การเมืองไทย มีทั้งเทา ทั้งขาว ทั้งดำ ส่วนที่ขาวมาตลอดก็จะเริ่มเทาๆ เพราะการเมืองคือกลุ่มผลประโยชน์ มนุษย์กับผลประโยชน์และความต้องการแยกกันไม่ออก องค์กรการเมือง ในประเทศที่ไม่พัฒนา ขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ เงินและอำนาจ ประกอบด้วย อำนาจเงินและอำนาจมืด ทำให้ดูเหมือนว่า ประเทศไทย จะขับเคลื่อนได้ด้วย การด่า ด่ามากก็ได้มาก ด่าน้อยก็ได้น้อย ไม่ด่าอะไรเลยก็ไม่ได้อะไรเลย เพราะฉะนั้นการด่าแต่ละครั้งจึงไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ด่าใคร อะไร ก็ได้ วันหนึ่งด่าพรรคนี้อีกวันด่าพรรคนั้น ถ้าได้ผลประโยชน์ตอบแทนคุ้มค่าแล้วนักการเมืองไทยก็ กลัวถูกด่า กลัวเสียภาพลักษณ์ กลายเป็นเหยื่อนักด่า นอกจากจะใช้เงินซื้อเสียง ซื้อตัว สส. ก็ยังจะต้องมาซื้อตัวนักด่า ทำให้การเมืองต้องมีค่าใช้จ่าย ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายปกติทั่วไปอาชีพ อินฟลูฯ หาเงินง่ายรายได้ดี ไม่ต้องเสียภาษี ทำให้ นักการเมืองและพรรคการเมืองเสียนิสัย ชอบใช้เงินแก้ปัญหาไปเสียทุกเรื่อง ในที่สุด ระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทย เลยเข้าสู่ระบบ มันนี่ โพลิติก เต็มรูปแบบการเมืองไทยจึงไม่มีความสำคัญต่อระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอีกต่อไป ซึ่งไม่ต่างจาก ระบอบเผด็จการ ที่ซ่อนรูป ทำให้ ระบอบประชาธิปไตย อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุด รัฐธรรมนูญ กฎหมายการปกครองสูงสุดของประเทศ ก็จะเป็นแค่เศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่ใช้เป็นกลไกในการทำลายล้างกันทางการเมืองทำไม พรรคการเมืองประเทศไทยจึงมีจำนวนมากมายขนาดนี้ ทำไมพรรคการเมืองทุกพรรค จึงมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เป็นรัฐบาล เพราะการเป็นรัฐบาลเป็นรัฐมนตรี นำมาสู่ เงินและอำนาจ ล้นฟ้า สามารถเปลี่ยนจากขาวเป็นดำและดำเป็นขาวได้ต่างจากประเทศที่เจริญแล้ว ที่ประชาชนตัดสินใจเลือก พรรคฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เข้ามาบริหารประเทศ โดยวัดกันที่ผลงานล้วนๆ จึงเรียกว่าประชาธิปไตยโดยประชาชนและเพื่อประชาชนได้เต็มปากการเมืองไทย แบ่งเป็นขั้ว อนุรักษ์เก่า กับประชาธิปไตยใหม่ โดยเอาสถาบันเป็นเส้นมาตรฐาน ชิงอำนาจทางการเมืองกันอยู่แค่นี้ ระหว่างขั้วอนุรักษ์กับขั้วอนุรักษ์ ขั้วฝ่ายค้านกับฝ่ายค้าน ขั้วรัฐบาลกับขั้วรัฐบาล ฝ่ายค้านกับรัฐบาล เพราะฉะนั้นคำถามว่า พรรคไหนจะจับมือกับพรรคไหนจึงไม่มีประโยชน์ สามารถที่จะล็อกสเปกกันเอาไว้ล่วงหน้าได้ ภูมิใจไทยแบะท่าจับมือได้ทุกพรรค ทั้งที่รู้ว่ายกเว้นพรรคประชาชน เพื่อไทย อ้างว่าต้องฟังเสียงประชาชนก่อนทั้งที่รู้อยู่ว่าในที่สุดก็ต้องจับมือกับภูมิใจไทยวันยังค่ำ พรรคประชาชนเองก็รู้อยู่ว่าต่อให้ได้ 200 เสียงก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ต้องได้เสียงเกิน 250 เสียงขึ้นไปเท่านั้น หรืออาจตั้งไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะอะไรก็รู้กันอยู่เต็มอกทุกพรรคถึงวันที่ประชาชนจะไม่ทนกับการเมืองน้ำเน่าอีกต่อไป แลนด์สไลด์จะเป็นคำตอบสุดท้าย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม