ไม่เอา “ประชานิยม”...เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือแต่ละพรรคไม่มุ่งหาเสียงด้วยโครงการประชานิยมแต่มุ่งไปที่ “คน” ซึ่งจะเข้ามาทำงานมากกว่า ถือเป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งรู้กันดีว่าโครงการประชานิยมนั้นต้องลงทุนมากแต่ผลตอบแทนน้อยเพียงเพื่อให้พรรคการเมืองใช้หาเสียงหาคะแนนนิยมไม่ว่าจะเป็นโครงการดิจิทัลวอลเลต จำนำข้าว“เพื่อไทย” นั้นชำนาญกับเรื่องนี้มากแต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ดิจิทัลวอลเลตงบประมาณมหาศาลแจกหัวละหมื่นหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่สุดก็ล้มเหลวเสียเงินฟรี!“จำนำข้าว” ก็โกงกินกันอย่างมโหฬารติดคุกติดตะรางกันระนาวการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ก็เกิดปรากฏการณ์ที่งดงามเมื่อพรรคการเมืองชูธง “คน” ที่มีความรู้ความสามารถ มีปูมประวัติที่ดีเสนอตัวให้ประชาชนได้รับรู้ว่าหากเลือกพรรคนี้จะได้คนเหล่านี้มาเป็น “รัฐมนตรี” ทำงานเคียงคู่กับหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี“ภูมิใจไทย” เริ่มต้นพรรคแรกด้วยการนำ “คนนอก” 3 คนเปิดตัวโชว์เป็นพรรคแรกว่าหากเลือกพรรคนี้จะได้คนเหล่านี้เป็นรัฐมนตรีอย่างเช่น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”-“ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ”-“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ซึ่งได้โชว์ฝีมือก่อนเลือกตั้งปรากฏได้รับการขานรับและเสียงเชียร์กระหึ่ม!ทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” คะแนนเด้งดึ๋งขึ้นมาจากพรรคบ้านนอกกลายมาเป็นอินเตอร์ได้ภายในพริบตา“ประชาชน” เป็นอีกพรรคหนึ่งที่ประกาศชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีโดยเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆระดับผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์และรู้จริงก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือมากขึ้น!ยิ่งพรรคนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อนจึงไม่มีประสบการณ์ทำให้สังคมสงสัยว่าพวกเขาจะบริหารประเทศได้หรือเปล่าดังนั้นการที่ดึงบุคคลเหล่านี้มาร่วมด้วยจึงสร้างความมั่นใจมากขึ้นว่าพวกเขาจะทำงานได้ ทำงานเป็นที่ผ่านมาต้องยอมรับว่านักการเมืองไทยแม้จะมีความสามารถบ้างแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นถ้าสามารถนำคนเก่งคนรู้จริงก็จะทำให้การบริหารประเทศราบรื่นและได้ประโยชน์สูงสุดนั่นเป็นเรื่องที่นักการเมืองจะต้องเสียสละและยอมรับความจริงเพราะการเป็น “รัฐมนตรี” นั้นมิใช่เอาเงินซื้อ ใช้อิทธิพลหรือบารมี แต่ต้องมีความรู้สามารถจริงๆที่สำคัญคือทำให้ “คนเก่ง” ที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองกล้าที่จะกระโดดเข้ามาร่วมงานด้วยหากพรรคการเมืองเห็นความสำคัญ ให้เกียรติและยกย่องมีความเป็นอิสระไม่ใช่ต้องจ่ายเงินถึงจะได้เป็นรัฐมนตรีหากความคิดและแนวปฏิบัติของพรรคการเมืองเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยการยอมรับสภาพความเป็นจริงก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเพราะนักการเมืองนั้นไม่ใช่จะเก่งรู้เรื่องไปทุกอย่างแต่จะต้องร่วมมือร่วมใจกับคนรู้จริงจึงจะประสบผล สำเร็จได้!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม