หวาดเสียว “แหกโค้งอันตราย” เข้าสู่ช่วงสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. เหลือเวลาอีกราวสัปดาห์ กลายเป็น 7 วันอันตราย แต่ละพรรคการเมืองเหยียบกันมิดเกจ์ ใส่กันเต็มแม็ก โดยเฉพาะพรรคที่ถือแต้มต่อตั๋วอำนาจ เป็นเต็งหามตั้งรัฐบาลรอบใหม่ อย่างค่ายสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ปรับกลยุทธหาเสียงอย่างเห็นชัดจากที่ผ่านมา ขุนศึกค่ายนี้จะเลี่ยงการปะทะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตนายกฯของพรรค ประคองเกมปิดช่องไม่ให้คู่แข่งเตะตัดขาแต่ถึงโค้งนี้ปรับยุทธศาสตร์ เร่งสปีดปะฉะดะไม่เลือกถึงแม้ในเกมทุบกันโต้งๆโดยทีม รมต.สายตรงบุรีรัมย์ และกลไกอำนาจรัฐอาจผ่อนคันเร่ง บี้เคลียร์แบล็กลิสต์ “10 นักการเมืองเอี่ยวทุนเทา” จะแผ่วลงไป เพราะทั้งสถานการณ์ไม่เป็นใจให้เลือกทุบ กลัวข้อครหา เสียวโดนย้อนศรที่สำคัญถ้าลุยก็เสี่ยง “ฮั้วแตก” ก่อนเวลา ต้องยั้งดาบฉุกละหุกแต่ที่พลาด คือ “เด็ดดอกไม้” หวังให้สะเทือนไปทั้ง “ค่ายส้ม” พรรคประชาชน เหมือนที่เคยทำเข้าเป้ามาแล้ว รอบนี้เดินหน้าทุบ “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 ด้วยมติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ปลดออกแถมมีชื่อ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” เจ้ากระทรวง ร่วมลงดาบเองงานนี้ ทีม สธ.และภูมิใจไทยจะดาหน้าปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง บอกปัดที่คนมอง คิวทุบหนนี้เพราะ “อนุทิน” ฝังแค้น เคยเป็นคู่กรณีบิ๊กหมอชนบท ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 จนถึงเรื่องทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมให้คนหาดใหญ่แต่ฝ่าย “หมอสุภัทร” ชี้เป้าเอง คิวนี้การเมืองมีเอี่ยว อาจมีคน “ฝังแค้น” ลูกข่ายเลยจัดหนักจัดให้ที่สำคัญ ที่ประเมินรายการนี้ ภูมิใจไทยหวังกิน “สองเด้ง” เขี่ย “หมอสุภัทร” เปิดทาง “คนสีน้ำเงิน” ในสนามเลือกตั้งสงขลาเขต 2 มีโอกาสเข้าป้ายมากขึ้นถึงเวลาจริง เกมนี้ดันกลายเป็นเด็ดดอกไม้ แต่ดันเกิดเอฟเฟกต์ย้อนกลับสะเทือนไปทั้งทัพสีน้ำเงินกระทั่งรัฐมนตรี สธ. “พัฒนา” ที่ร่วมลงดาบเชือด ก็เริ่มถูกย้อนอดีตคุ้ยปูมที่มา โยงเรื่องการทำธุรกิจ ธุรกรรมซื้อขายตึกกับประกันสังคม ที่กำลังเป็นปมร้อนอยู่เวลานี้ แถมอีกทางก็ลาก “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีต รมว.แรงงาน ที่เคยดูแลตรวจสอบปมโกงประกันสังคม ต้องเหนื่อยแจงกันอีกเข้าทางส้มพลิกเกมได้ เพราะ “น้ำเงิน” ยื่นดาบให้เองแต่ที่คิดว่า ออกรูปนี้ “บุรีรัมย์ซาว” จะลดเดซิเบลเพลงดุลง แต่เมื่อดูจากรูปการณ์และธรรมชาติการแข่งขัน และเมื่อตั้งเป้าหมายไปให้สุด หยุดที่ “เก้าอี้นายกฯ” ของ “อนุทิน” ต้องกวาดแต้มท่วมท้นถล่มทลายเมื่อลมฟ้าอากาศเป็นใจ ได้เปรียบอยู่แล้ว ในโค้งสุดท้ายนี้ยังตั้งเป้าจะกวาดเรียบกินรวบ นอกจาก “แม่ทัพผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหญิง กทม.ของภูมิใจไทย ชูขายตำรับดั้งเดิม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่”เร้ากระแส “กาแบบยุทธศาสตร์” ไม่ให้คะแนนตกน้ำ ปลุกเลือกข้างแย่งแต้มใน “ตะกร้าอนุรักษ์นิยม”ล่าสุด “โกเกี๊ยะ พิพัฒน์” รองหัวหน้าพรรค สะบัดธงเชิญชวนโค้งสุดท้าย ให้คนยังไม่ตัดสินใจเลือก “คนรักชาติ” อย่าเลือกพวก “ชังชาติ” ล้อธีมสงคราม ความมั่นคง อธิปไตย แบ่งข้างพระเอก-ผู้ร้าย เสร็จสรรพห้อยโหนกระแสครบครันรวมทั้งที่ลูกค่ายภูมิใจไทยเริ่มออกมาประสานเสียง ปั่นกระแสขอ “เซ้งแต้มลุงคนเดิม” เติมให้ “ลุงหนู”ถึงตรงนี้ ที่จริงหมากเกมยุทธศาสตร์ทั้งหมดก็เป็นเรื่องธรรมดาของการชิงแต้มศึกเลือกตั้ง แต่แน่นอนก็มีอีกมุมมองที่ว่า ถ้าโกยแหลกไม่เลือกวิธีแบ่งคนแบ่งข้างเช่นนี้ก็เสี่ยงที่จะปลุกความขัดแย้งซ้ำรอยวิกฤติใหญ่ในบ้านเมืองที่เพิ่งทุเลาถ้าไม่ผ่อนคันเร่งคิวล่อแหลม สร้างบาดแผลใหม่ในสังคม ถึงแม้เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้าวิน “อนุทิน” ขึ้นแท่นผู้นำตามแผน ได้ถือ “อำนาจท่วมท้น”แต่คำถามคือ อำนาจนั้นจะชอบธรรมหรือไม่ถ้าได้มาแบบไม่เลือกวิธี เอาทุกอย่าง ทำทุกวิถีทาง.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม