นายวรพจน์ ธรรมชาติ รอง ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่จาก TOYOTA Mobility Foundation (TMF) ได้เข้าหารือกับตนและผู้บริหาร สจส. เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุในประเทศไทย ซึ่งจะดำเนินการร่วมกับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ระยะเวลา 3 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพของข้อมูลอุบัติเหตุให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระยะแรกเป็นการเก็บข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ บริษัทกลาง หน่วยงานสาธารณสุข เช่น ศูนย์เอราวัณ และส่งวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนนำไปวิเคราะห์เชิงลึก ทำแผนการจัดการความเสี่ยง นำไปสู่การแก้ปัญหา ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนรอง ผอ.สจส.กล่าวต่อว่า ในส่วน สจส.ได้ให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะการจัดการอุบัติเหตุในกรุงเทพฯใน 3 ส่วน ดังนี้ 1.พบปัญหาความล่าช้าจากผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยมีการรายงานคู่กรณี 2. การเปิด API ข้อมูลอุบัติเหตุล่าช้า ซึ่งเกิดจากกระบวนการรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เพื่อต้องการตรวจสอบความถูกต้อง หรือข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการในการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลหลัก และ 3. ได้เสนอให้นำข้อมูลจากกล้อง CCTV ของ กทม. หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในจุดที่ไม่มีการติดตั้งกล้อง ให้นำข้อมูลและหลักฐานจากกล้องหน้ารถยนต์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมเสนอให้มีการเก็บข้อมูลอย่างสมบูรณ์ ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วและทันต่อเวลา มาใช้ลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่