ก้าวสู่ศักราชใหม่ 2569 ปีมะเมียธาตุไฟ ปีแห่งราชินีอาชา ตามโหราศาสตร์อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งพละกำลัง ความรุ่งโรจน์ที่ร้อนแรง ก็ขอให้เป็นปีทองของคนไทยได้รับพลังบวกพลัส ความแข็งแกร่งเหนือทุกวิกฤติพร้อมพุ่งทะยานสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ย้อนมองปี 2568 เป็นปีที่ประชาชนฝากความหวังจะลืมตาอ้าปาก พึ่งพิงรัฐบาลที่ประกาศจะแก้ปัญหาปากท้อง พลิกฟื้นเศรษฐกิจดั่งพายุหมุน กลับกลายเป็นเครื่องสะดุด เมื่อพรรคอันดับ 1 พรรคอันดับ 2 มัวแต่ประลองกำลังชิงเหลี่ยมอำนาจ จนลุกลามสู่ทางตันการเมือง ผลงานเลือนราง ทิ้งไว้เพียงรอยร้าวที่รอวันแตกหักเปิดฉากฟาดฟันเมื่อค่ายน้ำเงินขวางลำเมกะโปรเจกต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ขั้วแดงโต้กลับบีบทวงคืนกระทรวงมหาดไทย เขย่าเอาผิดขบวนการฮั้วเลือก สว.ที่ดินเขากระโดงหวังเด็ดหัวแกนนำจุดพลิกผันอุบัติขึ้นเมื่อ “คลิปคุยกับลุง” พ่นพิษ ภูมิใจไทยชิงถอนยวงก่อนถูกไล่ ทัพเพื่อไทยระส่ำระสาย โดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯพ้นตำแหน่ง ค่ายน้ำเงินซุ่มเงียบ เดินเกมรวมแต้มตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยสำเร็จโดยมีค่ายส้มช่วยหนุน แต่ขอเป็นฝ่ายค้าน แลกกับทำ MOA สุดท้าย MOA ถูกฉีก นายกฯชิงยุบสภาหน้าตาเฉยตรงนี้จึงขอคัดกรอง “วาทะร้อน” ปี 2568 เพื่อย้อนมอง “การเมืองซ่อนเกม พลิกอำนาจ” ที่ผ่านมา!!บันทึกใหม่ “ผู้นำวาจามหาประลัย” ปกติก็ “ปากเป็นเอก” อยู่แล้ว สำหรับ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ย้อนรอยปีที่ผ่านมา ช่วงเป็นพระรองก็เริ่มรัวกระสุน เช่น เมื่อโดนทุบ “เอี่ยวฮั้ว สว.-พันเขากระโดง” กดหมดโม่ “มองไม่ออกหรือว่าเรื่องการเมือง เขาจ้องยึดมหาดไทย” จวกใส่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” มือบี้เพื่อไทย “อยากเป็น มท.1 คอยก๊อบปี้งาน ปากพูดแต่วาทกรรม” แม้แต่กับ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ไม่มีแหยให้ “ผมสอนลูกมาดี ไม่เคยไปคุยว่าพ่อจะเป็นนายกฯ แบบที่ท่านว่า” บอมบ์เรือธงกาสิโนเพื่อไทย “สร้างความเสียหายยับเยินแก่ภาคท่องเที่ยวจนไม่อาจเยียวยา”เมื่อพาดพิงถูกเขี่ยทิ้งเพราะงานไม่ดี “เขาคงไม่เอาคนห่วยมา โพลได้ที่ 2 รองจากนายกฯทุกครั้ง” ขณะที่เมื่อขึ้นเป็นผู้นำ ถึงคิวปราบสแกมเมอร์ ไม่สนหน้าไหน “ขอให้ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม” โอ่ไม่ผ่อนล้างทุนเทา “You know me little go รู้จักผมน้อยไป” กับพรรคประชาชนใหม่ๆก็หวานหยด แต่ถึงจังหวะก็เหลี่ยมพราว ยืนยันทำตามเอ็มโอเอแก้รัฐธรรมนูญประเด็น สว.ไม่เคยตกลง “ไม่มีหักหลังใดๆทั้งสิ้น” ก่อนออกลีลาเย้ยส้ม “เมื่อพวกท่านไม่สนับสนุน ขอให้ยุบสภา ผมก็ทำตาม”แต่ที่ “อนุทิน” โชว์หรูคือคิวบู๊เขมร ล้อกระแสประชาชน “ถ้าไปเกี้ยเซียะเปิดด่าน จะรู้ว่านรกมีจริง” แต่ก็มีพลั้งปาก “ฝ่ายเราก็มีที่ไปรุกล้ำ” จนต้องมีช็อตแก้ไข “ต้องโทษตัวเองผิดพลาดการสื่อสาร จะไม่ให้บกพร่องอีก” หรือที่เฮี้ยวใส่ผู้นำสหรัฐฯใช้ภาษีบีบหยุดยิง “หากขายประเทศนี้ไม่ได้ ก็ไปหาที่อื่น” ก่อนรีบเคลียร์วุ่น และเมื่อสงครามปะทุเดือดก็ฮึกเหิมถี่ “เราจะทำสิ่งที่ต้องทำ Do it My Way” สวนผู้นำมาเลเซีย “เรื่องหยุดยิงไม่ใช่เสนอผ่านโซเชียลโดยผู้นำประเทศอื่น” จนถึงช่วงคาบลูกคาบดอกรบ-สงบศึก ทั่นผู้นำก็ไม่ลดความร้อนแรงสร้างบันทึกบทใหม่ เป็นผู้นำวาจามหาประลัยประจำยุค!!ตำนานฝีปากถูกหักเหลี่ยม อีกต้นตำรับ “ฝีปากมหาประลัย” ไม่พูดถึงไม่ได้ ภาพจำปีที่ผ่านมาคำพูดคำจา “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ยังตราตรึง เริ่มตั้งแต่ออกจากคุกทิพย์ รพ.ตำรวจ ก็ออกเดินสายเท่ๆช่วยขายภาพผู้นำดีเอ็น ช่วงรัฐบาลเร่งเครื่องไม่ขึ้น ก็จวกยับพรรคร่วมฯ “บางครั้งก็เจอพวกนักรำวง ไม่ทำอะไร” แถม “มีอีแอบคอยขวาง” ทำสะดุ้งหลายราย โดยเฉพาะภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” หน้าแหยแต่ไม่หือสู้ เลยถูกบี้ซ้ำปม “เขากระโดง-ฮั้ว สว.” ถูกแฉข้อมูล “มีบางพรรคกำหนด สส.คนไหนคุมเสียง 15 คนจะได้ สว. 1 คน” รุกกดหัว “หอกข้างแคร่” กันมันหยด จนถึงไคลแมกซ์ ภูมิใจไทยพลิกเกมสู้ เครือข่าย สว.สีน้ำเงินยื่นร้องปมจริยธรรม “แพทองธาร ชินวัตร” กรณีคลิปลุงฮุนฯ จน “ทักษิณ” ต้องกางปีกป้อง “พวกฮั้วพวกโกง จริยธรรมไม่เหลือแล้ว แต่มาร้องคนอื่น” เรื่องนี้เพราะ “มีลูกชายบางคนไปคุยทั่วว่าพ่อจะเป็นนายกฯ เลยทำทุกอย่าง” ตามด้วยเกมแตกหัก บี้ยึดกระทรวงมหาดไทย จนภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล “เดี๋ยวก็มีคนมาเพิ่ม ก็จะต้องร้องเพลง หนูเปล่านะเขามาเอง”แต่ที่เป็นไฮไลต์คือ ช่วงที่ต้องกางปีกป้องลูกสาวที่ต้องพักการทำหน้าที่กระทั่งตกเก้าอี้นายกฯ “พ่อนายกฯอยู่นี่ เชื่อว่าไม่มีสุญญากาศ” เบรก ขรก.เกียร์ว่าง “อย่าคิดว่าสายน้ำจะไหลกลับ จะรีเทิร์นต้องรอเลือกตั้งสมัยหน้า” แต่ที่ฉุนขาด จวกแหลกอดีตผู้นำเขมร “เคยเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อทำร้ายลูกผมขนาดนี้ สัมพันธ์จบแล้ว ไม่รู้จะคุยทำไม” ตามอัดด้วย “เขาทำลายตัวเอง ความเชื่อถือไม่มีแล้ว ต่อไปไม่มีใครคบแล้ว”แน่นอนถึงช่วงเปลี่ยนขั้วอำนาจ “ทักษิณ” เตรียมเข็นนอมินีสู้ต่อ แต่สายเกินไปกับสัญญาณเปลี่ยนแปลง “อนุทิน” พลิกเกมขึ้นเป็นนายกฯ ขณะที่ “ทักษิณ” ดวงชะตาตกวูบตามลูกสาว ถูกศาลฯสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปีเจอหักเหลี่ยมอำนาจ สูญสิ้นอิสรภาพ เฉาและเหงาปากจนถึงตอนนี้!!บทโศก ‘ผู้นำหญิงเฮี้ยว’ เขี้ยวอ่อนเป็นความได้เปรียบคนเป็นผู้นำหญิง “อดีตนายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ในปีที่ผ่านมา จัดครบบท “อ่อนนอกแข็งใน” ตั้งแต่ถูกข้อครหาภาวะผู้นำจากฝ่ายค้าน “คนเป็นพ่อ–ลูก ปรึกษาหารือกันอยู่แล้ว” ก่อนสวนกลับ “พวกท่านก็ถูกกล่าวหาถูกครอบงำโดย คนที่ไม่ใช่พ่อ” เช่นเดียวกับที่บอกปัดดีลลับตั้งรัฐบาล แจงนิ่มๆการเมืองในโลกนี้ก็ต้องมีการดีล “พรรคท่านก็มาดีลกับเรา แต่ไม่เคยยกมือให้แคนดิเดตพรรคเราเลย” รวมทั้งโต้ข้อโจมตีนโยบายเพื่อไทย “ชาวบ้านได้รับเงินหมื่น เคยไปถามประชาชนมั้ยว่ามีความสุขหรือไม่” แน่นอน ในสถานการณ์ที่ร้อนแรงขึ้น “แพทองธาร” ก็เพิ่มความแซ่บลีลาฝีปาก ทั้งสวนนักข่าวเรื่องรัฐบาลล่าช้าแก้ปมเขมรรุกดินแดน ทั้งโต้ เหน็บ เย้ย “ดุจังเลย–ไปดูหน้างานหรือยัง–อ๋อๆเขาไม่พาไป ไม่เป็นไรนะคะ” ยิ่งเมื่อเจอ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เปิดปมช่วงพบผู้นำจีน เจอท้วงแผนกาสิโน “ท่านแค่แนะนำ แต่เอามาเล่าใส่สีตีไข่” และที่ว่าเป็นเหตุทำทัวร์จีนยอดวูบ ที่จริงเพราะปมความปลอดภัย “ก็เป็นเรื่องมหาดไทยสมัยท่านดูแล”แต่ที่ต้องโฟกัสคือในช่วงเจอมรสุมคลิป “คุยกับลุง” มูลเหตุทำ “แพทองธาร” ตกเก้าอี้นายกฯจากชุดถ้อยความมัดคอ ทั้งถล่มคนกันเอง “พวกแม่ทัพภาคสอง เป็นคนฝั่งตรงข้าม ไม่อยากให้ลุงไปฟัง” บทอ้อน “เห็นใจหลานหน่อย เพราะคนในไทยไล่ไปเป็นนายกฯที่เขมรแล้ว”–“ถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้ เดี๋ยวจะจัดการให้” เอาแค่ชุดนี้สุดท้ายก็ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม ผู้นำน้ำตาซึม ยืนยันตั้งใจดี “เป็นเทคนิคเจรจาให้เกิดสันติสุข” ทิ้งท้ายด้วยการรับผิด “ต้องขอโทษคนไทย คนที่ไม่สบายใจในเรื่องนี้ หรือรู้สึกโกรธเคือง”ยอมรับสภาพตอนอวสานอำนาจแบบช้ำๆของผู้นำตระกูลชินฯอีกราย!!ขยี้มิตรจับมือคู่ศัตรูยึดทำเนียบฯสมรภูมิหักเหลี่ยมเฉือนคมมันส์หยด เมื่อ “ผู้กอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กุนซือกล้าธรรม เปิดศึกแตกหักภูมิใจไทยในยุคเพื่อไทยครองเมือง สั่งบิ๊กข้าราชการเกษตรฯ แหย่หนวด “หนู” ยั่วอารมณ์น้ำเงิน สแกนยิบที่ดินสนามกอล์ฟครอบครัว อนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็นรองนายกฯและ รมว.มท. ก่อนฉีกหน้าด้วยการส่งขุนพลของค่ายกล้าธรรมไปคว่ำผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในศึกเลือกตั้งซ่อม จ.นครศรีธรรมราช เขต 8 จนฮือฮาทั้งปักษ์ใต้ จุดเปลี่ยนอำนาจท่ามกลางสุญญากาศควานหานายกฯแทน “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร จากสัมพันธ์แน่นปึกกับเพื่อไทยกลับขาดสะบั้นกลายเป็นหนังคนละม้วนเมื่อได้รับ “สัญญาณพิเศษ” โดยธงมี “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ถูกชูขึ้นมาเพื่อกลบฝังรอยแค้น เปลี่ยนมาถือคติ “เพาะมิตร ไม่บ่มศัตรู” ในจังหวะที่ภูมิใจไทยซุ่มกำลังท้าชนค่ายสีแดง พรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคกล้าธรรมเป็น “ตัวแปร” ที่กุมชะตาอำนาจเอาไว้ในมือตอกย้ำภาพฝันที่เป็นจริงว่า “โอกาสเปลี่ยนขั้ว ไม่มีอะไรแน่นอน” จนสุดท้ายพลิกขั้วแบบหักปากกาเซียน “เสี่ยหนู” ต้องหามขันหมากไปสู่ขอทัพผู้กองถึงตีนบันไดค่าย ก่อนควงคู่ลงนามเซ็นรับ MOA สยบยอมเงื่อนไขค่ายส้ม ดันรัฐบาลเสียงข้างน้อย 146 เสียง พลิกเกมหักมุมขยี้หัวใจพรรคเพื่อไทย จับมืออริเก่า สถาปนาอำนาจใหม่เมื่อถึงคิวยุบสภา “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม่ทัพค่าย “สีฟ้าไม่เอาเทา” ประกาศกร้าว ตวัดดาบพิฆาตไม่สังฆกรรมกล้าธรรม เจอ “ผู้กอง” สวนหมัดหนัก “พวกดีแต่พูด แต่กล้าธรรมพูดจริงทำจริง” ทำเอาสนามเลือกตั้งเดือดพล่านส่งท้ายปีปลุกกระแสการเมืองระหว่าง “ทุนเทา” ปะทะ “ไม่เอาทุนเทา” ลากยาวจนถึงวันนี้!!หักเหลี่ยมชิงอำนาจสลับขั้วถึงแม้เคยยืนอยู่คนละขั้วชนิดที่กอดคอกันเดินไม่ได้ “พรรคประชาชน” กับ “พรรคภูมิใจไทย” เปิดเกมสลับขั้วล้ม “เพื่อไทย” หัวขบวนการอนุรักษ์นิยมใหม่ หลังปม “คลิปเสียงคุยกับลุง” ทำพิษจนเรตติ้งค่ายสีแดงร่วงกราวรูด ค่ายน้ำเงินอัดโปรฯ 4 เดือนยุบสภา พร้อมฟักไข่แก้รัฐธรรมนูญ ตามดีลล่วงหน้ากับค่ายส้ม เตรียมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดับฝันค่ายแดงจัดโปรฯลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ “เลือกคนเพื่อไทยเป็นนายกฯ ยุบสภาทันที” แต่แม่ทัพส้ม “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่แคร์ ไม่รับลูก ตอกกลับแบบ “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” ปิดจ๊อบโหวตหนุนคนของเพื่อไทยขึ้นเป็นนายกฯแทน “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร และปฏิบัติการถอนแค้นเก่าพรรคเพื่อไทย เริ่มขึ้นเอาคืนที่เคยถูกฉีกสัตยาบัน สลัดทิ้งให้พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ชูธง “ผ่าทางตันประเทศ เดินหน้าสู่เลือกตั้งใหม่” ย้ำชัดกลางสภาก่อนกดปุ่มหนุน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯข้ามขั้วแบบช็อกโลกแต่พอถึงคิวแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราวาระ 2 เกมพลิกอีกตลบ เมื่อภูมิใจไทยเลือกเทข้าง สว.ไม่โละประเด็นแก้ รธน.ต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ทำเอา “หัวหน้าเท้ง” ฉุนกึ้ก ท้าทายกลางสภาฯ “ขอให้นายกฯยุบสภาไปเลย” ปรากฏว่า “เสี่ยหนู” สนองนี้ดทันที ทิ้งไพ่ “ล้างกระดาน” แถมได้สองเด้ง ชิงจังหวะเอี้ยวตัวหลบญัตติซักฟอกไปด้วยถึงคิวเลือกตั้งใหม่ เอาแค่โหมโรง แม่ทัพส้มก็ปลุกใจโหวตเตอร์ดุเดือดเลือดพล่าน “ถ้าภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน” แม้ “เสี่ยหนู” โชว์สกิลเทพจับมือได้ทุกพรรคแต่ “เท้ง” ย้ำชัดศึกนี้มี 2 ทางเลือก ระหว่าง “รัฐบาลพรรคประชาชน หรือรัฐบาลภูมิใจไทย” ขีดเส้นแบ่งขั้วให้ชาวบ้านกากบาทสะท้อนโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ ถ้าค่ายส้มผงาด ค่ายน้ำเงินต้องน้ำตาตกเป็นฝ่ายค้าน!!ประสานรอยร้าวกุมอำนาจค่ายแม่พระธรณีฯ ประชาธิปัตย์ สยายปีกเป็น “พยัคฆ์” อีกครา เมื่อกลุ่มเลือดเก่าสีฟ้าสบช่องกู้ศรัทธากลับคืนมา ล็อกเป้าไปที่ชื่อ “อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หนึ่งเดียวที่มีบารมีขึ้นกุมบังเหียนแทน “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ทิ้งเก้าอี้ ด้วยข้ออ้างปัญหาสุขภาพ หลังถูกถอดปลั๊กไปนั่งตบยุงอยู่ปีกฝ่ายค้าน โดยระหว่างจัดทัพใหม่ ยกเครื่องภายในให้เบ็ดเสร็จ “มาร์ค” ผู้ซุ่มลับดาบจนคมกริบ เดินตามกลยุทธ์ “สงบสยบเคลื่อนไหว” หลังเคยประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะวิกฤติรอยร้าวในการเลือก กก.บห.ชุดก่อน จังหวะนี้ตระเวนเดินสายจับเข่าคุยทุกฝ่ายประสานรอยร้าว พร้อมทาบทามขุนพลระดับพระกาฬ รวมทัพคนรุ่นเก๋า กลายเป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวที่เข้าวินชนิดแบบไร้คู่ต่อกร สปีดเครื่องรีแบรน์ดิ้งครั้งมโหฬาร ชูยุทธศาสตร์ สื่อสารการเมืองเชิงรุกกระแทกใจ เน้นชำแหละพฤติการณ์ ไม่เน้นโจมตีตัวบุคคล ประเดิมปลุกใจแฟนคลับ ด้วยภารกิจกอบกู้ “บ้านสีฟ้า” ยอมรับคัมแบ็ก “ต้องแบกรับภาระในยามที่พรรคเพลี่ยงพล้ำที่สุด” มีแต่ “ขาดทุนและเสมอตัว” แต่มุ่งชดใช้หนี้แผ่นดิน “ทดแทนหนี้บุญคุณให้ประชาธิปัตย์”ประกาศลั่นจะทำ “การเมืองสีขาว” พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนในช่วงการเมืองย้ายค่ายฝุ่นตลบ “พรรคการเมืองไหนที่ใช้อำนาจเงินดูด สส. ระวังสอบตกยกแผง” ไม่ครั่นคร้ามต่อพวกทำลายพรรค เปรียบเหมือน “ทุบแก้วที่แตกสลาย” เพราะ “พร้อมต่อสู้ด้วยหัวใจ” หยิบเศษแก้วที่คมกริบนั้นมาตัดวงจรอุบาทว์การซื้อเสียง ทุจริตคอร์รัปชันได้จังหวะเปิดแคมเปญล้างทุนเทา ขยี้ทุจริต สถาปนาจุดยืนแตกต่างขั้วอำนาจอื่น!!“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม