ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้จัดการโครงการ Product Watch : ติดตาม เฝ้าระวัง และจัดการความรู้ผลิตภัณฑ์อันตรายต่อสุขภาพ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ผลการติดตามสถานการณ์กัญชาไฟฟ้า ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปัจจุบัน พบการแพร่ระบาดของกัญชาไฟฟ้าอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มีจำหน่ายหลายยี่ห้อ ทั้งชนิดใช้แล้วทิ้งและแบบเปลี่ยนหัวน้ำยา ผสมทั้งสาร THC และ CBD รวมกัน บางรุ่นผสมสาร Delta8 หรือ Delta9 ซึ่งน่าเป็นห่วงต่อสุขภาพเด็กและเยาวชน โดยมีลักษณะคล้ายพอดบุหรี่ไฟฟ้า หรือแฟลชไดรฟ์ มีขนาดเล็ก มีการใช้งานไม่ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าที่สามารถเปิดสูบได้ทันที บางชนิดสามารถชาร์จได้ด้วยสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ โดยกัญชาไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากบางประเทศ ที่น่าห่วงคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้น่ารัก เป็นตุ๊กตาสดใส ผลไม้ เค้ก ซองขนม มีขนาดเล็ก ทำให้ซ่อนง่าย ไม่สะดุดตา ทำให้ผู้ปกครอง ครู สถานศึกษา สังเกตได้ยาก บางชนิดปรุงแต่งกลิ่นให้หอมหวาน ไม่มีกลิ่นกัญชา บางรุ่นโฆษณาว่าไร้กลิ่นติดตัวผศ.ดร.ศรีรัชกล่าวว่า รายงานจากศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า พบเยาวชนไทยใช้กัญชาเพิ่ม 10 เท่าภายหลังปลดล็อกกัญชา เพราะเข้าถึงง่ายขึ้น จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.เร่งพัฒนากลไกเฝ้าระวังออนไลน์อย่างจริงจัง 2.เสริมมาตรการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์เสพติดรูปแบบใหม่ 3.สร้างความตระหนักแก่ผู้ปกครองและสถานศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้ “กัญชาไฟฟ้า” กลายเป็นประตูอีกบานไปสู่การเสพติดในกลุ่มเยาวชนไทย ที่สำคัญกัญชาไฟฟ้าส่วนใหญ่มีราคาถูกหลักร้อยต้นๆ สั่งซื้อได้ง่ายทางออนไลน์ สะท้อนถึงการเข้าถึงสารเสพติดได้อย่างสะดวก ไม่มีระบบคัดกรองอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อเด็ก ผู้ใช้อาจได้รับสาร THC ในความเข้มข้นสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อสมองของเด็กและเยาวชนในวัยเรียน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมึนเมารุนแรง สมาธิในการเรียนลดลง มีผลต่อจิตประสาทและการเสพติดโดยไม่รู้ตัว.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่