การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. พ่วงการออกเสียงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อยู่บนทางสองแพร่งระหว่าง ถอยหลังลงคลอง กับ จุดเปลี่ยนประเทศไทย นัยสำคัญของการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็คือการตัดสินอนาคตของบ้านเมือง ลูกศรจะชี้ขึ้นหรือปักหัวลงมา เป็นดัชนีชี้วัดของการเจริญเติบโตของประเทศไทยและต้องยอมรับว่า ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้การปกครองหนึ่งประเทศ สองอุดมการณ์ ไม่ใช่เรื่องของระบอบการปกครองประเทศ แต่เป็นการเลือกบุคคลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เพราะการเมืองไทยยึดตัวบุคคลเป็นหลักปัญหาของคนในประเทศไทย คือการติดกับดักความยากจน รวยกระจุก จนกระจาย ส่วนใหญ่ต้นเหตุของปัญหามาจากการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบของนักการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อชิงกันมามีอำนาจในฝ่ายบริหาร เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิติสงคราม และเป็นต้นตอของระบบอุปถัมภ์ ยังไม่ทันจะลงคะแนนเลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล แต่เปิดปมความขัดแย้งแห่งนิติสงครามเอาไว้บานตะไทตกเป็นขี้ปากสื่อต่างชาติ อาทิ Financial Time เผยแพร่บทวิเคราะห์ ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ก่อนหน้านี้ก็มีความพยายามจะยัดเหยียดให้ไทยเป็นขี้โรคแห่งเอเชียทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยตั้งสมมติฐานจาก ความสำเร็จในระดับภูมิภาคด้านเศรษฐกิจ ทำไมประเทศไทยจึงล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่มีปัจจัยแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีกว่าประเทศในอาเซียน และมีการเริ่มต้นการพัฒนาก่อนประเทศอื่น กลายเป็นว่าไทยกำลังติดกับดักระหว่างความซบเซาและการปฏิรูป ภาวะสุญญากาศทางการเมืองและการลดลงของประชากรทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างเปราะบางครั้งหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่ามีเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียนกลายเป็นคนป่วยของภูมิภาคสื่อต่างชาติอ้างด้วยว่า หลังวิกฤติการเงินปี 2540 ไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตกลับล้าหลังประเทศอื่น ในขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย มีจีดีพีต่อปีสูงกว่าร้อยละ 5 ไทยยังต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ครึ่งหนึ่งของจีดีพี ประเทศเหล่านั้นเจ็บจี๊ด เพราะสื่อต่างชาติวิเคราะห์ถึงขนาดว่า ผลการผลิตหยุดชะงัก การลงทุนชะลอตัว เนื่องจากบริษัทระดับโลกมองการ ลงทุนในประเทศที่มีพลวัต และแรงงานรุ่นใหม่โดยเฉพาะทิศทางและนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลการท่องเที่ยว ที่เป็นเสาหลักของรายได้เข้าประเทศยังเปราะบางจากผลพวงของการแพร่ระบาด โควิด–19 การใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่ำลง ส่งผลถึงการผลิตและการบริการในประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ไม่มั่นคง การหยุดชะงักของนโยบาย การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ช่องว่างการศึกษา หนี้ครัวเรือน ล้วนแต่เป็นอาการของคนป่วย ถ้าไม่รีบปฏิรูปวันนี้ เตรียมรับสภาพผู้ป่วยติดเตียงได้เลย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม