ตำรวจนครบาลเร่งล่าโจรชิงทองร้านดังห้างโลตัส สุขุมวิท 50 หลังฉวยจังหวะร้านกำลังปิด มุดประตูที่ปิดไม่สนิทเข้ามาใช้ปืนจี้เทน้ำมันราดขู่เผา กวาดทอง 149 บาท มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท เงินสดอีก 1.7 แสนบาท ขี่ จยย.หนีลอยนวล ผู้การ น.5 สั่งสอบทุกประเด็นสงสัยเหตุโจรบุกเดี่ยวชิงทอง 149 บาท ร้านทองห้างดังย่านสุขุมวิทครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก. สน.พระโขนง พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 บก.สส. บช.น. ฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนง ร่วมประชุมวางแผนไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทองน้ำหนัก 149 บาท มูลค่า 11 ล้านบาท เงินสดอีก 1.7 แสนบาท เหตุเกิดที่ ห้างเพชรทองออโรร่า ภายในห้างโลตัส สุขุมวิท 50 ชั้น 2 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อ เวลา 23.30 น. วันที่ 30 ม.ค.หลังการประชุม พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า จากการสอบถาม น.ส.สุดใจ ศรีสงคราม อายุ 45 ปี และ น.ส.เสาวรัตน์ จันทรพงศ์ อายุ 40 ปี พนักงานร้านทองให้ข้อมูลว่า ร้านปิดตั้งแต่ ช่วง 20.00 น. แต่ช่วงเกิดเหตุพนักงานนำทองออกมา ตรวจนับทองที่เหลือของแต่ละวัน ช่วงนั้นประตูหน้าร้าน ปิดไม่สนิท คนร้ายเป็นชายใส่เสื้อยืดสีดำ ถุงแขนสีดำ ถุงมือสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ ใส่โม่งสีดำ แมสก์สีดำ หมวกเดินป่าสีน้ำตาล ถือโอกาสมุดเข้ามาก่อเหตุ และใช้น้ำมันราดหน้าร้าน รวมถึงข่มขู่พนักงาน ถ้าไม่ส่งทองให้จะเผาร้าน และใช้ปืนข่มขู่ ด้วยความกลัวพนักงานจึงส่งของให้ ส่วนปืนอยู่ระหว่างตรวจสอบ ว่า เป็นปืนจริงหรือไม่ รวมถึงน้ำที่ใช้ราดภายในร้านอยู่ระหว่างให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบผบก.น.5 กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า คนร้ายเข้ามาในห้างตั้งแต่เวลา 22.00 น. ก่อนก่อเหตุ ได้เดินวนเวียนอยู่ในห้างประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนที่ พนักงานเปิดประตูทิ้งไว้เท่าที่ทราบพนักงานยืนยันว่า มีการเปิดประตูในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งจะสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุใช้ จยย.ขี่หนีออกทาง ป้อมบริเวณซอยสุขุมวิท 50 อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ว่าใช้เส้นทางไหน ส่วนจะยังอยู่ในกรุงเทพฯหรือไม่ อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นเดียวกัน จากข้อมูลขณะนี้ คนร้ายก่อเหตุเพียงแค่คนเดียว แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะก่อเหตุคนเดียว อยู่ระหว่างการสอบปากคำพนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะสอบสวนต่อไป ตอนเกิดเหตุ มีพนักงานภายในร้านอยู่ทั้งหมด 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมดพล.ต.ต.วิทวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลคนร้ายยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร อายุเท่าใด เนื่องจากแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้า แต่ยืนยันว่าคนร้ายเป็นคนไทย ส่วนจำนวนทองที่พนักงานแจ้งว่า หายไป 149 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม ทองที่หายไปอาจจะเพิ่มเป็น 179 บาท ส่วนเงินสด ยังเป็นจำนวน 170,000 บาท ในคืนเกิดเหตุมีเพียง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง แต่บริเวณร้านทองไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่มีรายงานว่า คนร้ายใช้รถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดใน ลานจอดรถ จยย.ของตัวห้าง ตอนช่วง 19.00 น. แล้ว ออกไปสักพัก เข้ามาอีกครั้งช่วง 22.03 น. เดินไป เดินมาอยู่ในห้าง ก่อนก่อเหตุ จากนั้นได้ขี่รถ จยย. หนีไปทางซอยอ่อนนุช ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่กล้อง วงจรปิดถึงเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างย้อนหลัง 7 วัน ดูว่าคนร้ายเข้ามาดูลาดเลาก่อนหน้าก่อเหตุหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่