รอยด่างมหกรรมเลือกตั้ง 2569 สนามชลบุรี เขต 1 กลายเป็นจุดบอดของประชาธิปไตยประเทศไทย ตามภาพปรากฏการณ์มวลชนประท้วงให้นับคะแนนใหม่ ไม่ใช่แค่คนไทยทั้งประเทศ แต่หมายถึงสายตาสังคมโลกจับจ้อง เพราะ จ.ชลบุรี คือที่ตั้งพัทยา บางแสน หมุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวอันดับต้นๆที่คนต่างประเทศรู้จักดีหนีไม่พ้นภาพข่าวกระพือในสื่อต่างชาติ ประจานมาตรฐานการเลือกตั้งในเมืองไทย กระบวนการโกงเลือกตั้งแบบทื่อๆ วิธีการทุจริตนับคะแนนแบบล้าหลัง ยังเกิดขึ้นได้แม้แต่เมืองใหญ่ในระดับอินเตอร์ พื้นที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ นับประสาอะไรกับพื้นที่ชนบท จังหวัดไกลปืนเที่ยง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สภาพโกงสะบั้นหั่นแหลกไม่ได้น่าแปลกใจกับผลเลือกตั้งสส. ขนาดนานาชาติก็มองทะลุปรุโปร่ง อยู่ที่ว่าจะจัดเครดิตประเทศไทยอยู่ในโซน ไหนของกลุ่มประเทศพัฒนาการประชา ธิปไตย ในเมื่อกระบวนการเข้าสู่อำนาจ ผ่านการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปตามเจตนา รมณ์แท้จริงของผู้กาบัตรในคูหา แต่เต็มไปด้วยปัจจัยแฝง ไม่ใช่แค่ซื้อเสียง แต่ส่อซื้อหน่วยเลือกตั้งโกงคะแนนโลกหมุนไปข้างหน้าแต่การเลือกตั้งใหญ่ปี2569 ย้อนอดีตกลับไปเกือบ 70 ปี เมื่อถูกเทียบเคียงกับการเลือกตั้งใหญ่ปี 2500 ที่บันทึกไว้ว่าสกปรกสุดในประวัติศาสตร์ไทย โกงกันแหลกลาญ เวียนเทียนกาบัตร นับคะแนนไฟดับเปลี่ยนหีบ เพียงแต่ตอนนั้นไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คอยกำกับกติกาเหมือนยุคนี้สรุปมีหรือไม่มี กกต.ก็ไม่ต่างกัน ถึงจะมีกรรมการคุมกติกาเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาก็ไร้ความหมาย มาถึงจุดนี้ กกต.ขอโทษก็ไม่เพียงพอกับการรับผิดชอบความเสียหายใหญ่หลวง การเลือกตั้ง 2569 ไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้สิทธิว่าตรงตามเจตนารมณ์แท้จริงหรือไม่ หลายคนเชื่อไปแล้วโกงกันมโหฬารกระตุ้นเสียงวิจารณ์กึ่งประจาน กกต. ที่ได้รับการคัดสรรจาก “สว.สายน้ำเงิน” รับสัญญาณจากอำนาจการเมือง และพาลไปถึงกระแสต่อต้านมาตฐานการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ล้วนเชื่อมโยงจุดกำเนิดจาก สว.สีน้ำเงิน ชุดนี้แต่อย่าย่ามใจประเมินต่ำจากผลประชามติที่ออกมาประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 กา “เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นหมายถึงต้องการรื้อวงจรอุบาทว์ในองค์กรอิสระ คะแนนประชา มติเชื่อได้ว่าไม่มีปัจจัยแฝงจูงใจ ประชาชนต่างออกเสียงตามความต้องการที่แท้จริงต่าง กับผลการเลือกตั้ง สส.ที่เพี้ยนไปเพี้ยนมา.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม