ใครคือนายกรัฐมนตรี...เป็นคำถามที่คนไทยทุกคนต่างก็ต้องการคำตอบเนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่จะนำพาประเทศไปทางไหนเพราะเขาคือหัวเรือสำคัญที่จะทำให้เห็นทิศทางได้ทั้งหลายทั้งปวงในคำถามนี้ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งที่แต่ละพรรคจะได้จำนวนเท่าใดคือตัวชี้ขาด นี่คือเข็มชี้วัดที่สำคัญสุดแน่นอนว่าพรรคการเมืองที่มีโอกาสมากที่สุดน่าจะอยู่ที่ 2 พรรค1.พรรคขั้วอนุรักษ์นิยม2.พรรคขั้วรุ่นใหม่ทั้ง 2 พรรคนี้หากได้คะแนนมาที่ 1 ก็ไม่มีปัญหาแต่ “ขั้วรุ่นใหม่” นั้นจะต้องได้ สส.เกินกว่ากึ่งหนึ่งคือ 250 ขึ้นไปสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เลย!แต่ถ้าได้อันดับ 1 แต่เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง การตั้งรัฐบาลก็ไม่ง่ายต่างกับ “ขั้วอนุรักษ์” ขอเพียงได้ที่ 1 เท่านั้นก็ได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างชัวร์ ยิ่งได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็ยิ่งไปโลดเลยแต่ถ้าไม่ถึง 250 เสียงก็ไม่มีปัญหา เพราะการเป็นพรรคที่ได้อันดับ 1 นั้นมีความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อนแม้จะมีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง โอกาสที่จะตรงกับพรรคการเมืองอื่นนั้นง่ายกว่าเยอะดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะทำให้ “ขั้วรุ่นใหม่” ได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งเพื่อเปิดทางให้ “ขั้วอนุรักษ์” มีโอกาสได้หายใจบ้างนี่เป็นสถานการณ์การเมืองไทยหลังกาบัตรที่ญี่ปุ่นซึ่งมีการเลือกตั้งวันเดียวกับไทย คือ 8 ก.พ.2569 แต่ดูเหมือนว่าการตั้งรัฐบาลของเขาน่าจะเร็วกว่าของไทยเนื่องจากคะแนนนิยมของพรรครัฐบาลนั้นเหนือกว่าฝ่ายค้านมากต่างกันแบบไม่มีทางต่อสู้เลย...ว่างั้นเถอะ!ดังนั้น ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคไหนได้เป็นแกนนำรัฐบาล จึงรู้ก่อนที่จะกาบัตรเสียอีกทำให้ไม่ต้องลุ้นอะไรมากนักต่างกับของไทยที่พรรคการเมืองใหญ่คะแนนนิยมใกล้เคียงกันมาก พูดง่ายๆว่าสูสีหายใจรดต้นคอและพลิกผันตลอดทำให้คะแนนเสียงใกล้เคียงกันมากอยู่ที่ผลคะแนนสุดท้าย พรรคไหนจะมากกว่ากันเท่านั้นอีกทั้งการร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็ต่างกันตรงที่บางพรรคก็ร่วมกันง่ายแต่บางพรรคก็ร่วมกันยาก เนื่องจากมีเงื่อนไขเข้ามาเป็นตัวกำหนด“ขั้วรุ่นใหม่” เลยประกาศว่า หากพรรคเขาได้อันดับ 2 ขอเป็นฝ่ายค้านทันทีไม่ต้องรอให้รู้ผลก่อน!เนื่องจากรู้ดีว่า การร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นนั้นมีเงื่อนไขมาก การตกลงกันจึงทำได้ยาก อันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรคเพราะบางมุมก็เหมือนกับปิดทางตัวเองโดยปริยายจึงไม่แปลกที่บางพรรคก็พยายามไม่สร้างเงื่อนไขคือพร้อมที่ร่วมรัฐบาลได้ทุกพรรค ขอให้ได้เป็นรัฐบาลเท่านั้นการจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับจำนวน สส.ของแต่ละพรรคเป็นตัวกำหนด!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม