เสาร์พรุ่งนี้ 10 มกราคม 2026 ม.ราชภัฏราชนครินทร์ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย และ ดร.วริศรา เกษมศรี พูด “จากกาแฟป่าสู่แก้วกาแฟ : ห่วงโซ่อำนาจที่คนดื่มไม่เคยเห็น” 11.00-13.00 น. ที่เวทีกลาง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทราค.ศ.2013 ผมและลูกชายคนโตไปสาธารณรัฐเอกวาดอร์ นอกจากทำภารกิจประชุมแล้ว เราต้องการศึกษาการปลูกกาแฟในตอนเหนือของเทือกเขาแอนดีส โดยเฉพาะกาแฟจากอินตักแบลเลย์ (หุบเขาอินแท็ก)ผู้ที่มาต้อนรับบอกว่า ถ้าต้องการกาแฟอเมริกาใต้ของแท้ พวกคุณพ่อลูกต้องไปที่เทือกเขาแอนดีสในเวเนซุเอลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐเมรีดา รัฐตาชีรา และรัฐตรูฮีโย ถ้าเป็นซีกตะวันตกของเวเนซุเอลา ปลูกกาแฟกันมากที่เมืองลาร่า และปอร์ตูเกซารวมทั้งซูเลีย มาราไกโบ โมนากัส และซูเกรในอดีตกาแฟเวเนซุเอลาเป็นวัตถุดิบของร้านกาแฟคุณภาพของฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เบลเยียม ฯลฯ ก่อนยุคน้ำมัน เวเนซุเอลาเป็นผู้ส่งออกกาแฟคุณภาพสูงอันดับต้นของโลก ปลูกบนเทือกเขาแอนดีสที่ความสูง 1,200-1,800 เมตร อากาศเย็น ดินภูเขาไฟ กลิ่นหอม สะอาด รสนุ่ม ไม่เปรี้ยว ขมกลมกล่อม ไม่กระด้าง ถูกลิ้นชาวยุโรปมากกว่ากาแฟแอฟริกาหรือกาแฟเอเชียสมัยก่อน ร้านกาแฟในยุโรปต้องนำกาแฟเวเนซุเอลามาเป็นเมล็ดกาแฟหลักเบลนด์กับกาแฟบราซิลเพื่อเพิ่มบอดี้ และกาแฟโคลอมเบียเพื่อเพิ่มความหวาน ถึงขนาดมีการพูดกันว่า ‘ถ้าไม่มีกาแฟเวเนซุเอลา ไม่ถือว่าเป็นร้านกาแฟ’ที่ดังมากในศตวรรษที่ 19 คือกาเฟ ดู เวเนซุเอลา (กาแฟเวเนซุเอลา) และกาเฟ แฟง เดซองดฺ (กาแฟชั้นเลิศจากเทือกเขาแอนดีส)เวเนซุเอลายังเคยมั่งคั่งจากโอโรพาร์โด (ทองคำสีน้ำตาล) ซึ่งหมายถึงโกโก้ โกโก้เป็นสินค้าเกษตรทำเงินอันดับ 1 ให้กับเวเนซุเอลามาก่อน โดยเฉพาะสายพันธุ์คริโยโยที่ถูกยกย่องว่าเป็นโกโก้คุณภาพดีที่สุดของโลก อุตสาหกรรมช็อกโกแลตในยุโรปไม่ว่าสเปน ฝรั่งเศส เบลเยียม ต้องซื้อโกโก้เวเนซุเอลา ที่ดังไม่แพ้กาแฟและโกโก้คือยาสูบ อ้อย น้ำตาล คราม พืชอาหารและผลไม้เขตร้อนค.ศ.1914 มีการพบน้ำมันใกล้ทะเลสาบมาราไกโบ เมืองเมเน กรานเด น้ำมันบ่อแรกของเวเนซุเอลาชื่อบ่อซูมาเกเอ หลังจากนั้นไม่กี่สิบปี เวเนซุเอลาก็กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกถ้านักการเมืองเวเนซุเอลามีวิสัยทัศน์ให้ประเทศมีแหล่งรายได้อันหลากหลาย ทั้งจากการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติน้ำมัน คนเวเนซุเอลาก็คงจะไม่ยากจนเหมือนอย่างเช่นทุกวันนี้แต่เพราะนักการเมืองในยุคก่อน (จนกระทั่งถึงยุคนายมาดูโร) ตะโกนก้องร้องหาเสียงกับคนเวเนซุเอลาอย่างฝันเฟื่องเรื่องเยอะว่า เราสบายแล้ว ไม่ต้องทำเกษตรให้หลังขดหลังแข็งแล้ว เราเป็นประเทศรวยน้ำมัน เราก็ไม่ต้องผลิตอาหารเองแล้ว ให้ชาติยากจนผลิตสินค้าการเกษตรและอาหารมาให้พวกเรากินดีกว่าหลังจากฟังนักการเมืองโม้ ประชาชนคนเวเนซุเอลาก็ทิ้งจอบ ทิ้งรถไถ อพยพเข้ามาอยู่ในเมือง ผู้อ่านท่านผู้ทรงเกียรติ การที่คนจำนวนมากทิ้งภาคเกษตรมาอยู่ในเมืองไม่ใช่เป็นเรื่องแค่การเปลี่ยนแปลงรายได้ แต่นี่คือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเวเนซุเอลากลายเป็นชาติรัฐที่มีเศรษฐกิจน้ำมันเดี่ยว พึ่งพารายได้จากน้ำมันเกินร้อยละ 90 ของรายได้การส่งออก ภาคเกษตรขาดแรงงาน ขาดการลงทุนแม้แผ่นดินสมบูรณ์ แต่คนเวเนซุเอลาก็ต้องนำเข้าอาหาร เศรษฐกิจทั้งประเทศผูกติดกับราคาน้ำมันโลกนักเศรษฐศาสตร์เรียกอาการนี้ของเวเนซุเอลาว่า Dutch Disease หรือเชื้อโรคดัตช์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศใดประเทศหนึ่งพึ่งทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ำมัน ก๊าซ แร่ ทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นอ่อนแอลงในระยะยาว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกที่ไม่ใช่ทรัพยากรความล่มสลายของเวเนซุเอลาทำให้ประเทศที่มีน้ำมันหลายแห่งไม่พึ่งน้ำมันอย่างเดียว พฤศจิกายน 2024 ผมไปอยู่ในการประชุมเศรษฐกิจริยาด (Riyadh Economic Forum) และฟังบรรยายสรุปที่กระทรวงการลงทุน กรุงริยาด พบว่าซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศมีน้ำมันสำรองรองจากเวเนซุเอลา ประกาศวิสัยทัศน์ 2030 ที่ไม่พึ่งน้ำมันอย่างเดียว ซึ่งต่างจากวิสัยทัศน์ของเวเนซุเอลามาก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม