การคอร์รัปชันปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 19 ปี ในปี 2568 โดยประเทศไทยได้เพียง 33 จากคะแนนเต็ม 100 อยู่ลำดับที่ 116 ของโลก ลดลงจากปี 2567 ทั้งคะแนนและลำดับ รั้งท้ายอาเซียน เหนือแค่ เมียนมา และกัมพูชา สะท้อนภาพรวมของประเทศภายใต้การบริหารของรัฐบาลในปี 2568 หน่วยงานรัฐทั้งหมด พฤติกรรมของเอกชน ประชาชนที่จ่ายสินบน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศมีสภาพติดลบ นักลงทุนต่างชาติผวา ทำธุรกิจในไทยต้องจ่ายสินบนสูงมากคอร์รัปชันมีสาเหตุจากโครงสร้าง—ระบบ โดยนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีต สว. ชี้ให้เห็นปัญหา ทั้งกฎหมายที่ล้าหลัง มีช่องโหว่ รวมถึงฝ่ายบริหารแต่ละองค์กรรัฐตั้งใจทำให้ระบบตรวจสอบภายในไร้ประสิทธิภาพ รวมถึงระบบอุปถัมภ์เข้มแข็ง อาศัยพวกพ้อง เครือข่ายจากหลักสูตรอบรม ต่างๆ ทำให้เกิดการร่วมมือโกงกันตั้งแต่ระดับบนถึงล่างหน่วยงานรัฐมักออกระเบียบกีดกันรายใหม่ เหมือนล็อกสเปกให้เอกชนเจ้าประจำ 2—4 รายผูกขาดงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บางกรณีมีบริษัทจำแลงหรือบริษัทในเครือมีกรรมการที่มีนามสกุลเดียวกันเข้าร่วมประมูล เพื่อสร้างภาพว่ามีการแข่งขัน ทำให้คาดการณ์มีการทุจริตในงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงถึง 5 แสนล้านบาทต่อปีข้อเสนอปฏิรูปเชิงบริการ—กฎหมาย ถูกจุดพลุขึ้นอีกครั้งให้รัฐบาลชุดใหม่ปฏิรูป กฎหมาย สังคายนา ยกเลิกกติกา ระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อลดภาระ รวมทั้งปิดช่องการเรียกรับสินบน ปฏิรูประบบราชการให้เล็กลง แต่ทันสมัยในรูปแบบรัฐบาลดิจิทัล ช่วยประหยัดงบประมาณ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินนับเป็นนิมิตหมายที่ดีเมื่อผู้นำประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง ยอมรับถึงเกณฑ์สอบตกภาพลักษณ์ความโปร่งใสต่ำ เตรียมยกระดับ เป็นวาระแห่งชาติ ประกาศเป็นศัตรูกับการทุจริตคอร์รัปชัน เช่นเดียวกับปัญหายาเสพติด สแกมเมอร์ และการฟอกเงินรัฐบาลชุดใหม่ให้สัญญาประชาคม จะยกเลิกกฎหมายที่เป็นภาระ ลดขั้นตอนขออนุมัติ ขออนุญาต ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ข้อมูลทุกโครงการโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลต่อสังคม หากทำตามนี้ได้ ดัชนีคอร์รัปชันปี 2569 จะเป็นเคพีไอ ที่ใช้วัดพฤติกรรมในการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม